
คมชัดลึกจัดถก'แรงงานไร้เงา'
รายการคมชัดลึกทางเนชั่นทีวี นำเสนอตอน : แรงงาน ไร้เงา
ภายหลังกระทรวงแรงงานออกกฎกระทรวงตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 เพื่อคุ้มครองลูกจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับงานบ้าน โดยเน้นในสิทธิขั้นพื้นฐานที่พึงมีพึงได้ ส่อเค้าทำให้ผู้มีอาชีพนี้เริ่มมีรอยยิ้มขึ้นบ้าง
รายการคม ชัด ลึก เมื่อค่ำวันที่ 14 พฤศจิกายน นำเสนอตอน : แรงงาน ไร้เงา มีผู้ร่วมรายการ คือ นายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติฯ สภาทนายความ, นายยงยุทธ เม่นตะเภา ประธานที่ปรึกษาสหพันธ์แรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย, น.ส.อุบล ร่มโพธิ์ทอง เครือข่ายแรงงานนอกระบบ (ปริมณฑล) และดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
น.ส.อุบล เชื่อว่า ลูกจ้างหรือคนที่ทำงานอาชีพแม่บ้านคงจะมีรอยยิ้มขึ้นมาได้บ้าง แม้จะยังไม่เต็มที่ก็ตาม ปกติอาชีพแม่บ้านในเวลานี้มีทั้งคนไทยและต่างด้าว เฉพาะต่างด้าวทำงานในอาชีพนี้มากกว่าคนไทย แต่สิ่งหนึ่งที่มีความเท่าเทียมกันคือ ถูกละเว้นกฎหมายบางข้อใน พ.ร.บ.แรงงาน 2541 ไม่มีสิทธิเสรีภาพเหมือนกัน วันหยุดก็ไม่มีเหมือนกันหมด ค่าจ้างก็ได้รับตามอำเภอใจ ไม่เป็นไปตามกฎหมาย จึงให้คะแนนความพอใจแก่รัฐบาลแค่ 50 คะแนน
นายสุรพงษ์ เห็นว่า ถือเป็นความก้าวหน้าของกฎหมายแรงงาน หลังเข้าไปดูแลอาชีพแม่บ้านตามบ้าน ดังนั้นกฎกระทรวงที่มีการประกาศออกมาทั้ง 7 ข้อนี้ ถือเป็นเรื่องของสิทธิขั้นพื้นฐานที่แรงงานทุกคนต้องได้รับเหมือนกัน แต่ก็ยังมีสิทธิใหญ่ๆ อีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ถูกเปิดอีกเช่นกัน เช่น เรื่องค่าแรงงานขั้นต่ำ ลากิจ การพักระหว่างการทำงาน การกำหนดระยะเวลาเริ่มต้นการทำงานและเวลาสิ้นสุดการทำงาน เป็นต้น
ส่วนมุมมองนายยงยุทธ ระบุว่า ที่ผ่านมากฎหมายแรงงานได้ตัดสิทธิตรงไปนี้ ถือเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะอาชีพแม่บ้านก็ถือว่าเป็นคนเช่นกัน ดังนั้นแรงงานในกลุ่มนี้สมควรจะต้องได้สิทธิตามกฎหมายแรงงานเช่นกัน ดังนั้นเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์นั้นควรจะต้องมีศักดิ์ที่เท่าเทียมกัน
เช่นเดียวกับ ดร.เกียรติอนันต์ มองว่า การออกประกาศในเรื่องนี้ มองว่าน่าจะมาจากแรงกดดันจากกรมกิจการแรงงานระหว่างประเทศ ประเทศสหรัฐ ที่ให้ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศอันดับที่ 2 ที่จะต้องมีการจับตาการใช้แรงงานภายในประเทศ โดยเฉพาะการใช้แรงงานเด็ก แรงงานต่างชาติที่ผิดกฎหมาย หากรัฐยังไม่แก้ปัญหาเชื่อว่าจะต้องถูกเลื่อนอันดับให้ไปอยู่ลำดับที่ 3 ซึ่งเป็นอันดับที่ต่ำสุดของเกณฑ์ที่มีการกำหนดไว้ อันจะนำไปสู่การตัดสิทธิพิเศษเกี่ยวกับการส่งออกสินค้าในอนาคต



