ข่าว

'ถาวร'ยันถอดยศ'มาร์ค'ไม่ขาดคุณสมบัติส.ส.

'ถาวร'ยันถอดยศ'มาร์ค'ไม่ขาดคุณสมบัติส.ส.

13 พ.ย. 2555

"ถาวร" ยัน "อภิสิทธิ์" ไม่ขาดคุณสมบัติส.ส. ชี้ สู้กันอีกหลายยก จบที่ศาลรธน. ประธานวิปฯรัฐบาลยันเอง ปมถอดยศ "อภิสิทธิ์" ไม่เกี่ยวอภิปรายซักฟอก ปรามม็อบ เสธฯอ้าย ขอชุมนุมในกรอบ อย่าทำกระทบกลไกรัฐสภา

          วันที่ 13 พ.ย.55  นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการถอดยศของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จนอาจส่งผลกระทบต่อสถานะส.ส.ว่า กระบวนการถอดยศของนายอภิสิทธิ์ ยังไม่ถึงที่สุด จะเอาไปเป็นข้อบังคับเพื่อให้นายอภิสิทธิ์ พ้นสถานะส.ส.ไม่ได้ เพราะพ.ร.บ.วินัยทหาร ไม่สามารถนำมาบังคับใช้กับบุคคลที่ออกจากราชการทหารมาแล้วกว่า 30 ปีได้
 
          นายถาวรกล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ ยื่นฟ้องศาลปกครองและป.ป.ช.ให้ตรวจสอบการกระทำของพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหมนั้น ก็เป็นกระบวนการที่เราต่อสู้อยู่กำลังดำเนินการอยู่ จึงยังไม่สามารถชี้ขาดเรื่องคุณสมบัติส.ส.ได้ เพราะข้อเท็จจริงยังไม่ยุติ อยู่ระหว่างการต่อสู้ และมั่นใจว่า สิ่งที่พล.อ.อ.สุกำพล ทำ คือ เกมการเมือง ยืนยันว่า เรื่องขั้นตอนการพ้นสภาพ ส.ส.ยังต้องสู้อีกอย่างน้อย 2 ยก ตั้งแต่ศาลปกครอง กกต. และไปสิ้นสุดที่ศาลรัฐธรรมนูญ
 
          นายถาวร กล่าวต่อว่า กรณีที่นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา   รองนายกรัฐมนตรีเเละรมว.ศึกษาธิการ ในฐานะอดีตรมว.ยุติธรรม ระบุว่า ศาลปกครองไม่มีอำนาจรับเรื่องการเพิกถอนคำสั่งถอดยศนายอภิสิทธิ์ โดยยกกรณีพล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหมมาเทียบเคียง คงนำมาเทียบเคียงไม่ได้ เพราะสมัยนั้น พล.อ.เสถียร ยังรับราชการทหารอยู่ ซึ่งพ.ร.บ.วินัยทหาร สามารถให้ร้องทุกข์ได้ แต่อุทธรณ์ไม่ได้ ตนมั่นใจว่า นายอภิสิทธิ์ยังไม่ขาดคุณสมบัติ   อย่างไรก็ตามพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ได้หารือเรื่องการยื่นเรื่องต่อศาลรัธรรมนูญให้ตีความคุณสมบัติส.ส.ของนายอภิสิทธิ์ และยืนยันจะแนบชื่อนายอภิสิทธิ์ ในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ มั่นใจว่า พรรควิเคราะห์แล้ว ไม่มีปัญหาใดๆ


ประธานวิปฯรัฐบาลยันเอง ปมถอดยศ "อภิสิทธิ์" ไม่เกี่ยวอภิปรายซักฟอก
          ที่รัฐสภา นายอุดมเดช รัตนเสถียร ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงกรอบระยะเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า จากการหารือกับวิปฯฝ่ายค้าน เบื้องต้นยังเป็นช่วงเวลาในวันที่ 25-27 พ.ย.เช่นเดิม โดยจะอภิปรายในวันที่ 25-26 พ.ย.และจะลงมติในวันที่ 27 พ.ย. ขณะที่ในส่วนสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จะเปิดให้มีการอภิปรายโดยไม่ลงมติต่อจากฝ่ายค้าน ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นช่วงวันที่ 27-28 พ.ย.นี้

          อย่างไรก็ตามการอภิปรายทั้งหมดขึ้นอยู่กับฝ่ายค้านว่าจะใช้เวลาเท่าใด โดยวิปฯทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องหารืออีกครั้งเพื่อกำหนดจำนวนชั่วโมงที่แน่นอนในการอภิปราย เช่นเดียวกับการตั้งคณะกรรมการร่วมพิจารณาเอกสารที่จะต้องมีขึ้นเพื่อความเป็นธรรมในการอภิปรายกับทุกฝ่ายอีกครั้ง ทั้งนี้ยืนยันว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการอภิปราย โดยจะเข้าร่วมรับฟังด้วยตนเองอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับภารกิจในช่วงดังกล่าวด้วยว่าเป็นอย่างไรบ้าง โดยอาจจะมีบางช่วงเวลาบ้างที่ต้องไปปฏิบัติภารกิจ แต่ส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในห้องประชุม
 
          ส่วนกรณีที่กระทรวงกลาโหมมีคำสั่งถอดยศและเรียกคืนเบี้ยหวัดจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นั้น นายอุดมเดช กล่าวว่า ไม่เป็นปัญหาสำหรับการอภิปราย กรณีของนายอภิสิทธิ์ เป็นการตั้งข้อสังเกตถึงคุณสมบัติความเป็น ส.ส.ที่จะต้องมีการตีความ และต้องใช้เวลาในการพิจารณา แต่ขณะนี้นายอภิสิทธิ์ยังมีสมาชิกภาพเป็น ส.ส.อยู่เช่นเดิม ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาใดๆ สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งเป็นกระบวนการของรัฐสภา
 
          เมื่อถามถึงการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยามที่มีพล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ เป็นประธาน ซึ่งจะมีการนัดรวมตัวในวันที่ 24-25 พ.ย.นี้ ซึ่งใกล้เคียงกับเวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายอุดมเดช กล่าวว่า การแสดงออกเป็นสิทธิในการแสดงความเห็น แต่การแสดงสิทธินั้นต้องอยู่ในกรอบ ตามหลักกฎหมาย ตนมองว่าขณะนี้มีความพยายามเชื่อมโยงให้เหตุการณ์ทั้งในและนอกสภามีความสอดคล้องกัน ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารที่จะต้องควบคุม ดูแล ทั้งนี้ยืนยันว่ารัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศตามกรอบกติกา และตามระบอบประชาธิปไตยมีกระบวนการตรวจสอบทางรัฐสภาอยู่ และทุกๆ4ปี ก็มีการคืนอำนาจให้ประชาชาตัดสินใจ ดังนั้นหากจะมีการชุมนุมก็ขอให้อยู่ในกรอบที่จะทำได้ตามสิทธิที่มีอยู่ไม่กังวลเสียงแตก
 
          นายอุดมเดช ยังกล่าวถึงคะแนนเสียงการลงมติที่จะมีขึ้น ภายหลังการอภิปรายว่า ไม่รู้สึกกังวล ในวันจัดตั้งรัฐบาล พรรครัฐบาลมีเสียงสนับสนุน 300 เสียง และปัจจุบันอาจจะลดลงไปบ้างจากการเลือกตั้งซ่อม แต่ยังมากกว่าจำนวนกึ่งหนึ่งคือ 250 เสียงอย่างแน่นอน และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีสมาชิกฝ่ายรัฐบาลพรรคใดที่แจ้งความจำนงว่าจะไม่ลงมติ หรือติดภารกิจในวันลงคะแนนแต่อย่างใด