
'ขวัญชัย'ปูด'ม็อบ'เสธ.อ้าย'มาจากใต้
'ขวัญชัย' ปูด ม็อบ 'เสธ.อ้าย' ส่วนใหญ่มาจากใต้ เตรียมจัดชุมนุมแดงอุดรฯโชว์พลัง ยันไม่เคลื่อนเข้ากรุงฯ เชื่อรบ.คุมได้
14 พ.ย.55 นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดรธานีและแกนนำเสื้อแแดง กล่าวถึงกรณีพล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ แกนนำกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม นัดหมายประชาชนให้ออกมาร่วมชุมนุมล้มรัฐบาล ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า วันที่ 24 พ.ย.นี้ว่า ทราบว่ามวลชนส่วนใหญ่จะมาจากภาคใต้ โดยมีบางพรรคจัดเตรียมไว้ให้ ในส่วนของคนเสื้อแดงนั้น ตนจะเรียกประชุมแกนนำเสื้อแดงภาคอีสาน 20 จังหวัดเตรียมความพร้อม
ทั้งนี้ในวันที่ 23 พ.ย. คนเสื้อแดงจะนัดชุมนุมแสดงพลังที่ทุ่งศรีเมือง จ.อุดรธานี เพื่อแสดงออกให้ม็อบเสธ.อ้ายเห็นว่า คนรากหญ้าเสื้อแดงไม่เห็นด้วยกับแนวคิดแช่แข็งประเทศ ไม่ต้องการให้เกิดปฏิวัติ คาดว่าจะมีเสื้อแดงหลายจังหวัดมาร่วมชุมนุมนับหมื่นคน ซึ่งตนขอยืนยันว่าจะชุมนุมอยู่ในพื้นที่ ไม่เคลื่อนพลมายังกทม.แน่นอน เพราะเราไม่ต้องการให้มีการเผชิญหน้า ส่วนการชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยามวันที่ 24 พ.ย.นี้ ตนมั่นใจว่ารัฐบาลน่าจะควบคุมสถานการณ์ได้
ทนายแดงยื่นศาลรธน.ยุติม็อบ 'เสธ.อ้าย' ชี้เข้าข่ายกบฏ
นายหนึ่งดิน วิมุตตินันท์ ทนายความชมรมผู้รักความเป็นธรรม เดินทางมายื่นหนังสือต่อสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญให้ตรวจสอบกรณี พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้าย ในฐานะประธานองค์การพิทักษ์สยาม ที่ประกาศชุมนุมใหญ่เพื่อล้มล้างรัฐบาล ในวันที่ 24-25 พ.ย.นี้ ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า นั้น เข้าข่ายข้อหาเป็นกบฏ โดยการล้มล้างการบริหารราชการของรัฐบาล จึงขอให้เลิกการกระทำตามมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญ 2550 และขอให้มีการคุ้มครองชั่วคราวระหว่างการพิจารณาคดี ตามมาตรา 264 ของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
โดยนายหนึ่งดิน กล่าวว่า ทางกลุ่มชมรมทนายความฯ จึงต้องการขอความเป็นธรรมจากองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้ดำเนินการออกคำสั่ง ให้พล.อ.บุญเลิศ ยุติบทบาทในการนัดชุมนุมล้มล้างรัฐบาลในวันที่ 24-25 พ.ย.ที่จะถึงนี้ โดยถือว่าเป็นการกระทำที่นอกเหนือรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทั้งนี้ได้ขอวิงวอนให้ทุกฝ่ายน้อมนำพระราชดำริหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาปฏิบัติ พร้อมขอให้มีสติตั้งอยู่ในความเป็นธรรม อีกทั้งได้เสนอให้มีการตั้งโต๊ะเจรจาจะดีกว่าการออกมาปลุกระดมม็อบกดดัน ซึ่งมองว่าหากยังมีการเดินเกมในลักษณะนี้อยู่ ก็จะเกิดความสูญเสียทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งนี้สำหรับหลักฐานที่ตนนำมาประกอบคำร้องในวันนี้ ได้นำเทปที่พล.อ.บุญเลิศ ปลุกระดมให้ทหารปฏิวัติ ในช่วงรายการลับลวงพราง ทั้งนี้ เกรงว่าอาจจะเกิดการปะทะกันระหว่างมวลชน จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญไต่ส่วนฉุกเฉิน คุ้มครองชั่วคราวยกเลิกการชุมนุมออกไปก่อน ส่วนหากศาลมีคำสั่งไม่ทันวันที่ 24 พ.ย. ซึ่งเป็นวันที่พล.อ.บุญเลิศ นัดชุมนุมใหญ่นั้น ก็ไม่เป็นไร ตนจะไม่มีการเคลื่อนไหวหรือแสดงท่าทีใดๆทั้งสิ้น
'แดงอุดรฯ' ต้านม็อบ 'เสธ.อ้าย' หนุนรัฐใช้ ม.113
ที่โรงแรมต้นคูน เทศบาลนครอุดรธานี สมาพันธ์หมู่บ้านเสื้อแดงเพื่อประชาธิปไตย แห่งประเทศไทย นำโดย นพ.ประสงค์ บูรณ์พงษ์ ประธานที่ปรึกษาสมาพันธ์ฯ ร.ต.ต.กมลศิลป์ สิงหะสุริยะ ประธานสมาพันธ์ฯ พร้อมแกนนำของสมาพันธ์ฯ ประกอบด้วย นายอรรถชัย อนันตเมฆ , นายทอม ดันดี , นายสุริยา ชินพันธ์ และแกนนำ, ร่วมแถลงข่าวถึงผลงานในการยกระดับจากหมู่บ้านเสื้อแดง ขึ้นเป็นสมาพันธ์หมู่บ้านเสื้อแดง เพื่อประชาธิปไตย แห่งประเทศไทย ครบ 1 ปี ว่าทางสมาพันธ์ฯ ได้ดำเนินการสิ่งใดไปบ้าง
นพ.ประสงค์ กล่าวว่า การดำเนินการของสมาพันธ์หมู่บ้านเสื้อแดงฯ ในช่วงเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา ถึงวันนี้คณะกรรมการฯมีมติร่วมกันว่า จะทำการเพิ่มชื่อของ สมาพันธ์หมู่บ้านเสื้อแดง เพื่อประชาธิปไตย แห่งประเทศไทย เป็น สมาพันธ์ ชุมชน-หมู่บ้าน เสื้อแดงเพื่อประชาธิปไตย ต้านภัยยาเสพติด โดยเพิ่มคำว่า ”ชุมชน”เข้ามา เนื่องจากที่ผ่านมา มีสมาชิกของหมู่บ้านเสื้อแดงฯ ทักท้วงว่าการใช้คำว่า ”หมู่บ้าน” อาจจะทำให้เกิดความสับสนจากประชาชนในหมู่บ้านบางคน ที่ยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิก จึงมีมติเพิ่มคำว่าชุมชนเข้าไปด้วย รวมถึงมีการเพิ่มคำว่า ต้านภัยยาเสพติด เพื่อให้เห็นกิจกรรมของสมาพันธ์ฯ ที่เป็นรูปธรรม โดยจะยังคงใช้โลโก้รูป พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประกอบร่วมกับป้ายของทางสมาพันธ์
“ทั้งนี้ทางสมาพันธ์ฯ ยังคงยุทธศาสตร์เดิมที่มีการเริ่มต้นก่อตั้งสมาพันธ์หมู่บ้านเสื้อแดงคือ การต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ และเพื่อสร้างประชาธิปไตย โดยเน้นไปที่การเข้าไปให้ความรู้กับประชาชนตามหมู่บ้านทุกแห่ง ให้มีความรู้เรื่องของประชาธิปไตย พร้อมกับการให้ความรู้ในเรื่องของสหกรณ์หมู่บ้านหรือ สหกรณ์ชุมชน เพื่อสร้างความกินดี อยู่ดี สามารถพึงพาตัวเองได้ ให้กับประชาชนอย่างแท้จริง” นพ.ประสงค์กล่าว
นายอรรถชัย อนันตเมฆ กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของ เสธ.อ้ายว่า ทางสมาพันธ์ฯ ขอยืนยันเจตนารมณ์ว่า จะต่อต้านการทำรัฐประหาร และเผด็จการทุกรูปแบบ โดยขอยึดแนวทางต่อต้านการล้มล้างการปกครองระบบอบประชาธิปไตย โดยขอสนับสนุนให้รัฐบาลใช้กฎหมาย มาตรา 113 ของ รธน.ปี 2550 อย่างเต็มที่ เพราะมีเนื้อหาที่ชัดเจนอยู่แล้วว่า ผู้ใดที่ใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อล้มล้าง หรือ เปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ หรือล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ หรืออำนาจบริหารตุลาการ หรือใช้อำนาจดังกล่าว มีความผิดฐานกบฎ ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือ ประหารชีวิต
“ดังนั้นทางสมาพันธ์ฯและคณะวิทยากร จึงขอสนับสนุนให้ใช้กฎหมายข้อนี้กับผู้ใดก็ตามที่ประกาศตัวออกมาเพื่อล้มล้างรัฐบาล นี่คือแนวทางของสมาพันธ์ชุมชนเสื้อแดง ส่วนยุทธวิธีของสมาพันธ์ฯ ก็ยังเหมือนเดิม เพราะการต่อสู้ของพวกเรา ต่อสู้เพื่อสังคมเศรษฐกิจ ไม่ใช่เป็นการต่อสู้เพื่อการเมือง และจะมีการประชุมคณะสมาพันธ์ชุมชนเสื้อแดงกันที่กรุงเทพฯ ด้วยการเชิญผู้นำจากทั่วประเทศมาประชุมเพื่อกำหนดแนวทาง วิธีการกันที่ภาคกลาง” นายอรรถชัย กล่าว
'ผบ.ตร.' หนุนใช้พรบ.ความมั่นคงคุมรับม็อบ 'เสธ.อ้าย'
วันเดียวกัน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงการดูแลความสงบเรียบร้อยการชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยาม ที่นำโดย พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้าย ที่นัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 24 พ.ย.นี้ ที่ลานพระบรมรูปทรงม้าว่า ทราบว่าทางรัฐบาลจะมอบตนเป็นผู้อำนวยการในการดูแลสถานการณ์ ซึ่งเป็นไปตามพ.ร.บ.ความมั่นคงในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 ซึ่งทางรัฐบาลน่าจะมีการใช้กฎหมายฉบับนี้ในการเข้ามาดำเนินการ รับมือการชุมนุม ตนมองว่าจำเป็นที่ต้องนำพ.ร.บ.ความมั่นคงฯมาใช้ เพราะเราไม่มีกฎหมายอื่น ก็ต้องใช้เพื่อให้มีอำนาจในการดูแล หลักคือให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
เมื่อถามถึงกรณี ที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า จะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ในการดูแลการชุมนุมถึง 50,000 คน ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า เป็นการเตรียมกำลังไว้ตามลำดับขั้น ไม่ได้ใช้กำลัง 50,000 นาย ในคราวเดียว เป็นลักษณะการเตรียมพร้อมไว้ให้สอดคล้องกับจำนวนผู้ชุมนุม ซึ่งการระดมกำลังตำรวจนั้นเป็นไปตามลำดับขั้นตามแผนกรกฎ 52 ขั้นต้นใช้กำลังตำรวจนครบาลเป็นหลัก หากไม่พอจะระดมกำลังจากกองบัญชาการ(บช.)ใกล้ๆ เช่น บช.ภ. 1-2-7 และตำรวจตระเวนชายแดนมาเสริม เบื้องต้นก็สั่งกำลังเตรียมพร้อม การใช้กำลังของเจ้าหน้าที่เป็นไปตามลำดับขั้นตามกฎการใช้กำลัง
พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า เหตุการณ์ม๊อบชนม๊อบไม่น่าห่วง การข่าวยังไม่พบการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงคู่ขนานกันแต่อย่างใด ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกจำนวนผู้ชุมนุมได้ต้องติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง แต่คาดว่าจะมาชุมนุมกันจำนวนมาก ตำรวจยึดหลักว่าการชุมนุมคือสิทธิ ตำรวจมีหน้าที่ดูแลให้เป็นไปอย่างเรียบร้อยและปลอดภัยที่สุด ยืนยันว่าไม่มีการบล็อค หรือสกัดผู้ชุมนุมที่มาจากต่างจังหวัด ประชาชนมีสิทธิมาชุมนุมแต่ที่ห่วงคือการมีอาวุธ หรือการแฝงมาของมือที่ 3 ก็ต้องมีการตรวจ มีการวางมาตรการดูแลจุดนี้ โดยการดูแลการชุมนุมครั้งนี้ มีแผนกรกฎ 52 เป็นแผนหลักแผนใหญ่ แต่ตร.จะออกแผนพิเศษเป็นการเฉพาะ โดยตนจะควบคุมบัญชาการเองที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปก.ตร.)ชั้น 20 อาคาร 1 ตร. อย่างไรก็ตาม การดูแลความสงบเรียบร้อยครั้งนี้ไม่หนักใจการมอบหมายให้ตำรวจทำก็เป็นหน้าที่ตำรวจอยู่แล้วที่ต้องดูแลให้เป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย



