
เปิดนโยบาย'สภาสตรีฯสมัย24'
เปิดนโยบายนักพัฒนา 'สภาสตรีฯ สมัยที่ 24'
หลังจากเริ่มงานด้วยคณะกรรมการชุดใหม่ตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา รวมเป็นเวลากว่า 40 วัน ที่สภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ สมัยที่ 24 รุดหน้าศึกษาและเริ่มต้นแก้ไขปัญหาสังคมสตรี จนเกิดเป็นนโยบายหลักเพื่อสังคมภายใน 3 ปีข้างหน้านี้อย่างชัดเจน โดยได้มีการรวมตัวเหล่าคณะกรรมการใหม่ในทุกด้าน เพื่อแถลงนโยบายใหม่ให้ทราบกันอย่างชัดเจนบริเวณ หอประชุมมนังคศิลา ถนนหลานหลวง เมื่อวันก่อน
"นี้ด" สุพัฒนา อาทรไผท ประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ กล่าวว่า คณะกรรมการบริหารสภาสตรีแห่งชาติฯ ชุดที่ 24 จะมุ่งเน้นการยกระดับและบทบาทสตรีในทุกๆ ด้าน โดยจะต่อยอดจากความเก่งของผู้หญิงไทยสมัยใหม่ ที่คล่องแคล้วว่องไวมีความเป็นผู้นำกว่าแต่ก่อน มาใช้พัฒนาศักยภาพของผู้หญิงสมัยใหม่ แต่ไม่ผิดขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามไป
"ในวาระการบริหารงานตั้งแต่ปี 2555-2558 ทางคณะกรรมการได้กำหนดนโยบาย และการดำเนินงานที่สำคัญ โดยเริ่มจากการ
1.ส่งเสริมกิจกรรมเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์
2.เสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพสตรีไทย ตามกระแสพระราชดำรัสของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ให้เป็นผู้ดูแลครอบครัวที่ดี และสามารถจัดสรรงานภายในบ้านแบบพอเพียงได้ 3.มุ่งเสริมสร้างความมั่นคงของสถานที่ตั้งของสภาสตรีแห่งชาติ ด้วยการปรับปรุงสถานที่ทำงาน อาคาร ให้มีความแข็งแรงมากขึ้น
4. ส่งเสริมผลักดันให้มีพระราชบัญญัติสภาสตรีแห่งชาติ เพื่อผลักดันให้มีงบประมาณจากรัฐมาพัฒนาสังคมมากขึ้น ซึ่งเป็นนโยบายที่สภาผลักดันมาโดยตลอด แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะรัฐไม่อยากให้เกิดการทำงานซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น ทางสภาสตรีฯ จึงต้องคิดหานโยบายที่เป็นเอกเทศในการช่วยเหลือสังคมให้แตกต่างและเป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้น
5.ส่งเสริมความพร้อมให้แก่องค์กรสมาชิก เพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนปี 2558 โดยคนในสภาสตรีฯ ต้องมีความรู้ด้านภาษามากขึ้น เพื่อพร้อมพัฒนาสตรีในด้านอื่นๆ และในต่างประเทศด้วย ตอนนี้ได้มีการทำความเข้าใจเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนเบื้องต้นให้แก่เหล่าองค์กรสมาชิกทั่วประเทศ พร้อมผลักดันให้เหล่าสมาชิกนำศิลปวัฒนธรรมไทย มาช่วยพัฒนาสังคมในอีก 3 ปีข้างหน้านี้ด้วย
6.เสริมสร้างบทบาทของสภาสตรีแห่งชาติ ต่อการมีส่วนร่วมของเครือข่ายและองค์กรสมาชิก ในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งเอื้ออาทรและสันติสุข
7.สานสัมพันกับสตรีไทยและองค์กรสตรีไทยในต่างแดน ตลอดจนองค์กรสตรีนานาชาติในประเทศไทย
8.เสริมสร้างจริยธรรมขจัดความรุนแรงต่อสตรีเยาวชนและเด็ก โดยจะจัดสายตรงให้คำปรึกษาแก่สตรี เด็ก และเยาวชน เพื่อลดปัญหาความรุนแรงก่อนจะเป็นคดีความ โดยคาดว่าในเดือนธันวาคมนี้จะพร้อมเปิดสายให้ประชาชนได้โทรเข้ามาขอคำปรึกษาจากอาสาสมัครได้" ประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ กล่าว
นอกจากนี้ภายในงานยังถือเป็นการบอกกล่าวถึงจัดกิจกรรม "งานลอยกระทง ชมจันทร์" ที่สภาสตรีแห่งชาติฯ รับหน้าเสื่อเป็นแม่งานในการจัด โดย ผศ.ดร.รัชนี คุโณปการ เลขาธิการสภาสตรีแห่งชาติฯ กล่าวว่า สภาสตรีแห่งชาติฯ ขอมีส่วนร่วมในการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทย ด้วยการจัดงานลอยกระทง ชมจันทร์ ขึ้นในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2555 บริเวณราชนาวิกสภา ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง
"ในงานจะมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การบรรเลงดนตรีและการแสดงของสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ การเดินแบบชุดไทยในชื่อชุด พิไลพิลาศ นพมาศนารี การประกวดแต่งกายตามขนบธรรมเนียมประเพณีไทย โดยมีไฮไลท์อยู่ที่การร่วมทำบุญปล่อยปลา 560,000 ตัว ซึ่งได้รับการสนับสนุนพันธุ์ปลาจากกรมประมง ผู้ที่สนใจร่วมทำบุญ สามารถซื้อพันธุ์ปลามาปล่อยสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้ในราคาตัวละ 1 บาท รายได้ทั้งหมดจะถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
นอกจากนี้ยังมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าไทย และสาธิตการทำกระทงให้แก่ผู้มาร่วมงานด้วย" เลขาธิการสภาสตรีแห่งชาติฯ กล่าวส่งท้าย



