
'เสธ.อ้าย'ปัดมีขบวนการลงขันล้มรบ.
'เสธ.อ้าย' ย้ำชัดไม่มีขบวนการระดมทุนลงขัน 6,000 ล้านบาท ล้มรัฐบาล ยันไม่นำมวลชนปิดล้อมสภาฯ เมิน พรบ.ความมั่นคง เตรียมทำหนังสือแจง 'โอบามา'
15 พ.ย.55 พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือเสธ.อ้าย ประธานองค์การพิทักษ์สยาม (อพส.)ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พล.ต.อ.อดุลย์ เเสงสิงเเก้ว ผบ.ตร.ยอมรับว่ามีข่าวว่านายทุนลงขัน 6,000 ล้านบาทสนับสนุนการชุมนุมครั้งนี้ว่า"ตนขอปฏิเสธว่าไม่จริง ไม่มีใครให้ ตนจะมีค่าราคาถึง 6,000 ล้านบาทเลยหรือ ให้ลองมาเอ็กซ์เรย์ดูได้ สื่อมวลชนมาทำข่าวก็เห็นว่ามีบุคคลธรรมดาที่นำเงินใส่ซองมาสนับสนุนตน ตามที่พวกเขาชื่นชอบและสนับสนุนองค์การพิทักษ์สยาม ยืนยันว่าไม่มีการลงขันเด็ดขาด ถ้าหลายกลุ่มจะร่วมสนับสนุนก็ถือเป็นเรื่องที่ดี"
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการประเมินว่าผู้มาชุมนุมจะมีเพียง 60,000 คน พล.อ.บุญเลิศ กล่าวว่า ตนก็ทราบว่าตำรวจจะใช้กำลังตำรวจ 50,000 คน อส.ของกระทรวงมหาดไทยอีก 10,000 คน ใช่หรือไม่ ดังนั้นก็ตัวต่อตัวอย่างนั้นหรือ หรือจะเป็นเหมือนบ้านนอกที่มีพระ 9 รูป แม่ครัวเป็นร้อยกว่าคน แล้วจะมีจริงหรือไม่ตำรวจ 50,000 คนเพราะทั่วประเทศมีไม่ถึง 200,000 คน ถ้ามาหมด 50,000 คน คงเป็นวันดีเดย์ของผู้ร้าย
เมื่อถามว่า ประเมินว่าสถานการณ์บ้านเมืองสุกงอมถึงขั้นที่จะชุมนุมขับไล่แล้วหรือไม่ พล.อ.บุญเลิศ กล่าวว่า ตนไม่รู้ว่าสุกงอมหรือไม่ แต่เห็นว่าความเลวร้ายมันเยอะมากอย่างที่เรียนไปแล้ว การชุมนุมทางการเมืองไม่ได้ครั้งนี้ไม่ได้ทำให้เหตุการณ์แย่ลงเพราะตนไม่ได้ไปเผาบ้านเผาเมือง และการชุมนุมครั้งนี้ก็ยืนยันว่าอย่างมากอยู่ 1 คืน 2 วัน หรือไม่ก็วันเดียวจบ บ้านเมืองไม่บอบช้ำ เมื่อถามว่า ยังมั่นใจว่าจะสามารถจำกัดพื้นที่การชุมนุมแค่ลานพระรูปได้หรือไม่ พล.อ.บุญเลิศ กล่าวว่า ใช่ เว้นแต่คนมามากก็ไหลไปเรื่อยตามความกว้างยาวของสถานที่
เมื่อถามว่า มีแต่คนเป็นห่วงว่าจะไม่สามารถควบคุมได้ พล.อ.บุญเลิศ กล่าวว่า ไม่มีที่จะคุมไม่ได้ เราคุมได้ เมื่อถามว่า มั่นใจว่าหากเกิดเหตุรุนแรงขึ้นเสธ.อ้ายจะรับผิดชอบได้หรือไม่ พล.อ.บุญเลิศ กล่าวว่า “ผมตอบไม่ได้ว่ารับผิดชอบได้หรือไม่ แต่ผมป้องกันอย่างเต็มที่ ไม่ให้เกิดเหตุร้าย”ผู้สื่อข่าวถามว่า ผบ.ตร.เตรียมขอประกาศใช้พ.ร.บ.การความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พล.อ.บุญเลิศ กล่าวว่า "ก็แล้วแต่ผบ.ตร. เพราะในฐานะเจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็แล้วแต่ท่าน เมื่อถาว่าหากประกาศใช้พ.ร.บ.มั่นคงจะทำให้เกิดข้อจำกัดของกลุ่มผู้ชุมนุมหรือไม่ พล.อ.บุญเลิศ กล่าวว่า ไม่มีจำกัด และตนได้สั่งการแล้วว่าให้จัดเจ้าหน้าที่ ทนายความฝึกหัดออกไปอยู่ตามจุดต่างๆโดยรอบกรุงเทพฯ แต่ละเส้นทางที่จะเข้าลานพระรูป ที่เป็นบริเวณที่ประชาชนจะเข้ามา พร้อมกล้องถ่ายรูป เพื่อให้ไปนับจำนวนคนเข้ามา และคนที่ถูกกักไว้ด้วยว่ามีเท่าไหร่อย่างไร"
เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าพล.อ.บุญเลิศจะประกาศยุติการชุมนุมก่อนวันที่ 24 พ.ย.นี้จริงหรือไม่ พล.อ.บุญเลิศ กล่าวว่า “ถ้ายกเลิก ผมก็เป็นหมาหน่ะสิ มันไม่ใช่งานขึ้นบ้านใหม่ ที่คิดอยากจะยกเลิกก็ยกเลิกนะ มันไม่ใช่ ข่าวไปทั่วประเทศขนาดนี้แล้ว ต้องชุมนุม” เมื่อถามถึงกรณีที่นปช.จะชุมนุมอยู่บริเวณโดยรอบกรุงเทพฯ พล.อ.บุญเลิศ กล่าวว่า "นั่นเป็นเรื่องของเขา แต่ยืนยันไม่มีแรงปะทะใดๆ" เมื่อถามว่า จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้มีการปะทะหรือไม่ พล.อ.บุญเลิศ กล่าวว่า "ไม่มีๆ ตนนับรวมได้เลยว่าหากนปช.มา 20,000 คน ตนก็นับรวมคนของตนอีก 20,000 คนได้เลย" ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทยสั่งผู้ว่าฯสกัดคนเข้าร่วมชุมนุม พล.อ.บุญเลิศ กล่าวว่า เป็นการสกัดแน่ แต่สกัดไม่อยู่ เพราะคนไม่ใช่ควาย มีสมอง สกัดทางนี้ก็ไปทางโน้น และตนเองก็ทำหนังสือถึงผบ.ตร. เพื่อขอให้อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่จะมาร่วมชุมนุม อย่าสกัดกั้น
เมื่อถามถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมเชิญองค์กรอิสระ สื่อต่างประเทศ องค์กรระหว่างประเทศเข้าสังเกตการณ์การชุมนุมครั้งนี้ เพื่อให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้ใช้ความรุนแรง พล.อ.บุญเลิศ กล่าวว่า ไม่มีผลกระทบต่อการชุมนุมครั้งนี้ เพราะองค์การพิทักษ์สยามก็ได้ทำหนังสือถึงประธานาธิบดี บารัก โอบามา และอาเซียน องค์การสหประชาชาติ และสถานทูตต่างๆด้วยเช่นกัน เพื่ออธิบายว่าการชุมนุมนี้เพื่อสันติสุข โดยสันติ ปราศจากอาวุธ ไม่มีการสร้างความเสียหายแก่บ้านเมือง หรือเสียหายแก่รัฐ แต่อย่างใด ซึ่งจะยื่นให้ประธานาธิบดีโอบามาที่จะเดินทางมาเยือนไทยในวันที่ 18 พ.ย.นี้ ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐสภาก็เกรงว่าจะมีการเคลื่อนไปปิดล้อมรัฐสภา พล.อ.บุญเลิศ กล่าวว่า “ผมยืนยันว่าไม่มีการไปยึดรัฐสภา หรือที่ไหนๆ ยืนยันว่าผมบังคับผู้ชุมนุมได้ ไม่ให้ไป ผมรับผิดชอบเอง หรือถ้ามีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นก็มาเอาผมไปคุมขังได้เลย เพราะผมไม่มีอะไรจะให้รัฐบาล นอกจากจากรัฐบาลจะกล่าวหาผม ผมพูดมา 700 ครั้งแล้วว่าไม่มีมือที่ 3 ในโลกนี้มีคู่ต่อสู่แค่ 2 มือ เท่านั้นคือการต่อสู่ระหว่างองค์การพิทักษ์สยาม กับ ทักษิณ (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) เท่านั้น”
'ประชา'คาดม็อบ'เสธ.อ้าย'ชุมนุมเกิน 30,000 คน
นายประชา ประสพดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดติดตามความเคลื่อนไหวของประชาชนที่จะมาร่วมการชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาลในวันที่ 24 พ.ย.ว่า เป็นการให้ผู้ว่าฯไปดูและทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ เรื่องที่จะเข้ามาชุมนุมในกทม.แต่ไม่ใช่การสั่งห้ามมาชุมนุม เพราะเป็นสิทธิส่วนตัว เบื้องต้นเท่าที่ได้รับรายงานประชาชนจากต่างจังหวัดที่จะมาร่วมชุมนุมร้อยละ 70 มาจากการจัดตั้งของกลุ่มการเมือง กลุ่มต่อต้านรัฐบาล ส่วนที่เหลือเป็นกลุ่มแฟนคลับ และกลุ่มที่อยากรู้อยากเห็น แต่หลังจากที่ผู้ว่าฯจังหวัดได้ลงไปทำความเข้าใจกับประชาชนแล้ว การเคลื่อนไหวของประชาชนที่จะมาชุมนุมในกทม. เริ่มชะงักลง แต่เท่าที่ประเมินคาดว่า น่าจะมีชาวบ้านต่างจังหวัดมาร่วมชุมนุม 3 หมื่นคนขึ้นไป
'เพื่อไทย'ยื่นศาลรธน. สั่งยกเลิกม็อบ 'เสธ.อ้าย' หวั่นปชช.ปะทะกัน
นายสิงห์ทอง บัวชุม สมาชิกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายพิชา วิจิตรศิลป์ ทนายความ เดินทางมายังสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อยื่นหนังสือขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยกเลิกการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม ที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 พ.ย.นี้ ที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า โดยมีนายปัญญา อุดชาชน รองเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นผู้รับหนังสือ
โดยนายสิงห์ทอง กล่าวว่า ตนได้ขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ยื่นหนังสือขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งให้พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานกลุ่มองค์การพิทักษ์สยามและกลุ่มบุคคลต่างๆ ยกเลิกการชุมนุมในวันที่ 24 พ.ย.นี้ ที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า เนื่องจากการชุมนุมดังกล่าวของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม มีเหตุผลต้องการขับไล่รัฐบาลไม่ต้องการให้รัฐบาลภายใต้การดำเนินการ ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี บริหารประเทศต่อไปอีก จึงเห็นว่าการดำเนินการของกลุ่มดังกล่าวไม่ถูกต้อง เพราะรัฐบาลชุดนี้ เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน
ดังนั้นการชุมนุมดังกล่าวจึงเข้าข่ายเป็นการล้มล้างการปกครองภายใต้ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยยกเลิกการชุมนุมดังกล่าวเป็นการด่วนก่อนที่ประเทศจะเกิดความเสียหาย ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ไม่มีความสงบเรียบร้อย ประชาชนเกิดความแตกแยกเกิดการปะทะกัน จนไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ทั้งนี้ตนได้แนบเอกสารประกอบคำร้องเป็นเทปการปราศรัยการชุมนุมเมื่อวันที่ 28 ต.ค. และเทปการแถลงข่าวการนัดชุมนุมรอบที่ 2 เมื่อวันที่ 10 พ.ย. พร้อมกันนี้ยังได้แนบหนังสือที่ได้ไปยื่นเรื่องกับอัยการสูงสุด ในวันเดียวกันนี้ เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญได้นำมาประกอบการพิจารณาวินิจฉัยด้วย
ด้านนายปัญญา กล่าวว่าจากนี้ทางสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ก็จะตรวจสอบเอกสารหลักฐานว่ามีความครบถ้วนเป็นไปตามหลักเกณฑ์การพิจารณาคดีหรือไม่ ก่อนที่จะนำเรียนให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้รับทราบ เบื้องต้นคาดว่าน่าจะพิจารณาได้เร็ว เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่สำคัญ อยู่ในความสนในของประชาชน ส่วนจะเข้าที่ประชุมของตุลาการฯในวันพุธที่ 21 พ.ย.นี้หรือไม่ คงต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ



