
ความเปลี่ยนแปลง
ความเปลี่ยนแปลง : เลียบค่าย โดยช้างพลาย
ชั่วโมงนี้ การทำงานของกองบังคับการสืบสวนสอบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในยุคของ พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.สตม. นั่งกุมบังเหียน น่าจับตามอง
"ผู้การแหม๋ว" หรือ พล.ต.ต.รณศิลป์ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชนทั้งงานบู๊และบุ๋นเป็นที่ไว้วางใจของผู้บังคับบัญชาระดับสูง แล้วเป็นพี่หรือน้องที่ดีสำหรับทุกคนที่รู้จักมักคุ้น
การทำงานด้านการสืบสวนมายาวนานถือว่าเป็น"นักสืบสวนชั้นครู" คนหนึ่ง พิชิตคดีอาชญากรรมสำคัญมาแล้วหลายคดี รวมถึงการลงไปปฏิบัติหน้าที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้หลายปี เก็บเกี่ยวประสบการณ์เพิ่มเติมในพื้นที่ความรุนแรง
เป็นครั้งแรกที่มานั่งคุมการสืบสวนจับ"คนร้ายต่างชาติ" ที่เข้ามาในประเทศไทยในฐานะนักท่องเที่ยวเพื่อหลบหนีคดี หรือใช้เป็นสถานที่ก่อคดีอาชญากรรมกับ "คนไทย" หรือชาวต่างชาติด้วยกัน
การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ช่วยการทำงานด้านการสืบสวน"ผู้การแหม๋ว" นำประสบการณ์ถ่ายทอดให้แก่"ผู้ใต้บังคับบัญชา" แล้วฝึกสอนการปฏิบัติเพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการติดตามคนร้าย
อีกแง่หนึ่งการนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นการตรวจสอบการทำงานของชุดสืบสวนที่ลงพื้นที่หาข้อมูลไม่ใช่บอกว่าไปทำงาน แต่กลับทำงานนอกคำสั่ง!!
ทุกวันนี้"นักข่าวอาวุโส" เดินเข้าออกภายในกองสืบสวนสอบสวนแห่งนี้ เห็นความเปลี่ยนแปลงค่อนข้างชัดเจน
ผู้บังคับบัญชาระดับ"นายพล" ไม่ได้ทำงานแบบเช้าชามเย็นชามแต่ทำงานแบบคุ้มค่ามาเช้ากลับดึก สมกับคำว่า "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" อย่างแท้จริง
อีกทั้งจัดเวรของนักสืบสวนในห้วงเวลากลางคืนสับเปลี่ยนหมุนเวียนเตรียมพร้อมณ ที่ตั้งคอยอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้าออกของ "ผู้ต้องสงสัย" หรือตรวจสอบการขึ้นบัญชีดำและบัญชีเฝ้าดู
ประเด็นสำคัญคอยสนับสนุนพร้อมสนธิกำลังสืบสวนสอบสวนติดตามคนร้ายทุกคดีที่เกี่ยวกับชาวต่างชาติหากได้รับการประสานงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของหน่วยงานนี้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 เริ่มมีความชัดเจนผ่านมาไม่ถึงสองเดือน ผลงานสำคัญทยอยออกต่อเนื่อง ขอให้ยึดมาตรฐานนี้ไว้อยู่คู่กับหน่วยงานตลอดไป
แล้วขอเป็นกำลังใจให้แก่นักสืบสวนที่ทำงานอย่างจริงจังแม้บางคนมองไม่เห็นค่าไม่ได้แปลว่าไม่มีค่าให้คนอื่นมอง !!



