
เด้ง!'พ.ต.ท.'พันล่าสัตว์ป่าช่วยราชการ
ผบช.ภ. 7 สั่งเด้ง "พ.ต.ท." สว.สส.ปราณบุรีพันล่าสัตว์ป่าไปช่วยราชการ 30 วัน หัวหน้าอุทยานแฉโยงคดีเศรษฐี ผู้มีอิทธิพล คนมีสี ตัวการจ้องล่า
13พ.ย.2555 คดีนายตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับกลุ่มนักล่าสัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี โดย พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบช.ภ.7) ตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดจึงไม่พบบันทึกการจับกุม พ.ต.ท.ธีรยุทธ เกตุมั่งมี สารวัตรสืบสวนสอบสวน (สว.สส.) สภ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในข้อหาล่าสัตว์และครอบครองซากสัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต เช่นเดียวกับผู้ต้องหาอีก 8 คนนั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น. พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ. 7 ได้คำสั่งให้พ.ต.ท.ธีรยุทธ เกตุมั่งมี สว.สส.สภ.ปราณบุรี ไปช่วยราชการที่แผนกธุรการภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นเวลา 30 วัน เพื่อสะดวกแก่การสอบสวน และไม่ให้มีอำนาจและบทบาทเกี่ยวกับคดี พร้อมทั้งให้คณะกรรมการสอบสวนเรียกสอบผู้ต้องหาทั้ง 8 คน เพื่อหาข้อเท็จจริงว่าพ.ต.ท.ธีรยุทธอยู่ร่วมขบวนการล่าสัตว์ด้วยหรือไม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
พล.ต.ท.หาญพล ยืนยันว่า มีคำสั่งให้ พ.ต.ท.ธีรยุทธไปช่วยราชการที่แผนกธุรการ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (บก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์) เป็นเวลา 30 วัน เพื่อสะดวกแก่การสอบสวน และไม่ให้มีอำนาจและบทบาทเกี่ยวกับคดี พร้อมทั้งให้คณะกรรมการสอบสวนเรียกสอบผู้ต้องหาทั้ง 8 คน เพื่อหาข้อเท็จจริงว่าพ.ต.ท.ธีรยุทธ อยู่ร่วมขบวนการล่าสัตว์ด้วยหรือไม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนการสอบสวนเจ้าหน้าที่อุทยานผู้จับกุม ยังให้การตามเดิมว่า จับกุม พ.ต.ท.ธีรยุทธ พร้อมมีดพกเดินป่าที่บริเวณริมตลิ่งเพียงลำพัง จึงปรับในข้อหาเข้ามาในอุทยานโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ซึ่งขัดแย้งกับหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานที่ยังยืนยันว่าจับ พ.ต.ท.ธีรยุทธ ได้ขณะนั่งอยู่ในเรือกับพวก 2 คน
"ขณะนี้คณะกรรมการได้สอบผู้ต้องหาทั้ง 8 คน เพื่อหาพฤติการณ์ว่ามาด้วยกันหรือเปล่า และร่วมกันกระทำผิดอย่างไร ส่วนเจ้าหน้าที่อุทยานผู้จับกุมที่เป็นผู้กล่าวหานั้น เจ้าหน้าที่ได้สอบสวนไปแล้ว 2 ครั้ง ยังยืนยันว่าจับตัว พ.ต.ท.ธีรยุทธ ได้บริเวณริมตลิ่งเพียงลำพัง แต่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กลับให้ปากคำว่าจับได้ในเรือ แต่กลับไม่เป็นผู้กล่าวหา อีกทั้งยังเป็นผู้ดำเนินการปรับเอง โดยแยกตัวมาปรับ เพราะไม่มีหลักฐาน แต่ถึงอย่างไรก็ต้องดำเนินการต่อไป" พล.ต.ท.หาญพลกล่าว
ผบช.ภ.7 กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนพบว่าบันทึกการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 8 คน มีด้วย 3 ชุด ไม่ได้มาด้วยกันและถูกจับกุมได้คนละแห่ง กันต่างคนต่างเช่าเรือกันมาเอง และการจับกุมก็ต่างเวลากัน ต้องสอบสวนต่อไปว่าในกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 8 คน มีใครรู้จักและสนิทสนมกับ พ.ต.ท.ธีรยุทธ บ้าง และได้พักแรมด้วยกันขณะอยู่ในป่าหรือไม่ ถ้าผลการสอบสวนออกมาว่า มีส่วนพัวพันกับการล่าสัตว์ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย ส่วนเจ้าหน้าที่อุทยานผู้เกี่ยวข้องอาจต้องถูกดำเนินคดีฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
ขณะที่ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กล่าวว่า ในการจับกุมผู้ล่าสัตว์ป่า คือ พ.ต.ท.ธีรยุทธ พร้อมพวกรวม 9 คน โดยติดตามจับกุมได้ที่ป่าห้วยแม่ประโดน หมู่ 3 ต.สองพี่น้อง อ.แก่งกระจาน ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่ายางน้ำกลัดเหนือ-ใต้ เขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ถึงขณะนี้ยังคงมั่นใจว่า พ.ต.ท.ธีรยุทธ มีส่วนร่วมในการล่าสัตว์ป่าตั้งแต่ต้น ไม่ใช่แค่อาศัยเรือของผู้ต้องหาทั้ง 8 คนตามกล่าวอ้างแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ในชั้นแรกเจ้าตัวอ้างเป็นนายตำรวจ และอ้างข้อกฎหมาย รวมทั้งปฏิเสธไม่ได้ร่วมกระทำความผิด และไม่ใช่เจ้าของอาวุธปืนที่ตรวจยึดได้ขณะจับกุม ประกอบกับผู้ต้องหารายอื่นสมอ้างรับเป็นเจ้าของ และยังปฏิเสธการร่วมแถลงข่าวการจับกุมตั้งแต่ต้น สิ่งที่ทำได้จึงดำเนินการได้เพียงแค่เปรียบเทียบปรับในข้อหาเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาตในชั้นต้น
"ต้องรอให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนที่ยึดได้ ว่าพ.ต.ท.ธีรยุทธเป็นเจ้าของ หรือมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการล่าสัตว์ จึงจะสามารถเข้าแจ้งความดำเนินคดีเช่นเดียวกับผู้ต้องหาทั้ง 8 คน ที่ส่งตัวไปแล้ว ขณะนี้รอรายงานผลการตรวจสอบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนที่ตรวจยึดได้ ผมเองได้ให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน พร้อมทั้งหลักฐานทั้งหมดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว" นายชัยวัฒน์กล่าว
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กล่าวอีกว่า อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานมีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์ มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่มาก ทั้งลิง ค่าง ช้างป่า เก้ง กวาง กระทิง กระจง กบภูเขา และสัตว์ป่าอื่นๆ อีกหลายชนิด ถือเป็นสถานที่ที่นักล่าสัตว์นิยมมาล่าสัตว์เป็นประจำ และมีหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มเศรษฐี กลุ่มข้าราชการ ไม่ว่าจะเป็นสีกากี สีเขียว และพนักงานรัฐวิสาหกิจ เนื่องจากเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นพื้นที่เปิด นักล่าสัตว์สามารถลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ได้หลายช่องทาง
"ผมและเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไม่ได้นิ่งนอนใจ คอยหาข่าว รวมทั้งติดตามเฝ้าระวัง จัดเจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจตามด่านต่างๆ ไม่ให้มีการลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน รวมทั้งจัดเวรเจ้าหน้าที่สายตรวจ ทั้งสายตรวจรถยนต์ สายตรวจรถจักรยานยนต์ และสายตรวจเดินเท้าออกตรวจตราในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นประจำ ทั้งนี้ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2554 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2555 จับกุมผู้ลักลอบล่าสัตว์ป่าได้ 12 คดี ส่วนเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2555 จับกุมผู้ลักลอบล่าสัตว์ป่าแก่งกระจานได้ 2 คดี โดยกลุ่มผู้ลักลอบล่าสัตว์ป่ามีทั้งคนในพื้นที่รอบอุทยาน ผู้มีอิทธิพล และคนมีสีจากที่ต่างๆ ทั่วประเทศ" นายชัยวัฒน์ระบุ



