ข่าว

งบกระจุกเหตุ ส.ส.เจี๊ยวจ๊าว

งบกระจุกเหตุ ส.ส.เจี๊ยวจ๊าว

27 พ.ค. 2552

รัฐธรรมนูญ มาตรา 266 กลายเป็นก้างตำคอ ส.ส.จนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

 เพราะมาตรานี้ ห้ามเด็ดขาดไม่ให้ใช้ความเป็น ส.ส.เข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเอง หรือผู้อื่น ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ หรือการดำเนินงานประจำของข้าราชการ การโยกย้าย แต่งตั้ง

 โดนมาตรานี้เข้าไป ส.ส.ต่างก็จุกไปตามๆ กัน

 แต่ดูเหมือน ส.ส.ของพรรครัฐบาลจะจุกมากเป็นพิเศษ

 โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย

 พรรคหลังนั้น การออกปากไล่ ชาติชาย พุคยาภรณ์ พ้นเก้าอี้ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ชนิดไล่เช้าไล่เย็นนั้นสาเหตุที่บอกกับสาธารณะได้ก็คือ ไม่สนใจร่วมกิจกรรมกับพรรค ไม่สนใจ ส.ส.ของพรรค ..แต่ลึกๆ แล้วคนในพรรคภูมิใจไทยต่างก็รู้ดีว่า "กิจกรรม" หรือ "ความสนใจ" ส.ส.พรรคนั้นมันหมายถึงอะไร

 เหตุการณ์ทำนองเดียวกันก็เกิดขึ้นกับพรรคประชาธิปัตย์

 แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นที่นี่ เป็นเรื่องที่ผูกโยงกับการแต่งตั้งรัฐมนตรีที่ ส.ส.ในพรรคไม่พอใจมารวมกับประเด็นใหม่

 เรื่องใหม่คาใจที่เข้ามามีกี่เรื่องไม่รู้ชัด แต่ที่ชัดเจนเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณลงพื้นที่

 อย่างที่รู้กันว่า งบปี 2552 นั้นเรียบร้อยโรงเรียน สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ไปนานแล้ว

 รัฐบาลอภิสิทธิ์เข้ามา ก็ทำได้แค่หาเงินมีเติมให้ครบตามเป้าที่รัฐบาลสมชายวางแผนใช้จ่ายเอาไว้ในก่อนหน้านี้

 โครงการที่คิดจะประมูลใหม่ มากแค่ไหน ก็ต้องหาเงินมาโปะมากเท่านั้น

 นั่นคือที่มาของความพยายามไปขอกู้เงินจากต่างประเทศและในประเทศ ที่ พ.ร.ก.กู้เงินฉบับแรก 4 แสนล้านบาท อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญนั่นแหละ

 ถึงแม้ว่ายังไม่รู้ว่าจะออกหัวหรือก้อย ยังไม่รู้ว่าจะกู้ได้หรือไม่ได้ "โครงการ" ที่จะใช้เงิน มันต้องเรียบร้อยกันแล้ว ...และก็นี่แหละคือที่มาของเหตุปั่นป่วน

 อาจจะเป็นชนวนเหตุที่ เฉลิมชัย ศรีอ่อน รองหัวหน้าภาคกลางของพรรคประชาธิปัตย์ พูดต่อหน้า นายกฯ อภิสิทธิ์ ว่า พวกผมมีมากกว่า 40 คน
 ใครก็รู้ว่าในพรรคประชาธิปัตย์นั้น เฉลิมชัย ไม่ได้คุม ส.ส. 40 คน แต่ทุกคนรู้ว่าความรู้สึกร่วมนับแต่คราวจัด ครม.มาร์ค 1 นั้น มีมากกว่า 40 คน !

 ที่ เฉลิมชัย กล้าพูดในเรื่องนี้ ในจังหวะนี้ ใช่หมายถึงเรื่องคาใจสมัยจัด ครม.กระนั้นหรือ ?

 ไม่ใช่เรื่องยากหรอกที่จะตอบคำถามนี้

 แต่มันยากที่จะอธิบายแบบตรงไปตรงมา หรือโวยวายให้ใครต่อใครได้ฟังถึงความทุกข์ร้อนของส.ส.ได้ ในเมื่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 266 รัดคออยู่

 เมื่อ ส.ส.ไม่กล้าโวยเพราะกลัวขัดรัฐธรรมนูญ รัฐมนตรีก็ทำเฉย ส.ส.ก็ต้องแบกหน้าไปเจรจากับชาวบ้านที่รอโครงการ รวมถึงนายทุนท้องถิ่นซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เป็นกลไกขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและการเมืองชิ้นสำคัญ

 หลายโครงการถูกจัดการเสียตั้งแต่ส่วนกลาง เม็ดเงินก็ไปไม่ถึงฟันเฟืองระดับล่าง และกระทบต่อความมั่นคงของ ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งหน้าโดยตรง

 ความปั่นป่วนวุ่นวายภายในจึงทะลักออกมาฟ้องสายตาชาวบ้าน

 ปัญหาของประชาธิปัตย์พิเศษกว่าพรรคอื่นก็ตรงที่ "ปล่อย" กระทรวงสำคัญให้แก่พรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย ซึ่งคุมท่อส่งโครงการสำคัญอยู่ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

 ก้าวย่างของประชาธิปัตย์จึงต้องระมัดระวังจากรอบทิศ ขณะเดียวกันก็ประคับประคองให้ผ่านไปจนถึงเวลาที่ได้จัดทำงบประมาณของตนเอง นั่นก็คือ งบประมาณปี 2553

 ทำงบเสร็จเมื่อใด ความเข้มแข็งก็จะกลับมาเยือนประชาธิปัตย์อีกครั้ง !

 นั่นหมายความว่า พร้อมที่จะรับมือกับศึกทุกด้าน แม้แต่การล้างไพ่ใหม่ หรือยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่

 แต่วันนี้ เอาแค่แก้ปัญหา "งบกระจุก" ที่แก๊งออฟโฟร์ หรือ คนแวดล้อม ที่มือ "ขั้นเทพ" จัดส่วนเศษๆ กระจายไปให้ผู้สนับสนุนในสภาให้ได้เสียก่อนก็แล้วกัน