
'พงศ์เทพ'ท้า'มาร์ค'งัดหลักฐานแจง
'พงศ์เทพ' แนะ 'อภิสิทธิ์' หาข้อเท็จจริงชี้แจงกรณีหนีทหาร เชื่อ 'กลาโหม' ออกคำสั่งถอดยศตามหลักฐาน
13 พ.ย.55 นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นศาลปกครองเพื่อฟ้อง พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ที่มีคำสั่งกระทรวงกลาโหมถอดยศนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านเพราะมองว่าถูกกลั่นแกล้ง ว่า ปกติแล้วศาลปกครองได้ยกเว้นเรื่องเกี่ยวกับความผิดวินัยทหาร การที่ฝ่ายค้านมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งนั้น ตนมองว่า ทางกระทรวงกลาโหมได้ดำเนินการไป แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบหากคิดว่าข้อเท็จจริงต่างๆไม่ถูกต้อง ก็นำหลักฐานข้อเท็จจริงมาแสดง และตนก็เชื่อว่าหากมีการนำมาแสดงจริงก็จะไม่มีใครเกิดข้อสงสัยอีก แต่ขณะนี้เมื่อกระทรวงกลาโหมได้พิจารณาจากหลักฐานที่มีอยู่จึงมีคำสั่งเป็นอย่างนั้น
'พงศ์เทพ' ปัดกลั่นแกล้งปมทุจริตจัดซื้อครุภัณฑ์อาชีวะ
นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา กล่าวถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตรวจพบกรณีทุจริตการจัดซื้อครุภัณฑ์อาชีวศึกษา ตามโครงการไทยเข้มแข็ง 2555 วงเงิน 5,300 ล้านบาท (SP2) ที่พบผู้ที่เกี่ยวข้อง 4 รายคือ นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ อดีต รมว.ศึกษาธิการ น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ อดีต รมช.ศึกษาธิการ นายเจี่ยง วงศ์สวัสดิ์สุริยะ ผอ.สำนักนโยบายและแผนการอาชีวศึกษา และ นายบำรุง อร่ามเรือง ผอ.วิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา ว่า ศธ.พบว่ามีข้าราชการที่ปรากฏรายชื่ออยู่ในแถลงการณ์ของดีเอสไอ ที่ยังดำรงตำแหน่งอยู่ 2 ท่าน โดยมอบให้เลขาธิการสำนักงานการอาชีวศึกษาทำหนังสือถึงดีเอสไอเพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำของทั้ง 2 คนที่ถูกอ้างอิงว่ามีการกระทำใดที่สามารถบอกได้ เพื่อทางกระทรวงจะได้พิจารณาว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไรในขั้นของกระทรวง ส่วนเรื่องการสอบทางวินัยก็ดำเนินต่อไป
นายพงศ์เทพ ยังกล่าวถึงการที่ฝ่ายค้านมองว่ากรณีดังกล่าวอาจเป็นเกมทางการเมืองในช่วงใกล้กับการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า กรณีที่เกิดขึ้นดีเอสไอได้ดำเนินการมานานแล้ว และทาง ศธ.ก็ไม่ได้มีการเข้าไปทำอะไรกับดีเอสไอเพราะเป็นคดีอาญา และดีเอสไอก็ต้องส่งเรื่องให้ ปปช.ดำเนินการต่อไป
“เรื่องนี้จึงไม่สามารถกลั่นแกล้งกันได้ หลักฐานเป็นอย่างไรก็ต้องเป็นอย่างนั้น และสุดท้ายคดีอาญาก็ต้องจบที่ศาล ส่วนการถอดถอนก็ต้องจบที่วุฒิสภา เพราะฉะนั้นรัฐสภาไม่ได้กลั่นแกล้งและไม่คิดจะกลั่นแกล้งใคร ทั้งนี้ผมไม่ทราบในรายละเอียดในเนื้อหาการสอบสวนของดีเอสไอว่ามีข้อมูลอะไร จึงไม่สามารถพูดอะไรได้ อย่างไรก็ตามพบว่าครุภัณฑ์ที่จัดซื้อนั้นมีหลายรายการที่แพงมาก คุณภาพผิดสเป็ค รวมทั้งผู้รับไม่จำเป็นต้องใช้” นายพงศ์เทพ กล่าว
ส่วนมาตรการป้องกันในการจัดซื้อในอนาคตนั้น รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะต้องจัดระบบให้ดีและช่วยกันสอดส่องดูแลตรวจสอบการทุจริตฝ่ายบริหารอย่างเต็มที่ หากพบว่าใครทำอะไรไม่ถูกต้องก็ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้กรณีที่เกิดขึ้นดีเอสไอยังไม่มีการขอข้อมูลหลักฐานอะไรเพิ่มเติมจาก ศธ. แต่ก่อนหน้านี้อาจมีการขอหลักฐานเพิ่มเติมหรือมีบุคลากรที่ไปให้การกับดีเอสไออยู่
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะทำอย่างไรกับครุภัณฑ์ที่มีการจัดซื้อแล้ว แต่ไม่ได้นำมาใช้งาน นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ครุภัณฑ์ที่ซื้อมานั้น ก็ต้องมีความรับผิดทางแพ่ง ซึ่งมีหลายอย่างที่ผิดสเป็คก็ต้องดำเนินการกับผู้ขายด้วยและมีหลายเรื่องที่ต้องดำเนินการต่อไม่ใช่ทางอาญาอย่างเดียว



