ข่าว

'ก่อแก้ว'เย้ยม็อบ'เสธ.อ้าย'ไม่ถึง1ล.

'ก่อแก้ว'เย้ยม็อบ'เสธ.อ้าย'ไม่ถึง1ล.

15 พ.ย. 2555

'ก่อแก้ว' เย้ยม็อบ 'เสธ.อ้าย' ไม่ถึง 1 ล้านคน ค้านใช้ พรบ.ความมั่นคง แนะจับข้อหากบฎ มั่นใจล้มรัฐบาลไม่ได้ สั่ง 'เสื้อแดง' ห้ามเข้าใกล้ที่ชุมนุม

                      15 พ.ย.55 นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แถลงกรณีที่รัฐบาลเตรียมประกาศ ใช้ พรบ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 เพื่อดูแลการชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยามในวันที่ 24-25 พ.ย.นี้ ที่นำโดยพล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้าย ว่าตนไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลจะประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคง เพราะยังไม่เห็นว่ามีสถานการณ์ที่ผิดปกติ เป็นเพียงการชุมนุมของคนกลุ่มหนึ่ง ส่วนตัวนั้นตนไม่เชื่อว่าพล.อ.บุญเลิศ จะนำคนมาชุมนุมได้ถึง 1 ล้านคน จึงเห็นว่ารัฐบาลน่าจะดูสถานการณ์ไปก่อน ถ้าการชุมนุมมีการทำผิดกฎหมายหรือมีการก่อความไม่สงบ รัฐบาลก็สามารถประกาศ พรบ.ความมั่นคงในตอนนั้นได้ หากมีการประกาศใช้ พรบ.ความมั่นคงในทุกครั้งที่มีการชุมนุมก็จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศและรัฐบาล

                      นายก่อแก้ว กล่าวอีกว่า ถ้ารัฐบาลกลัว เสธ.อ้าย ขณะนี้ก็มีคนไปฟ้องร้องกล่าวหาเสธ.อ้ายในข้อหากบฎแล้ว ซึ่งเสธ.อ้ายก็ขอเลื่อนการมอบตัวไปเดือน ธ.ค. แต่มีเวลาไปชุมนุมได้ ดังนั้นหากรัฐบาลกลัวเสธ.อ้าย ก็ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาดำเนินการจับกุมโดยไม่ต้องมีการประกันตัว เรื่องก็จบ และขอเตือนรัฐบาลว่าอย่าปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมเหมือนรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ควรปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมตามหลักสากล และเสธ.อ้ายเป็นทหารแก่ ไม่น่ากลัว แต่ทหารที่อยู่ในตำแหน่งน่ากลัวกว่า เพราะถ้าเป็นการเคลื่อนไหวเฉพาะเสธ.อ้าย ก็ไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ แต่หากมีทหารในตำแหน่งเข้าร่วมผสมโรงด้วย รัฐบาลก็อยู่ในความเสี่ยง

                      นายก่อแก้ว กล่าวต่อว่า ขอเรียกร้องไปยังพี่น้องคนเสื้อแดงทุกกลุ่มว่าห้ามเข้ามาให้บริเวณที่ พล.อ.บุญเลิศ ชุมนุม เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า และเป็นเหยื่อของสถานการณ์ รวมทั้งขอเรียกร้องไปยัง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นของ พล.อ.บุญเลิศ ซึ่งพล.อ.สุรยุทธ์ ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมนั้น ขอให้ออกมาห้ามพล.อ.บุญเลิศ ไม่ให้ทำร้ายประเทศได้หรือไม่

 

'ก่อแก้ว'แนะ'มาร์ค'ยอมรับชะตากรรมปมถูกถอดยศ

 

                      นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้ทนายความไปยื่นต่อปปช.เอาผิด พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม กรณีปฏิบัติที่โดยมิชอบในการสั่งถอดยศ ร้อยตรี ของนายอภิสิทธิ์ ว่า ถ้าเปรียบนายอภิสิทธิ์ กับนายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เมื่อครั้งที่นายจตุพรลงสมัครส.ส. และในวันเลือกตั้งนายจตุพรมีเจตนามาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง แต่ศาลไม่อนุมติ จนทำให้นายจตุพรถูกถอดถอนออกจากการเป็นส.ส.แต่กรณีของนายอภิสิทธิ์ มีเจตนาใช้เอกสารปลอมในการรับราชการทหาร ซึ่งเป็นการทำผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ถ้านายอภิสิทธิ์ ไม่ถูกถอดออกจากการเป็นส.ส.จะทำให้สังคมอยู่ลำบาก ซึ่งจะเป็นการสร้างบรรทัดฐานผิดๆ ว่าคนหนีทหารใช้เอกสารปลอมไม่ถูกถอดถอน แต่คนที่มีเจตนาใช้สิทธิ์ เลือกตั้งกับถูกถอดถอน ดังนั้นนายอภิสิทธิ์ ไม่ควรดันทุรังต่อไป ควรออกมายอมรับชะตากรรมของตัวเองอย่างองอาจทรนง ไม่ใช่ดื้นรนจนเชือกรัดคอตัวเอง สุดท้ายก็ตาย

 

'เพื่อไทย' ซัดม็อบ 'เสธ.อ้าย' เป็นอันตรายต่อปชต.

 

                      นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ท.วัชระ ฤทธาคนี โฆษกองค์การพิทักษ์สยาม ระบุว่า องค์การพิทักษ์สยามและภาคีเครือข่ายต้องการให้รัฐบาลของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยุติการบริหารราชการแผ่นดินนั้น เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63 โดยไม่ได้มีความคิดที่จะล้มล้างรัฐบาลหรือเป็นไปตามที่มีคนพยายามเบี่ยงเบนว่า องค์การพิทักษ์สยามจะล้มรัฐบาลโดยอาศัยรัฐธรรมนูญมาตรา 68 มาเป็นเครื่องมือว่า เป็นแนวคิดที่เป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย เพราะต้องการที่จะเปลี่ยนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ถือเป็นการยึดอำนาจอีกรูปแบบหนึ่งใช่หรือไม่ ทั้งนี้อยากเตือนสติประชาชนที่จะมาร่วมชุมนุมรวมถึงกลุ่มทุนที่อาจจะอยากสนับสนุนด้วยว่า ขอให้คิดให้ดีก่อนว่า ประเทศไทยวันนี้กำลังเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคม ประชาชนกำลังอยู่ดีกินดี และประเทศก็กำลังเนื้อหอมเพราะผู้นำของนานาประเทศกำลังจะเดินทางมาเยือนประเทศไทย เช่น สหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยได้รับความเชื่อมั่นในสายตาของนานาชาติ

                      "ตรงข้ามกับการชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยามที่มีเป้าหมายหลักที่ต้องการจะล้มรัฐบาล มีแต่จะถอยหลังเข้าคลอง และอาจจะนำประเทศไปสู่ความตกต่ำหรืออาจจะถึงขั้นปิดประเทศได้" นายพร้อมพงศ์ ระบุ

                      นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า อยากเรียกร้องไปยังประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยามด้วยว่า ขอให้สื่อสารผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อให้เห็นว่าไม่เห็นด้วยและไม่ยอมรับวิธีการขององค์การพิทักษ์สยามในทุกช่องทาง แต่ขอให้ต่อต้านแบบสันติเพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศรวมถึงการลงทุนและการท่องเที่ยวภายในประเทศ เพราะหากนานาชาติไม่ยอมรับประเทศไทย ผลกระทบย่อมตกอยู่ที่ความเป็นอยู่ของประชาชน วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนต้องปกป้องและหวงแหนสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตย อย่าให้พวกที่อยากจะมีอำนาจแต่ไม่ผ่านการเลือกตั้งมาเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตยได้

                      อย่างไรก็ตามตนได้ข้อมูลมาจากประชาชนด้วยว่า ขณะนี้มีการปลุกระดมประชาชนในท้องถิ่นต่างๆ ผ่านแกนนำและหัวคะแนนของกลุ่มการเมืองซึ่งเป็นอันตราย เพราะไม่ใช่การชุมนุมเนื่องจากประชาชนได้รับความเดือดร้อน แต่เป็นการชุมนุมที่หวังผลและอำนาจทางการเมืองใช่หรือไม่