ข่าว

'จารุพงศ์'เตือนอย่าประมาทม็อบเสธ.อ้าย

'จารุพงศ์'เตือนอย่าประมาทม็อบเสธ.อ้าย

15 พ.ย. 2555

'จารุพงศ์'เตือนรัฐบาล อย่าประมาทม็อบเสธ.อ้าย : สัมภาษณ์พิเศษจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย โดยกองบรรณาธิการเครือเนชั่น

              นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษกองบรรณาธิการเครือเนชั่น เกี่ยวกับสถานการณ์การเมือง โดยเฉพาะกรณีที่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ โดยยืนยันว่า แนวทางที่คนในพรรคเสนอให้ระดมคนเสื้อแดงออกมาปกป้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีนั้น เป็นแนวทางที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น และยอมรับว่า มีการประเมินสถานการณ์และความเป็นไปได้ของการชุมนุมว่าแต่ละรูปแบบที่เกิดขึ้นนั้น จะส่งผลกระทบอย่างไร และต่ออะไรบ้าง
    
              "เราจะต้องเอาบทเรียนเมื่อ 19 กันยายน 2549 ซึ่งเรามีคนระดับผู้ใหญ่ของพรรคเคยผ่านตรงนั้น ไม่ว่าจะเป็น จาตุรนต์ ฉายแสง ภูมิธรรม เวชยชัย ก็ต้องมาดูว่า ครั้งนั้นข้อผิดพลาดของพรรค (ไทยรักไทย) คืออะไร เราต้องมาวางยุทธศาสตร์ใหม่เพื่อแก้ไข"
    
              นายจารุพงศ์ กล่าวด้วยว่า ครั้งนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ประเมินสถานการณ์ต่ำไป มั่นใจตัวเองสูงเกินไป ไม่คิดว่าจะมีการปฏิวัติ ดังนั้นครั้งนี้จะต้องดูให้ดี แก้ไขข้อผิดพลาดเดิม
    
              "แต่ถ้าเขาจะทำ (ปฏิวัติ) ถ้าเขาขนอาวุธออกมา ก็คงไม่มีรัฐบาลพลเรือนไหนไปขวางได้ แต่เราก็รู้ว่า วันหนึ่งก็ต้องมีการเลือกตั้ง ซึ่งเมื่อมีการเลือกตั้งเราก็ชนะ ฉะนั้นถ้าเขาเอาอาวุธออกมา เราก็หายใจไว้ อย่าวิ่งไปชนกระสุนเขา" จารุพงศ์ กล่าวพร้อมหัวเราะ
    
              อย่างไรก็ตาม จารุพงศ์กล่าวว่า ที่ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้าย แกนนำองค์การพิทักษ์สยาม บอกว่าจะแช่แข็งประเทศ 5 ปีนั้น เป็นไปไม่ได้ เพราะขนาดการปฏิวัติเมื่อปี 2549 คณะปฏิวัติยังอยู่เพียง 1 ปีก็ให้มีการเลือกตั้ง หากเป็นอย่าง เสธ.อ้ายบอก ไทยก็จะสวนทางกับพม่า คือพม่าก้าวหน้าขึ้น แต่ไทยย้อนกลับไปเป็นพม่าในช่วงก่อนหน้านี้แทน
    
              สำหรับการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม นายจารุพงศ์มองว่า "ก็เหมือนเหล้าเก่าในขวดเก่า แต่แค่เปลี่ยนจุกก๊อกใหม่"
    
              อย่างไรก็ตาม เขาเห็นว่า รัฐบาลก็ต้องไม่ประมาท ต้องคอยประเมินสถานการณ์ ทั้งนี้ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ส.ส.สุรินทร์ ได้เสนอในที่ประชุมพรรคเพื่อไทยเมื่อวันจันทร์ (12 พ.ย.) ว่า ให้เอาคนเสื้อแดงมาเป็นเกราะป้องกัน แต่ที่ประชุมพรรคไม่เห็นด้วย
    
              หัวหน้าพรรคเพื่อไทยประเมินการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านที่จะมีในวันที่ 25-27 พฤศจิกายนนี้ ว่า คงจะเข้มข้น และการที่ฝ่ายค้านไม่ยื่นอภิปรายรัฐมนตรีบางคน เช่น นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็คงเป็นเพราะต้องการเจาะตรงมาที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
    
              "เราก็อ่านเขาว่า ที่เจาะจงไปที่ตัวนายกฯ เพราะไม่ต้องการให้มีตัวช่วย ถ้าจะลุกมาตอบแทนเขาก็คงบอกว่าไม่ได้อภิปรายคุณ"
    
              ส่วนกรณีกระทรวงกลาโหมสั่งถอดยศนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นั้น แม้จะไม่ส่งผลกระทบต่อญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่นายจารุพงศ์ก็บอกว่า "ถ้าไม่เปลี่ยน เราก็เตรียมการไว้แล้ว อาจจะต้องพูดกันสักวันหนึ่ง ก่อนเริ่มการอภิปราย เพราะต้องมีคนที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีแนบท้ายญัตติ ก็คงมีคนถามว่า ถ้าคุณเอาคนที่ถูกถอดยศปลดออกมาอย่างนี้ มันเหมาะสมหรือไม่ เรียกว่าก่อนที่ฝ่ายค้านจะอภิปราย ฝ่ายค้านคงจะต้องโดนอภิปรายก่อน" นายจารุพงศ์พูดไปหัวเราะไป
    
              หัวหน้าพรรคเพื่อไทยพูดถึงอดีตนายกฯ ทักษิณว่า "ท่านเป็นคนที่เคยทำประโยชน์ให้บ้านเมืองมากมาย ในฐานะที่เป็นคนไทย สัญชาติไทย ท่านก็ควรจะมีโอกาสได้กลับบ้าน ถ้าผมทำอะไรที่จะทำให้ท่านกลับมาได้ ผมก็จะไม่อายเลยที่จะทำ เราต้องคุยความจริงกัน คนที่เลวกว่าท่านยังมีโอกาส คนเราไม่มีใครดี หรือเลว 100% ต้องให้ความเป็นธรรมกับท่าน"
    
              "ส่วนท่านทักษิณจะได้กลับเมื่อไหร่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับจังหวะเวลา ถ้าอยากกลับมากๆ ก็คงจะยังกลับไม่ได้" จารุพงศ์กล่าวพร้อมหัวเราะ "เราก็อยากให้ท่านกลับมาเร็วที่สุด แต่ก็ต้องดูจังหวะ เราก็พยายาม แต่เมื่อขยับแล้วมีแรงต้านสูงเราก็ต้องฟัง...ถ้าประชาธิปไตยเต็มใบ ไม่มีปรากฏการณ์อย่างของกลุ่ม เสธ.อ้าย ท่านก็คงจะกลับมาได้"
    
              ถามถึงอำนาจในฐานะที่เป็นหัวหน้าพรรค มีส่วนในการเลือกคนมาเป็นรัฐมนตรีในการปรับ ครม.ครั้งที่ผ่านมามากน้อยแค่ไหน นายจารุพงศ์ตอบพลางหัวเราะพลาง
    
              "ผมมองออกว่า ใครจะไปอยู่ตรงไหน แต่..ผมไม่ใช่คนเคาะ แต่ผมมองออกเกือบ 80% มันจะให้ผมตอบได้อย่างไรว่าผมไม่มีเลย มันก็เสียรังวัดสิ"
    
              สำหรับความสัมพันธ์ของพรรคเพื่อไทยกับกลุ่ม นปช.นั้น นายจารุพงศ์บอกว่า เป็นแนวร่วมกัน อะไรที่ประสานกันได้ก็ประสานกัน ไม่ได้บังคับว่าต้องมาหลอมรวมกัน ส่วนการที่แกนนำคนเสื้อแดง (นายจตุพร พรหมพันธุ์) ไม่ได้เข้ามาเป็นรัฐมนตรีนั้น เขาบอกว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยหลายอย่าง แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเป็นรัฐมนตรีอีก ทุกคนมีโอกาส แต่บางทีคุณเหมาะที่จะเป็นคนที่ดูเขาก็ต้องดูคนอื่นๆ ด้วย แต่ไม่ต้องกลัวหรอก พรรคเพื่อไทยปรับ ครม.โดยเฉลี่ยแล้วจะเกิดขึ้นทุก 6 เดือน ตอนนี้เป็นวัฒนธรรมองค์กรไปแล้ว
    
              นายจารุพงศ์ยังแสดงความเห็นเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลว่า ที่ผ่านมามีปัญหาในขั้นตอนการปฏิบัติ ซึ่งรัฐบาลก็ได้เข้าไปจัดการ ซึ่งมีการเสนอกันว่า การดำเนินการในปีหน้าควรจะมีการแยกประเภทข้าวในการรับจำนำ เช่น ข้าวหอมมะลิก็ควรจะมีราคาแพงกว่า เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวคุณภาพดี
    
              "เรื่องนี้ผมเคยเสนอในพรรค 2-3 ครั้งแล้วว่า จะต้องรับจำนำตามคุณภาพของข้าว แต่ผมก็จะไปพูดอีก ประชาธิปัตย์กับเพื่อไทยอาจจะมีวิธีปฏิบัติที่ต่างกัน แต่เป้าหมายคือเพื่อให้ประชาชนลืมตาอ้าปากได้เหมือนกัน ส่วนไหนที่บกพร่องบ้าง ขอแก้ตัวในปีหน้า"

..................

('จารุพงศ์'เตือนรัฐบาล อย่าประมาทม็อบเสธ.อ้าย : สัมภาษณ์พิเศษจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย โดยกองบรรณาธิการเครือเนชั่น)