ข่าว

ทำไม'ทักษิณ'เยี่ยม'เต็ง เส่ง'เมิน'ซูจี'

ทำไม'ทักษิณ'เยี่ยม'เต็ง เส่ง'เมิน'ซูจี'

15 พ.ย. 2555

ทำไม‘วีรบุรุษประชาธิปไตย’อย่างทักษิณ จึงเยี่ยมเต็ง เส่งแต่ไม่เยี่ยมอองซานซูจี : แทนคอลัมน์กระจกเงา โดยมนตรี_ศรไพศาล

              ผมได้ติดตามข่าวเรื่องอดีตนายกฯ ทักษิณ เยี่ยมพม่า ผมไม่ให้น้ำหนักกับข่าว “ลอบสังหาร” ที่ขาดคุณค่าทาง “ความจริง” เป็นระดับข่าว “เด็กเลี้ยงแกะ” เท่านั้น แต่ผมสนใจว่า อดีตนายกฯ เยี่ยมใคร ? เพื่ออะไร ? เพื่อใคร ?
    
              มีความชัดเจนจากการแถลงข่าวของคนใกล้ชิดอดีตผู้นำว่า ทักษิณ-เต็ง เส่ง พบกันอย่างชื่นมื่น
    
              ฟากคนใกล้ชิดก็บอกว่า ทักษิณพบเพื่อเล่าให้ฟังถึงวิธีแก้จนในไทย จนเต็ง เส่งชื่นชม ฟากคนตรงข้าม ก็ไม่แน่ใจว่า ไปเจรจาธุรกิจการเมืองหรือเปล่า ?
ผมเพียงแต่สังเกตว่า ทำไม ? อดีตนายกฯ ทักษิณ ซึ่งวางตัวเป็นนักสู้ประชาธิปไตย จึงเยี่ยมเพียงผู้นำเผด็จการทหารเต็ง เส่ง แต่ไม่เยี่ยมนักสู้ประชาธิปไตยอย่างออง ซาน ซูจี
    
              กรณีในประเทศไทย ยุคที่ประชาชนต่อสู้ต่อต้านอำนาจทหารที่ “ยึดครอง” อำนาจรัฐ เช่น ยุคจอมพลถนอม กิตติขจร ยุคพฤษภาทมิฬ ไม่เห็นชื่ออดีตนายกฯ ทักษิณ ร่วมขบวนการต่อสู้ เห็นแต่ข่าวที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการเมืองต่างๆ ฯลฯ
    
              แต่เมื่อถึงกรณี คมช. ที่ปฏิวัติเพียงเพื่อ “เว้นอำนาจ” เพื่อนำไปสู่กระบวนการตรวจสอบที่เป็นธรรม จนมีหลักฐานชัดเจน เรื่องการถือหุ้นผ่านนิมินี และการใช้อำนาจรัฐโดยมิชอบ อดีตนายกฯ กลับยอมรับไม่ได้เลยกลับอ้างว่า เป็นวีรบุรุษประชาธิปไตย ต่อสู้เพื่อประชาชน ผู้นำบนเวทีต้องบอกว่า “ท่านทักษิณยังอยู่กับคนเสื้อแดงใช่ไหม? ยังต่อสู้เพื่อคนเสื้อแดงใช่ไหม? เพื่อประชาธิปไตยอย่างเต็มที่ใช่ไหม?”
    
              น่าแปลกใจ ที่ดูเหมือนการต่อสู้นั้น เป็นเมื่อต้องการใช้อำนาจประชาชน เหนือความถูกต้องและความยุติธรรมเท่านั้น !
    
              ถ้าเป็นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจริง
    
              ทำไมไม่เห็นมีส่วนต่อสู้ล้มอำนาจเผด็จการทหารยุคจอมพลถนอม หรือยุคพฤษภาทมิฬเลย ?
    
              ทำไมเมื่อเป็นรัฐบาลเยี่ยมพม่า จึงพาลูกในฐานะตัวแทนกิจการของตนไปด้วย ?
    
              ทำไมเมื่อไปเยี่ยมพม่าในครั้งนี้ จึงเยี่ยมผู้นำทหารเผด็จการ แต่ไม่เยี่ยมนักสู้ประชาธิปไตยอย่างออง ซาน ซูจี ?
    
              ทั้งที่ครั้งหนึ่ง สหายรักอย่างฮุน เซน ผู้นำเขมร ถึงกับยกย่องอดีตผู้นำไทย เป็นนักสู้ประชาธิปไตย เทียบชั้น ออง ซาน ซูจี ?
    
              ผมมองว่า ประชาธิปไตยกำลังพัฒนา อย่างน้อยจนถึงขณะนี้ มีสัญญาณดีๆหลายเรื่อง
    
              รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ทำหน้าที่บริหารบ้านเมืองอยู่แล้ว
    
              ฝ่ายค้าน ไม่ได้นำฐานเสียงมาล้มล้างรัฐบาล เหมือนที่ต้องเผชิญเมื่ออยู่ในตำแหน่ง แต่กำลังทำงานผ่านสภาผู้แทนราษฎร เพื่อตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ อย่างสร้างสรรค์ตามระบอบประชาธิปไตย
    
              หากจะมองข้ามความขัดแย้งในอดีต มองสังคมไทยด้วยหัวใจประชาธิปไตยแท้ ขณะนี้ เรื่องที่น่าจะช่วยพัฒนาประชาธิปไตยยังมีอีกหลายเรื่อง ดังนี้
    
              1.รัฐบาลพึงมุ่งทำงาน ไม่ใช่เอาแต่เล่นการเมือง งานรัฐบาลก็มากอยู่แล้ว กลับมุ่งเรื่อง “เล็กๆ” และ “เก่าๆ” อย่างคดีทหารเมื่อร่วม 30 ปีที่แล้ว มาเล่นการเมือง รัฐบาลน่าจะรู้ว่า ประชาชนจำนวนมาก “เบื่อ” การเมืองแบบนี้
    
              ผู้คนก็เอาใจช่วยนโยบายรัฐบาล เช่น จำนำข้าว ดังที่ได้ชี้แจงไว้ แต่ก็เริ่มกลายเป็นประเด็นที่ทำให้ไทยเสียแชมป์ส่งออกไปแล้วหรือไม่? และแม้ปีที่แล้ว การจำนำเพิ่มกำลังซื้อข้าว ก็ยังช่วยยกราคาข้าวไม่ได้มาก ปีนี้ ชาวโลกก็รู้ว่า เราเก็บข้าวมากเท่าไร ? ข้าวก็มีอายุจำกัด เก็บนานอาจเสียได้ ข้าวใหม่ของไทย และของในต่างประเทศก็กำลังทะลักออกมากันมากขึ้น หากคาดว่าแรงขายมีมาก ราคาจะสูงได้อย่างไร ? แล้วจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ? ต้องสร้างหนี้ให้ลูกหลานไทยอีกเท่าไร ?
    
              ฝ่ายค้านจะอภิปรายตรวจสอบ อย่างสร้างสรรค์ในสภาตามระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลกลับเอาคดีเล็กๆ เก่าๆ มาชิงพื้นที่ข่าวและหวังสกัดการอภิปรายอย่างน่าเบื่อหน่าย
    
              2.ฝ่ายค้านก็ได้มีโอกาสอภิปรายในสภา ประชาชนก็หวังว่าจะเน้นที่เนื้อหา เพื่อให้ประชาชนได้ความรู้ว่านโยบายดีหรือไม่ ? ทำได้จริงเพียงใด?
    
              3.การเรียกร้องประชาธิปไตยโดยมวลชน ควรทำโดยสันติอย่างแท้จริง เมื่อย้อนนึกดูว่า ประชาชนถูกทำให้โกรธเพื่อเอา “ความโกรธ” ของประชาชน เป็นเครื่องมือเพื่ออำนาจทางการเมืองแล้ว ก็รู้สึก “น่ากลัว” จริงๆ
    
              การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ควรเป็นไปตามธรรมชาติ แต่ที่ผ่านมา กลับเป็นการสร้างความแตกแยก เอาคนทำงานราชประสงค์ สีลม และผู้ป่วยโรงพยาบาล เป็นตัวประกัน มีการรมควันโรงพยาบาล มีการยิงบั้งไฟ มีการยิงเอ็ม 79 ในใจกลางเมือง และที่โหดร้ายต่อคนเสื้อแดงที่สุด คือการเอาประชาชนคนเสื้อแดงผู้รักประชาธิปไตยที่บริสุทธิ์เป็นโล่มนุษย์
    
              4.สื่อมวลชนทำหน้าที่ปกป้อง “ความจริง” ในระบอบประชาธิปไตย ความถูกใจเป็นเสรีภาพของประชาชน สื่อมวลชนจึงมีหน้าที่อันทรงเกียรติ คือการปกป้อง “ความจริง”
    
              ใครรักประชาธิปไตยจริง ก็ควรให้ประชาชนเห็นภาพจริงเช่นนั้น ใครรักประชาธิปไตยแบบผูกขาดนิยม ก็ควรให้ประชาชนเห็นภาพจริงเช่นนั้น ต้นไม้ดีให้ผลดี ต้นไม้ไม่ดีให้ผลไม่ดี ต้นไม้ดีหรือไม่ดี ดูได้ที่ผลของต้นไม้นั้น
    
              ใครรักประชาธิปไตยจริง? ใครรักอำนาจรัฐเพื่อประโยชน์ตนเอง? การกระทำจะฟ้องครับ