
เจาะช่องลับห้องโดยสารมุดฉกทรัพย์นทท.
เจาะช่องลับ...ห้องโดยสาร มุดฉกทรัพย์นักท่องเที่ยว : ตะลุยข่าวโดยโต๊ะรายงานพิเศษ
การขึ้นบัญชีดำเพื่อติดตามเฝ้าดูพฤติกรรมของ "ทัวร์ 30" หรือรถโดยสารรับจ้างไม่ประจำทาง ที่มีพฤติกรรมลักทรัพย์สินนักท่องเที่ยว ทำให้ตำรวจท่องเที่ยว เฝ้าติดตามสืบสวนจับคนร้ายที่ก่อเหตุมาอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด ชุดสืบสวนนำโดย พ.ต.ท.จักรกริช เสริบุตร สว.งานสืบสวน กก.1 บก.ทท. ได้เบาะแสคนร้ายที่แฝงตัวปะปนอยู่ในกลุ่มคนขับรถและพนักงานประจำรถ โดยเฉพาะรถโดยสารปรับอากาศขนาดกลาง หมายเลขทะเบียน 3X-XXXX กรุงเทพมหานคร จึงรายงานข้อมูลการสืบสวนให้ พล.ต.ต.รอย อิงคไพโรจน์ ผบก.ทท. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผบก.ทท. พ.ต.อ.ชาคร ศรีวัฒนประยูร ผกก.1 บก.ทท. และ พ.ต.ท.ธีระวัฒน์ นุมานิต รองผกก.1 บก.ทท. ทราบข้อมูลแล้วได้รับคำสั่งให้สืบสวนติดตามจับกุม
โดยชุดสืบสวนลงพื้นที่เฝ้าระวังในพื้นที่ อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ สังเกตรถโดยสารรับจ้างไม่ประจำทางหมายเลขทะเบียน 3X-XXXX กรุงเทพมหานคร ซึ่งเดินทางมาจาก จ.สุราษฎร์ธานี ชุดสืบสวนจึงใช้รถยนต์ 2 คันสับเปลี่ยนสะกดรอยติดตาม
"การสะกดรอยติดตามรถโดยสารรับจ้างไม่ประจำทาง ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมาย จากการติดตามพบว่ารถโดยสารคันดังกล่าวค่อนข้างวิ่งช้าใช้ความเร็วประมาณ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งค่อนข้างผิดปกติ ชุดสืบสวนสะกดรอยตามเรื่อยมา คาดว่ารถโดยสารน่าจะจอดให้นักท่องเที่ยวลงที่ปลายทางบริเวณท้องสนามหลวง หรือบริเวณหน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล แต่รถโดยสารคันนี้เข้ากรุงเทพฯ แล้วกลับไปจอดตามจุดที่เคยให้นักท่องเที่ยวลง แต่ขับอ้อมไปขึ้นสะพานพุทธแล้ววกกลับมาจอดบริเวณตรอกศาลเจ้า ด้านหลังมหาวิทยาลัยศิลปากร" แหล่งข่าวในชุดสืบสวนกล่าว
จากความผิดปกติที่เกิดขึ้น...ทันทีที่รถโดยสารคันดังกล่าวจอด พ.ต.ท.จักรกริช พร้อมชุดสืบสวนแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานแล้วประกาศให้นักท่องเที่ยวช่วยตรวจสอบทรัพย์สินของมีค่าว่ามีสิ่งใดสูญหายหรือไม่
นักท่องเที่ยวหลายคนพยายามตรวจสอบทรัพย์สินจนกระทั่ง นายนิโคลัส ออเบิร์ท ชาวฝรั่งเศส แจงว่าบัตรเครดิตหายจากกระเป๋าเดินทาง ชุดสืบสวนจึงควบคุม นายสำรวม ทองเกตุ อายุ 55 ปี อยู่เลขที่ 297/10 ถนนตลาดใหม่ ต.ตลาด อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี และ นายธนวัฒน์ เฉลิมชัย อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/236 หมู่ 3 ถนนเลี่ยงเมือง ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมทั้งตรวจค้นพบว่าบัตรเครดิตของชาวต่างชาติที่สูญหายอยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านขวาของ นายสำรวม และพบอาวุธปืนขนาด .22 พร้อมกระสุน 4 นัดในช่องเก็บของหน้ารถ อุปกรณ์สะเดาะแม่กุญแจ และอุปกรณ์เสพยาเสพติด 1 ชุด
นายสำรวม ให้การรับสารภาพอ้างว่า ไม่ได้ทำเป็นประจำ ครั้งนี้ระหว่างรถวิ่งจาก จ.สุราษฎร์ธานี เข้ากรุงเทพฯ มาถึงกลางทางเปลี่ยนให้นายธนวัฒน์ไปขับรถแทน แล้วแอบเข้าไปรื้อค้นทรัพย์สินในกระเป๋าเดินทางของผู้โดยสารเพื่อลักทรัพย์
จากการตรวจสอบประวัติของนายสำรวมพบว่า มีประวัติการก่ออาชญากรรมใช้อาวุธมีดแทงนักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกดำเนินคดีข้อหาพยายามฆ่า เหตุเกิดบริเวณปั๊มปิโตรนาส ถนนพระราม 2 จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา คดีอยู่ระหว่างประกันตัวสู้คดีในชั้นศาล แล้วเคยถูกดำเนินคดีเช็คท้องที่ สน.ชนะสงคราม
"การตรวจปัสสาวะของนายสำรวม พบว่าออกมาเป็นสีม่วง นายสำรวมยอมรับว่าเสพยาบ้า แล้วรับว่าอาวุธปืนขนาด.22 เป็นของตนเองอ้างว่ามีไว้เพื่อป้องกันตัว ส่วนนายธนวัฒน์เคยก่อเหตุลักทรัพย์นายจ้างท้องที่ สภ.เมืองระนอง เมื่อปี 2551 และอ้างว่าเพิ่งก่อเหตุลักษณะนี้ครั้งแรก" แหล่งข่าวในชุดสืบสวนกล่าว
ด้าน พล.ต.ต.รอย กล่าวว่า คนร้ายใช้เทคนิคในการเจาะพื้นรถโดยสาร เมื่อสบโอกาสนักท่องเที่ยวที่โดยสารนอนหลับพักผ่อนในช่วงเวลากลางคืน ผู้ก่อเหตุจะเปิดช่องที่เจาะไว้แล้วมุดลงไปรื้อค้นลักทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว หรือบางครั้งหากลักทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวสำเร็จก็จะส่งให้แก่ผู้ร่วมก่อเหตุ ซึ่งดักรอหรือขับรถติดตามมาเอาทรัพย์สินระหว่างที่รถโดยสารจอดให้นักท่องเที่ยวแวะรับประทานอาหาร การจับกุมผู้ก่อเหตุลักษณะนี้ ชุดสืบสวนมีข้อมูลจากการสืบสวนครบ อีกทั้งขยายการประชาสัมพันธ์แจกแผ่นพับให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังทรัพย์สินไปทั่วประเทศ
..................
(หมายเหตุ : เจาะช่องลับ...ห้องโดยสาร มุดฉกทรัพย์นักท่องเที่ยว : ตะลุยข่าวโดยโต๊ะรายงานพิเศษ)



