
'ปู'ร่วมถกสุดยอดผู้นำอาเซียนที่เขมร
"ยิ่งลักษณ์" เตรียมร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนที่กัมพูชา18-20 พ.ย.พร้อมผลักดันริเริ่มเอฟทีเออาเซียนกับประเทศคู่เจรจา16ประเทศ
13พ.ย.2555 ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายอรรถยุทธ์ ศรีสมุทร อธิบดีกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเดินทางเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 21 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ในระหว่างวันที่ 18 - 20 พ.ย. 2555 ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ซึ่งจะมีการพบปะหารือระหว่างผู้นำอาเซียน 10 ประเทศ และการประชุมผู้นำอาเซียนกับคู่เจรจา ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีเหนือ อินเดีย และสหรัฐอเมริกา รวมทั้งสุดยอดอาเซียนบวกสาม และการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (EAS) และยังมีการพบปะกับองค์การระหว่างประเทศ อาทิ ธนาคารโลก ไอเอ็มเอฟ และเอดีบี โดยการประชุมกับคู่เจรจา จะเน้นการทบทวนความร่วมมือและทิศทางในอนาคต นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมการประชุม Asean Global Dialogue ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกอีกด้วย
นายอรรถยุทธ์ กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ ผู้นำอาเซียน 10 ประเทศ จะร่วมกันรับรองปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ซึ่งนับเป็นความสำเร็จของอาเซียนในการร่วมกันแสดงเจตนารมณ์ทางการเมืองในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ ผู้นำจะประกาศเจตนารมณ์เริ่มต้นการจัดทำการเจรจาความตกลงพันธมิตรทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ระหว่าง 16 ประเทศ ประกอบด้วย อาเซียน 10 ประเทศ กับ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย ครอบคลุมสินค้า 3 เซ็กเตอร์ ได้แก่ การค้า การบริการ และการลงทุน โดยนายกรัฐมนตรีเห็นว่า ความร่วมมือนี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากขณะนี้มีหลายประเทศในยุโรปประสบปัญหาทางเศรษฐกิจที่เราต้องร่วมมือกัน เพื่อเตรียมรับมือกับเศรษฐกิจที่ผันผวนที่เกิดขึ้น
นายอรรถยุทธ์ กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรียังให้ความสำคัญในเรื่องการบริหารจัดการภัยพิบัติ โดยจะแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ประเทศไทยกับเกาหลีใต้จะร่วมกันจัดประชุมฝึกซ้อมใหญ่ในการรับมือกับภัยพิบัติ ในกรอบการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือเออาร์เอฟ จะจัดขึ้นในวันที่ 30 เม.ย. - 5 พ.ค. 2556 ที่ จ.เพชรบุรี มีประเทศกลุ่มความร่วมมือ EAS เข้าร่วมกันฝึกปฏิบัติการเพื่อรับมือภัยพิบัติจำลองสถานการณ์เกิดแผ่นดินไหว สึนามิ และเขื่อนแตก เป็นต้น
นายอรรถยุทธ์ กล่าวว่า ไฮไลน์ของการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้ อยู่ที่การประชุมอาเซียน - สหรัฐฯ ครั้งที่ 4 ซึ่งการเดินทางเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ของนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจและการเข้ามามีบทบาทในภูมิภาคอาเซียนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในมิติการพัฒนา ภายใต้กลไกความร่วมมือแม่น้ำโขงตอนล่าง ที่มีความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษา โดยนายกรัฐมนตรี เตรียมผลักดันให้ประเทศสมาชิกได้เห็นถึงความสำคัญในเรื่องความมั่นคงทางพลังงาน โดยที่ประธานาธิบดีโอบามา เตรียมประกาศให้ความช่วยเหลือกับความร่วมมือแม่น้ำโขงตอนล่าง จำนวน 150 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือ 4,500 ล้านบาท ขณะที่การประชุมอาเซียน - สหรัฐ จะมีการออกแถลงการณ์ผู้นำร่วมกัน ที่มีการระบุถึงการรับมือต่อการเผชิญหน้ากับภัยคุกคามมิติใหม่ ทั้งความคุกคามทางไซเบอร์ การค้ามนุษย์ นอกจากนี้ มีความเป็นไปได้ที่สหรัฐ จะหยิบยกเรื่องความขัดแย้งในคาบสมุทรเกาหลีเหนือ ปัญหาชาวอารากัน โรฮิงญา ขึ้นพูดคุยในการประชุม EAS โดยเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องความมั่นคงในภูมิภาค นอกจากนี้ จะมีการแต่งตั้งนายเล เลือง มิงห์ เลขาธิการอาเซียนคนใหม่สืบต่อจาก ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียนคนปัจจุบัน ที่ครบวาระการดำรงตำแหน่งในปลายปี 2555
นายอรรถยุทธ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการทวิภาคีกับผู้นำอินเดีย ซึ่งจะตกลงให้มีการจัดงานเฉลิมฉลอง ครบรอบ 20 ปีอาเซียน - อินเดีย โดยจะจัดแรลลี่ขึ้นในเดือนธันวาคม 2555 เส้นทางเริ่มต้นจากอินเดียขึ้นเรือเทียบท่าที่สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย กัมพูชา เวียดนาม ลาว ไทย พม่า และสิ้นสุดที่เมืองอัสสัม ที่อินเดีย
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีจะหารือทวิภาคีกับผู้นำพม่า โดยนายกรัฐมนตรี เตรียมจะมอบเครื่องปั่นไฟ หรือแก๊สเทอร์ไบน์ ให้กับพม่า เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้าไม่เพียงพอ ที่เคยเกิดขึ้นในย่างกุ้ง และมัณฑะเลย์ เมื่อกลางปีที่ผ่านมา



