
รวบแล้ว!น้องเขยอุ้มผอ.วธ.สองแคว
รวบแล้ว!น้องเขยอุ้มซี8ผอ.กลุ่มส่งเสริมศาสนาศิลปวัฒนธรรมพิษณุโลก อ้างไม่ได้อุ้มเพียงนำตัวไปเคลียร์เงินเผาศพเมีย
13พ.ย.2555 ความคืบหน้ากรณีนางสาวเพลินตา ประดับสุข อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 459/470 หมู่ 7 ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลกตำแหน่ง ผอ.กลุ่มส่งเสริมศาสนาศิลปวัฒนธรรม จ.พิษณุโลก ถูกคนร้ายอุ้มไปจากบ้านพักจาก จ.พิษณุโลก จากนั้นจึงสืบทราบได้ว่าคนร้ายคือ นายกิตติศักดิ์ คงอาจหาญ อยู่บ้านเลขที่121/5 หมู่ 8 ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี น้องเขยและพวกรวม 3 คน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 พ.ย. ที่ผ่านมา ต่อมาวันที่ 6 พ.ย.นางสาวเพลินตาได้เดินทางกลับมาที่จังหวัดพิษณุโลก พร้อมทั้งให้การต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าถูกลักพาตัวไป จ.กาญจนบุรี
จากนั้นเวลา 15.30 น. ของวันที่ 8 พ.ย. 55 พล.ต.ต.กมลสันติ กลั่นบุศย์ ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภัทรชัย กอสนาน ผกก.สส.ภ.จ.กาญจนบุรี ร่วมกันรับมอบตัวนายสมโภชน์ หมดทุกข์ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 91 หมู่ 8 ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี หลังจากได้เดินทางเข้ามอบตัวเพื่อต่อสู้คดี ทำให้เหลือผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับจากศาลจังหวัดพิษณุโลกอีก 2 คน ที่ยังหลบหนี คือนายชูเกียรติ หรือเอก บุญอยู่ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13/2 ซอยกำนันพันธ์ ต.นครปฐม อ.เมืองนครปฐม และนายกิติศักดิ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ขอให้ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีรีบเข้ามอบตัวโดยด่วน
ล่าสุดเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 13 พ.ย. นี้ ที่ห้องประชุม บก.ภ.จ.กาญจนบุรี พล.ต.ต.กมลสันติ กลั่นบุศย์ ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภัทรชัย กอสนาน ผกก.สส.ภ.จ.กาญจนบุรี ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัวนายกิติศักดิ์ พร้อมอาวุธปืน BB กัน เลือนแบบ 11 มม. 1 กระบอก หลังตร.กก.สส.ภ.จ.กาญจนบุรี นำโดย พ.ต.อ.ภัทรชัย กอสนาน ผกก.สส.ภ.จ.กาญจนบุรี และ พ.ต.ต.กาจภณ ปฐมัง สว.กก.สส.ภ.จ.กาญจนบุรี นำกำลังไล่ล่าอย่างต่อเนื่องเพื่อกดดันให้ผู้ต้องหาที่ยังเหลืออยู่เข้ามอบตัว สุดท้ายสามารถจับกุมตัวนายกิตติศักดิ์ ได้ขณะกบดานอยู่ในพื้นที่หมู่ 13 ต.ช่องด่าน อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี
นายกิติศักดิ์ กล่าวว่า ตนขอปฏิเสธว่าไม่ได้ใช้อาวุธปืนบังคับนางสาวเพลินตาแต่อย่างใด เพียงแต่ไปรับตัวที่จังหวัดพิษณุโลกเพื่อมาเคลียร์ปัญหาเรื่องเงินค่าฌาปนกิจศพของภรรยาที่เสียชีวิตไปจำนวนกว่า 600,000 บาท โดยภรรยาตนป่วยและเสียชีวิตเมื่อปี 2554 ที่ผ่านมา โดยมีลูกด้วยกัน 1 คน เงินค่าฌาปนกิจศพดังกล่าวเป็นเงินที่ตนและลูกสมควรจะได้รับ แต่นางสาวเพลินตากลับเป็นคนเก็บเงินจำนวนดังกล่าวเอาไว้ ซึ่งก็ไม่ว่าอะไร ต่อมาตนพบว่าเงินในบัญชีธนาคารหายไปเหลือเพียง 61 บาทเท่านั้น ตนจึงไปสอบถามว่าเงินในบัญชีหายไปไหนหมดทำไมเหลือเท่านี้ และอ้างว่าให้ญาติพี่น้องของตนไปหมดแล้ว ตนจึงไปสอบถามบุคคลที่นางสาวเพลินตาอ้างว่ามอบเงินให้ ซึ่งทุกคนต่างก็ปฏิเสธว่าไม่ได้รับเงินดังกล่าว
ดังนั้นตนจึงเดินทางไปที่จังหวัดพิษณุโลกเพื่อพบกับนางสาวเพลินตาเพื่อสอบถามความจริง แต่นางสาวเพลินตาก็ยังอ้างคำเดิม ตนจึงตัดสินใจพานางสาวเพลินตามาที่จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อมาพบกับบุคคลที่นางสาวเพลินตาอ้างทั้งหมด เพราะตนคิดว่าทุกคนสามารถเป็นพยานได้ เมื่อมาถึงจังหวัดกาญจนบุรี นางสาวเพลินตาได้ยอมรับกับตนว่าเงินทั้งหมดไม่ได้ให้ใครตามที่บอก แต่ไม่ได้บอกว่าเงินไปไหนและได้มอบบัตรเอทีเอ็มให้ตนไปกดเงินที่เหลือออกมาจำนวน 200,000 บาท ส่วนที่เหลือนางสาวเพลินตาบอกกับตนว่าจะผ่อนให้เดือนละ 5,000 บาท จนกว่าจะหมด หลังจากนั้นตนก็ให้กลับบ้านที่จังหวัดพิษณุโลกโดยไม่ได้ทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด รวมทั้งที่มีข่าวว่าตนใช้อาวุธปืนขู่ก็ไม่จริงเช่นกัน ดังนั้นตนจึงขอปฏิเสธและจะขอสู้คดีในชั้นศาลต่อไป
ด้าน พล.ต.ต.กมลสันติ กล่าวว่า คดีนี้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งหลังจากที่เราจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ก็จะต้องประสานไปยัง พล.ต.ต.พชร บุญญสิทธิ์ ผบก.ภ.จ.พิษณุโลก ให้ส่งเจ้าหน้าที่มารับตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติม ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธก็เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา และให้ไปต่อสู้คดีในชั้นศาลเอาเอง แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังเหลือผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลกอีก 1 คน คือ นายชูเกียรติ หรือเอก บุญอยู่ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13/2 ซอยกำนันพันธ์ ต.นครปฐม อ.เมืองนครปฐม ก็ให้เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่จะดีกว่า ไม่เช่นนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการกดดันเพื่อจับกุมตัวให้ถึงที่สุด



