ข่าว

'สรยุทธ'มาตามนัด!ศาลปค.ไต่สวน

'สรยุทธ'มาตามนัด!ศาลปค.ไต่สวน

15 พ.ย. 2555

"สรยุทธ" เดินทางถึงศาลปกครอง ตามนัดไต่สวนครั้งแรกคดีร้องขอให้มีคำสั่งให้ 'อสมท' คืนเงินค่าโฆษณาที่ได้ชำระเกิน 138 ล้านแก่บ. ไร่ส้ม

              ตามที่นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา นักจัดรายการทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3  ในนามบริษัท ไร่ส้ม จำกัด ได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองเพื่อมีคำสั่งให้ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) คืนเงินค่าโฆษณาที่ได้ชำระเกินไป 138 ล้านบาทแก่บริษัท ไร่ส้ม จำกัด ที่ตัวเองถือหุ้นใหญ่อยู่

              และวันที่ 15 พ.ย.เวลา 10.30 น.ศาลปกครองกลาง นัดนั่งพิจารณาคดีครั้งแรกระหว่างบริษัท ไร่ส้ม จำกัด (ผู้ฟ้องคดี) กับ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) (ผู้ถูกฟ้องคดี) ในคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง โดยฟ้องว่าบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)ปฏิบัติผิดข้อตกลงและสัญญาร่วมผลิตรายการโทรทัศน์ ในชื่อรายการ "คุยคุ้ยข่าว" ซึ่งออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 9  อสมท หรือสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ โดยเรียกเก็บค่าโฆษณาส่วนเกินจากผู้ฟ้องคดีโดยไม่ให้ส่วนลดทางการค้าตามข้อตกลง

              นอกจากนี้ผู้ถูกฟ้องคดียังได้โฆษณาเกินส่วนแบ่งเวลาตามข้อตกลง ทั้งนี้ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือถึงผู้ถูกฟ้องคดีเพื่อขอให้คืนเงินค่าโฆษณาที่ผู้ฟ้องคดีได้ชำระเกินไปและขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีชำระเงินค่าโฆษณาส่วนเกินให้แก่ผู้ฟ้องคดีแต่ผู้ถูกฟ้องคดีเพิกเฉยไม่ชำระหนี้ให้แก่ผู้ฟ้องคดีภายในระยะเวลาที่กำหนดตามหนังสือทวงถามเป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหายขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยให้แก่ผู้ฟ้องคดี

              นายสรยุทธพร้อมทนายได้เดินทางถึงศาลปกครองกลางแล้วเข้าห้องพิจารณาคดีทันทีด้วยสีหน้าปกติ

 

กมธ.สภาจี้ต้นสังกัด-ทุกพรรคร่วมแบน“สรยุทธ”
    
               นายศุภชัย ศรีหล้า ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ที่ประชุมวันนี้ (14พ.ย.) มีมติ เห็นชอบกับผลสรุปของอนุกรรมการ การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน เรื่องการพิจารณาการศึกษาการทุจริตเงินค่าโฆษณาระหว่างบริษัทไร่ส้ม จำกัด กับบริษัท อสมท.จำกัน (มหาชน) เป็นเหตุให้รับความเสียหาย ทั้งนี้ที่ประชุมจะมีการจัดทำรูปเล่มรายงานให้เสร็จภายใน 2 สัปดาห์ ก่อนที่จะเสนอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะช่องในส่วนของสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ที่จะให้ดำเนินการตามมาตรฐานจริยธรรมต่อไป รวมไปถึงจะส่งรายงานให้ดังกล่าวให้พรรคการเมืองทุกพรรคเพื่อพิจารณาดำเนินการเช่นกัน
    
               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายงานของอนุกรรมาธิการได้สรุปว่าการที่นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ไม่มาให้ถ้อยคำ หรือมาชี้แจงต่ออนุ กมธ.แสดงให้เห็นว่านายสรยุทธ ไม่ให้ความสำคัญกับกระบวนการพิจารณาสอบสวน อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา เพื่อประโยชน์ของสังคมโดยรวม โดยในขณะที่มีการสอบสวนนั้น ที่ประชุมอนุกมธ.ได้เปิดโอกาสให้นายสรยุทธ เข้าชี้แจงเปิดเผยข้อเท็จจริงสำคัญ ที่ยังไม่ได้ปรากฏข้อเท็จจริงของสาธารณะ เพื่อแก้ข้อกล่าวหาของตัวเอง ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูล โดยไม่เป็นที่เสียหายต่อรูปคดีแล้ว เนื่องจากข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับการกระทำของบริษัทไร่ส้ม และนายสรยุทธ ได้ถูกเปิดเผยในชั้นไต่สวนของอนุกรรมการ ของ ป.ป.ช.แล้ว มิได้เป็นความลับอันจะพึงต้องปกปิด ดังนั้นเพื่อให้เกิดความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ดั่งเช่นได้เปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง เพื่อให้สังคมได้รับรู้ และร่วมตัดสินใจด้วยวิจารณญาณ ในการรับฟังอย่างมีเหตุ มีผล เสมือนดังที่นายสรยุทธ์ ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของข้าราชการและนักการเมือง และเสนอข่าวสถานการณ์ด้านการทุจริต เพื่อประโยชน์ของสังคมสม่ำเสมอ
    
               นอกจากนี้รายงานดังกล่าวยังระบุว่า ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นข้าราชการ เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐหรือนักการเมือง ที่ถูกชี้มูลความผิดทางอาญา จากคณะกรรมการ ป.ป.ช.ต้องโทษทางวินัยราชการ หรือออกจากตำแหน่งทางการเมืองที่ดำรงอยู่ในตำแหน่งขณะถูกชี้มูลทางความผิดไปก่อน จนกว่าผลคดีอาญาจะถึงที่สุด ซึ่งในกรณีของนายสรยุทธไม่ได้เป็นข้าราชการ พนักงานของรัฐหรือนักการเมือง จึงไม่ต้องรับผิดทางวินัยและไม่มีมาตรการใดที่จะบังคับนายสรยุทธที่จะหยุดปฏิบัติหน้าที่ของตนเองได้ แต่ในฐานะสื่อที่ประชาชนจำต้องพบเห็นการทำหน้าที่อยู่ทุกวัน จึงควรมีมาตรฐานทางคุณธรรม จริยธรรม มากกว่าบุคคลอื่น นายสรยุทธ์จึงควรที่จะต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนร่วม ด้วยการยุติบทบาทในหน้าที่ สื่อมวลชนของตัวเอง ก่อนที่จะมีการดำเนินมาตรการทางอาญา เพื่อเป็นบรรทัดฐานและเป็นตัวอย่างสื่อมวลชนที่ดีในสายตาประชาชนต่อไป