ข่าว

โปรดเกล้าฯ'โอบามา-ผู้นำจีน'เข้าเฝ้าฯ

โปรดเกล้าฯ'โอบามา-ผู้นำจีน'เข้าเฝ้าฯ

13 พ.ย. 2555

"ในหลวง" โปรดเกล้าฯให้ "โอบามา" เข้าเฝ้าฯ 18 พ.ย. ขณะที่ผู้นำจีนเข้าเฝ้าฯ 21 พ.ย. "สุรพงษ์" เชื่อช่วยเสริมความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐ-จีนแน่นแฟ้นขึ้น

              ที่กรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ  วันที่ 13 พ.ย. นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รัฐมนตรีกว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่อยู่ระหว่างร่วมคณะเดินทางไปเยือนสหราชอาณาจักรกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 12 -15 พ.ย.กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ได้รับรายงานจากนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบโดยตรงแล้วว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชิรวัตร นายกรัฐมนตรี นำนายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในเวลา 17.00 น.ของวันที่ 18 พ.ย. ก่อนที่จะมีการพบและหารือกับน.ส.ยิ่งลักษณ์อย่างเป็นทางการที่ทำเนียบรัฐบาล และมีกำหนดพักค้างคืนที่ประเทศไทยในวันเดียวกัน ก่อนที่จะเดินทางไปเยือนสหภาพเมียนมาร์ในวันที่ 19 พ.ย. ซึ่งเรื่องนี้ได้มการประสานไปยังสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทยเพื่อแจ้งกำหนดการไปยังทำเนียบขาวแล้ว

              นายสุรพงษ์ กล่าวด้วยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯให้นายเหวิน เจีย เป่า นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้าเฝ้าฯ ระหว่างการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 พ.ย.นี้ เช่นกัน ซึ่งตนเห็นว่าการที่ผู้นำทั้งสองประเทศได้มีโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทฯในครั้งนี้ถือเป็นเกียรติ และเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่จะทำให้ประเทศทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น


"กต."ออกแถลงการณ์ผู้นำสหรัฐฯเยือนไทย


              ทั้งนี้เมื่อเวลา 18.45 น. กระทรวงการต่างประเทศออกแถลงการณ์ว่า นายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จะเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาลไทย ระหว่างวันที่ 18 - 19 พฤศจิกายน พ.ศ.2555 โดยประเทศไทยนับเป็นประเทศแรก ที่ประธานาธิบดีโอบามาจะเยือนระหว่างการเดินทางมายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายหลังจากที่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเป็นสมัยที่ 2 เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2555

              ในการเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จฯออกทรงรับประธานาธิบดีสหรัฐฯในวันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2555 เวลา 17.00 น. ณ โรงพยาบาลศิริราช นอกจากนี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีกำหนดพบหารือกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ในวันเดียวกัน เพื่อหารือในประเด็นต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงการกระชับความเป็นพันธมิตรระหว่างไทยและสหรัฐฯ ซึ่งจะฉลองครบรอบ 180 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2556 และความร่วมมือในประเด็นระดับภูมิภาคและระดับโลก ซึ่งทั้งสองประเทศมีความสนใจร่วมกัน ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีจะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารเย็นเพื่อเป็นเกียรติแก่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ทำเนียบรัฐบาลภายหลังจากที่เสร็จสิ้นการหารือของทั้งสองฝ่าย

              ในโอกาสนี้ นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ร่วมอยู่ในคณะของประธานาธิบดีโอบามาระหว่างการเยือนประเทศไทยในครั้งนี้ด้วย


แผนรปภ.“โอบามา”เข้มดูแลผู้นำเมืองลุงแซม


              พล.อ.ต. มณฑล สัชฌุกร โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณท่าอากาศยานดอนเมือง ซึ่งเที่ยวบิน แอร์ ฟอร์ซ วัน ของนายบารัก โอบาร์มา ประธานาธิบดีสหรัฐฯจะลงจอดว่า เป็นความรับผิดชอบของกองทัพอากาศแต่ในการตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยเป็นการปฏิบัติร่วมกันของกองทัพอากาศ และการท่าอากาศยานฯดอนเมือง

              ในส่วนของกองทัพอากาศจะมีรองเสนาธิการทหารอากาศฝ่ายยุทธการและฝ่ายข่าวเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งเราได้จัดกำลังจากหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน (อย.) จำนวนหนึ่งในการประชุมร่วม และดำเนินการร่วมกับทางตำรวจ กองทัพอากาศ และ การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ซึ่งมีการแบ่งส่วนในการรับผิดชอบ ทั้งนี้ในส่วนของการรักษาความปลอดภัย วงในสุดทางสหรัฐฯ จะเป็นผู้รับผิดชอบเองทั้งหมด ส่วนอาคาร และสนามบิน เป็นความรับผิดชอบของกองทัพอากาศ และการท่าอากาศยานดอนเมือง ส่วนรอบนอกและแนวรั้ว เป็นหน้าที่ของ ตำรวจ และการท่าอากาศยานฯ มีรายงานว่า สำหรับกำลังที่ใช้ในการ รปภ. จะมาจากสองส่วนคือ ทีมจากสหรัฐฯ และ โดยวงชั้นใน จะเป็นเจ้าหน้าที่ รปภ.ของ สหรัฐฯทั้งหมด"  โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวและว่า

              ขณะที่ชั้นที่ 2 จะเป็นเจ้าหน้าที่ไทย ผสมกับ เจ้าหน้าที่สหรัฐ และรอบนอกจะเป็นของเจ้าหน้าที่ไทยทั้งหมด ทั้งนี้ในส่วนของหน่วยปฏิบัติการพิเศษทั้งหมด ทางศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายสากล หรือ ศตก.จะเป็นฝ่ายอำนวยการแผน ขณะที่การรักษาความปลอดภัยตลอดเส้นทางเดินทาง ไปถึงที่พัก และ สถานที่ที่นายโอบามาเดินทางไปปฏิบัติภารกิจ จะเป็นการสนธิกำลังร่วมกันระหว่างสหรัฐ และของไทย ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศูนย์รักษาความความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย โดยในส่วนของสนามบินเป็นความรับผิดชอบของกองทัพอากาศ โดยหน่วยคอมมานโด และ เจ้าหน้าที่จาก อย.เป็นผู้รับผิดชอบ