ข่าว

'ผี'ปึ้กเยือนนอริช'เชลซี'บุกแบ็กกีส์

'ผี'ปึ้กเยือนนอริช'เชลซี'บุกแบ็กกีส์

16 พ.ย. 2555

"ปีศาจแดง" จัดทัพใหญ่บุกรัง "นกขมิ้น" พรีเมียร์ลีก คืนวันที่ 17 พ.ย.นี้ ขณะที่ เชลซี บุกรัง เวสต์บรอมวิช ด้าน ปืนใหญ่ เฝ้ารังดวล ไก่ ส่วน เรือใบ รับ วิลล่า

                    ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายนนี้ มีโปรแกรมฟาดแข้งทั้งหมด 8 คู่ เริ่มจาก "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูง แข่ง 11 นัด มี 27 แต้ม ต้องยกพลบุกไปเยือน "นกขมิ้น" นอริช ทีมอันดับ 15 แข่ง 11 นัด มี 11 แต้ม ที่สนามแคร์โรว์ โรด เวลา 00.30 น. เกมนี้ "เฟอร์กี้" เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือทีมเยือนเริ่มกลับมามีสภาพทีมที่ค่อนข้างสมบูรณ์อีกครั้ง เพราะไม่มีปัญหาเรื่องแข้งหลักได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม แถมยังมีลุ้นได้ใช้งาน จอนนี อีแวนส์, ฟิล โจนส์ และชินจิ คางาวะ ที่เพิ่งหายจากโรคเดี้ยงอีกด้วย แม้จะต้องรอเช็กสภาพความฟิตของ 2 หัวหอกตัวหลักอย่าง เวย์น รูนีย์ และ "อาร์วีพี" โรบิน ฟาน เพอร์ซี ที่เพิ่งขอถอนตัวจากเกมทีมชาติ แต่คาดว่าทั้งคู่น่าจะกลับมาลงเล่นเป็นตัวจริงได้เหมือนเดิม จึงทำให้เจ้าบ้านพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามอย่างแน่นอน แม้จะมีโปรแกรมฟาดแข้งในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รออยู่ในช่วงกลางสัปดาห์หน้า แต่ก็อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว หลังเก็บชัยได้ถึง 4 เกมรวด ตบเท้าผ่านเข้าสู่รอบต่อไปแน่นอนแล้ว

                    เกมนี้คาดว่า อันเดรียส ลินเดการ์ด อาจจะได้กลับมายืนเฝ้าเสาเป็นนายทวารมือหนึ่งแทน ดาวิด เดอ เกีย ที่น่าจะได้พักบ้าง ด้านแผงหลังยังคงประกอบไปด้วย ริโอ เฟอร์ดินานด์, คริส สมอลลิง, ปาทริซ เอวรา และราฟาเอล ขณะที่แผงแดนกลางเป็นหน้าที่ของ ไมเคิล คาร์ริค, หลุยส์ อันโตนิโอ บาเลนเซีย, แอชลีย์ ยัง และเวย์น รูนีย์ ส่วนคู่หัวหอก  "ชิชาริโต" ฮาเวียร์ เฮอร์นันเดซ ที่ทำแฮตทริกให้ทีมกลับมาชนะแอสตัน วิลลา 3-2 จะได้ลงเป็นตัวจริงคู่กับ "อาร์วีพี" โรบิน ฟาน เพอร์ซี ดาวยิงประจำทีม

                    ด้านเจ้าถิ่นของ คริส ฮิวจ์ตัน ยังคงพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามได้เหมือนเดิม เพราะไม่มีปัญหาเรื่องแข้งหลักได้รับบาดเจ็บ คาดว่า จอห์น รัดดี, ไมเคิล ทูร์เนอร์, อันโธนี ฟิลคิงตัน, โรเบิร์ต สนอดกราสส์ และแกรนท์ โฮลท์ น่าจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงตามปกติ เพื่อลุ้นสานต่อสถิติไม่แพ้ใครในศึกพรีเมียร์ลีกมาแล้วถึง 4 เกมติดต่อกัน 

                    ส่วน "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทีมอันดับ 3 แข่ง 11 นัด มี 24 แต้ม ต้องออกไปเยือน "เดอะแบ็กกีส์" เวสต์บรอมวิช ทีมอันดับ 6 แข่ง 11 นัด มี 18 แต้ม ที่เดอะฮอว์ธอร์นส์ เวลา 22.00 น. นัดนี้ "อาร์ดีเอ็ม" โรแบร์โต ดิ มัตเตโอ กุนซือทีมเยือนไร้เงา จอห์น เทอร์รี ที่เจอโรคเดี้ยงเล่นงาน แต่มีลุ้นได้ตัว แฟรงค์ แลมพาร์ด และแอชลีย์ โคล ที่เพิ่งหายเจ็บกลับมาซ้อมได้แล้ว แต่ยังรอเช็กสภาพความฟิตอีกครั้งหนึ่งเสียก่อน ส่วนพวกแข้งหลักยังคงพร้อมลงเล่นตั้งแต่นาทีแรกเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็น ปีเตอร์ เช็ก, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, เอดอง ฮาซาร์ด, ฆวน มาตา และเฟอร์นันโด ตอร์เรส เพื่อลุ้นเก็บชัยทำคะแนนไล่จี้ทีมจ่าฝูงอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ต่อไป

                    ขณะที่ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมอันดับ 8 แข่ง 11 นัด มี 16 แต้ม เจอศึกหนักต้องเปิดรังเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ทำศึกแห่งศักดิ์ศรี "ลอนดอนดาร์บี้แมทช์" รับการมาเยือนของ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ทีมอันดับ 7 แข่ง 11 นัด มี 17 แต้ม ในเวลา 19.45 น. เกมนี้ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือเจ้าถิ่นมีลุ้นได้ตัว วอจ์เซียค เชสนี, คีแรน กิบบส์ และ ธีโอ วัลคอตต์ ที่เพิ่งหายเดี้ยงกลับมาช่วยแนวรับอีกครั้ง ขณะที่บรรดาแข้งหลักในแผงแนวรุกอย่าง ซานติ กาซอร์ลา, ลูคัส โพโดลสกี และโอลิวิเยร์ ชิรูด์ ยังพร้อมลงเล่นเป็นตัวจริงเหมือนเดิม ด้านทีมเยือนของ อังเดร บียาส โบอาส พร้อมส่งดาวดังลงเล่นทั้งหมดเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น เบรด ฟรีเดล, แยน แฟร์ทองเกน, แกเรธ เบล, คลินท์ เดมป์ซีย์ และ เจอร์เมน เดโฟ

                    ฝั่ง "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี ทีมรองจ่าฝูง แข่ง 11 นัด มี 25 แต้ม เปิดถิ่นอิติฮัด สเตเดี้ยม ต้อนรับ "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลลา ทีมอันดับ 17 แข่ง 11 นัด มี 9 แต้ม ในเวลา 22.00 น. เกมนี้ "มันโช" โรแบร์โต มันชินี กุนซือเจ้าบ้านอาจมีปัญหาเรื่องการจัดทีมเล็กน้อย เพราะยังคงไร้เงา ไมกาห์ ริชาร์ดส์, แจ็ค รอดเวลล์ และเจมส์ มิลเนอร์ ที่มีปัญหาบาดเจ็บรบกวน แถมยังต้องเช็กสภาพความฟิตของ กาเอล กลิชี, โจเลน เลสคอตต์ และซาเมียร์ นาสรี อีกด้วย แต่ยังสามารถใช้งานแข้งหลักอย่าง โจ ฮาร์ท, แวงซองต์ กอมปานี, ยายา ตูเร, คาร์ลอส เตเบซ และ "เอลกุน" เซอร์จิโอ อเกโร ได้เหมือนเดิม    

                    ส่วนโปรแกรมคู่อื่นลงเตะในเวลา 22.00 น. ลิเวอร์พูล (13) พบ วีแกน (14), ควีนส์ปาร์ค (20) พบ เซาแธมป์ตัน (19), นิวคาสเซิล (10) พบ สวอนซี (11), เรดดิง (18) พบ เอฟเวอร์ตัน (4) 

 

 

 

---------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)