
แย้ม!'5แสน'ร่วมม็อบเสธ.อ้าย
โฆษกองค์การพิทักษ์สยามแถลงยันไม่ชุมนุมยืดเยื้อ ไม่แช่แข็งประเทศ แย้มคนร่วมลงทะเบียนแล้ว 5 แสน
เมื่อเวลา 15.00น. วันที่ 14 พ.ย. ที่สนามม้านางเลิ้ง พล.อ.ท.วัชระ ฤทธาคนี โฆษกองค์การพิทักษ์สยาม แถลงว่า พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธ์ (เสธ.อ้าย) ประธานองค์การพิทักษ์สยาม ยืนยันอย่างแน่วแน่ว่าจะปฏิวัติการเมืองไทยด้วยอธิปไตยของปวงชน และจุดยืนของรัฐบาลที่ไม่ขจัดผู้ที่จาบจ้วงสถาบัน และรัฐบาลหุ่นเชิด รวมทั้งมีการอนุญาตให้มีการคอร์รัปชั่นกันอย่างกว้างขวาง
ดังนั้นแนวคิดขององค์การพิทักษณ์สยามจึงต้องการที่จะยุติขบวนการทางการเมือง พรรคการเมือง และนักกการเมือง ตลอดจนข้าราชการที่ทุจริตคอรัปชั่น แต่ไม่ได้เป็นการแช่แข็ง ระบบการเมืองก็เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กระบวนการทางกฎหมายก็ยังอยู่เหมือนเดิม ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สัตยาบันที่รัฐบาลไทย รวมทั้งองค์กรณ์ทั้งหลายได้ร่วมทำสัญญาไว้กับองค์กรณ์ระหว่างประเทศก็ยังดำรงรักษาไว้อย่างแน่นแฟ้น และอาจจะดีขึ้นเพราะว่าไม่ได้เป็นในแบบผูกขาดอำนาจแต่เป็นความโปร่งใส
พล.อ.ท.วัชระ กล่าวต่อว่า เป็นไปไม่ได้ที่ประเทศจะมีช่องว่างของการปกครองซึ่งต้องมีผู้เข้ามาจัดการบริหารประเทศโดยนัยยะสองประการ คือ ประเทศไทยมีอำนาจเป็นของปวงชนในการเป็นเจ้าของประเทศ ประชาชนก็จะใช้สิทธิ์ในการต้องการให้มีการบริหารจัดการประเทศ อีกทั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอำนาจไว้ในฐานะประมุขแห่งชาติ ทรงเข้าใจในปัญหาประชาชน ซึ่งสองประการนี้เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เกิดรัฐบาล แต่ไม่ใช่รัฐบาลพระราชทานแต่อย่างใด
พล.อ.ท.วัชระ กล่าวว่า องค์การพิทักษณ์สยามไม่ได้มีแนวคิดในการที่จะแช่แข็งประเทศ จะแช่แข็งได้อย่างไรในเมื่อประเทศเรามีความเป็นพลวัตร ในทุกระบบ เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา เทคโนโลยีต่างๆนั้น ก็ดำเนินไปตามวิถีระบอบประชาธิปไตย ทั้งนี้การชุมนุมในวันที่ 24 พ.ย. ที่บริเวณพระบรมรูปทรงม้า เป็นการชุมนุมตามสิทธิของบุคคลและปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 ซึ่งเป็นการชุมนุมโดยสันติวิธี และปราศจากอาวุธ ซึ่งหากประชาชนจะมากันอย่างมากมายมหาศาล ยิ่งดี เพราะจะเป็นการบ่งบอกถึงปวงประชาชาวไทยว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขระบบและกติกาควบคุมทางการเมือง รวมทั้งระเบียบวินัยที่จะดูแลบังคับข้าราชการ ไม่ให้มีการประพฤติมิชอบ
โฆษกองค์การพิทักษ์สยาม กล่าวต่อว่า การชุมนุมครั้งนี้จะไม่ยืดเยื้อ และจะไม่เคลื่อนที่ ไม่มีนโยบายแผนงานที่จะยึดสถานที่ใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่พล.อ.บุญเลิศ ได้เน้นยืนยัน โดยในวันนี้(14พ.ย.)ได้มีการนำหนังสือของพล.อ.บุญเลิศ นำเรียนพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) เพื่อแจ้งเจตจำนงและวัตถุประสงค์ขององค์การพิทักษ์สยาม ตลอดจนขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกมาอำนวยความสะดวกดูแลความปลอดภัยให้กับมวลชน โดยในวันที่ 24 พ.ย. จะเป็นวันที่ประชาชนออกมาแสดงพลัง ต้องการที่จะให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ซึ่งไม่ใช่เป็นการรัฐประหาร แต่จะให้รัฐบาลยุติการบริหารจัดการ
โฆษกองค์การพิทักษ์สยาม กล่าวต่อว่า พล.อ.บุญเลิศ ได้มีการตกลงร่วมกันกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยกองปราบปราม ว่าจะไปรายงานต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันที่ 20 ธ.ค. หลังถูกออกหมายเรียกในข้อกล่าวหาคดียุยงให้เกิดการปฏิวัติ เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับมวลชนว่าจะไม่ถูกกล่าวหาในข้อกล่าวหาใหม่ ๆ
ผู้สื่อข่าวถามว่าการชุมนุมนั้นจะจบภายในวันที่ 24 พ.ย. หรือไม่ พล.อ.ท.วัชระ กล่าวว่า วันที่ 24 พ.ย. นั้นหากจบได้ก็ถือว่าดี แต่ถ้าจะยืดเยื้อไปในวันอาทิตย์ที่ 25 พ.ย.นั้นก็อาจเป็นได้เพราะมวลชนอาจจะไม่สะดวกในวันเสาร์ ซึ่งก็เป็นวิถีหนึ่งแห่งการชุมนุม แต่ไม่ได้มีแนวคิดที่จะยืดเยื้อเป็น 3วัน 5 วันแต่อย่างใด
เมื่อถามว่ามีการประเมินยอดผู้เข้าร่วมชุมนุมไว้เท่าไร พล.อ.ท.วัชระ กล่าวว่า ขณะนี้ตัวเลขไม่สามารถที่จะชี้แจงได้ แต่นับจากนี้จะพยายามรวบรวมตัวเลขที่พิสูจณ์ได้ ซึ่งขณะนี้มีกลุ่มประชาชนรักชาติรักแผ่นดิน ได้มีการลงทะเบียนไว้ชัดเจนประมาณ 5 แสนคน ถ้าหากมาทั้ง 5 แสนก็ยังถือเป็นแค่กลุ่มเดียว ซึ่งก็ยังมีกลุ่มอื่น ๆ ร่วมอีก
ผู้สื่อข่าวถามว่าพล.อ.บุญเลิศ กังวลในเรื่องของมือที่สามหรือไม่ พล.อ.ท.วัชระ กล่าวว่า ถ้าคนมาหนึ่งล้านคนมือที่สามจะกล้าหรือไม่ ขอเรียนว่าเรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ตระหนักสูงสุดของพล.อ.บุญเลิศ เพราะไม่ต้องการให้มีการสูญเสีย โดยมาตรการรักษาความปลอดภัยก็คงจะเป็นมาตรฐานที่เคยปฏิบัติกันมาจากการชุมนุมครั้งก่อน ก็จะเอาประสบการณ์เหล่านั้นมาวิเคราะห์รวบรวม และจัดตั้งกลุ่มที่มีความชำนาญในการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับผู้เข้าร่วมชุมนุม ทั้งนี้เมื่อการชุมนุมยืดเยื้อมือที่สามก็คงปฏิบัติการได้ไม่ง่ายนัก



