
กุนซือเชลซีเซ็งฝืดเจ๊าหงส์
กุนซือเชลซี เซ็งใช้โอกาสเปลืองฝืดเจ๊าหงส์ ภาวนาไม่ให้"เจที"เจ็บหนัก ด้านกุนซือแมนฯซิตี ปลื้มยิงแซงชนะ ชี้ต้องแก้ไขเรื่องเกมรับ
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เปิดถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เกมนี้เจ้าบ้านได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากลูกโหม่งของ "เจที" จอห์น เทอร์รี ที่เพิ่งกลับมาลงสนามหลังจากพ้นโทษแบน 4 นัด ในนาที 20 ทว่า เทอร์รี กลับได้รับบาดเจ็บหนักจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในนาที 39 เพราะโดน หลุยส์ ซัวเรซ ล้มทับ ที่บริเวณหัวเข่าจากจังหวะที่เข้าปะทะกัน
หลังจากนั้นเจ้าถิ่นมีโอกาสเปิดเกมรุกและยิงประตูหนีห่างอยู่หลายครั้ง แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบคมพอ กระทั่งทีมเยือนมาตามตีเสมอได้จากลูกโหม่งจ่อๆ ของ หลุยส์ ซัวเรซ ในนาที 73 ชนิดจะใช้มือผลัก รามิเรส ที่ขวางทางอยู่จนกระเด็น แต่ ฮาวเวิร์ด เวบบ์ ผู้ตัดสินในเกมนี้กลับไม่เป่าให้เป็นลูกฟาวล์แต่อย่างใด หมดเวลาการแข่งขัน เสมอ 1-1 ส่งผลให้ เชลซี ร่วงลงไปอยู่อันดับ 3 แข่ง 11 นัด มี 24 แต้ม ตามหลัง "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูงที่แข่งเท่ากันห่าง 3 แต้ม ส่วน ลิเวอร์พูล ยังรั้งอันดับ 13 แข่ง 11 นัด มี 12 แต้ม
หลังจบเกม โรแบร์โต ดิ มัตเตโอ ผู้จัดการทีม "สิงโตน้ำเงินคราม" ยอมรับว่า ผิดหวังกับผลการแข่งขัน เนื่องจากมีโอกาสยิงหลายหนแต่กลับทำไม่ได้เอง ส่วนประตูตีเสมอในมุมมองก็รู้สึกว่าน่าจะเป็นการทำฟาวล์ของ หลุยส์ ซัวเรซ ที่เจตนาผลัก รามิเรส ขณะที่เรื่องอาการบาดเจ็บของ จอห์น เทอร์รี นั้น ยังต้องลุ้นผลการตรวจหัวเข่าอย่างละเอียดจากเครื่องสแกน "เอ็มอาร์ไอ" เสียก่อน แต่ก็หวังว่า "เจที" คงจะไม่เจ็บหนักจนถึงขั้นต้องพักยาวหลายเดือน อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มี "เจที" แต่ตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กคนอื่น สามารถเล่นทดแทนกันได้
"เราครองเกมได้เหนือกว่า และมีโอกาสลุ้นยิงประตูเพิ่มอีกหลายครั้ง ผมรู้สึกผิดหวังที่เราไม่สามารถปิดเกมได้ เราน่าจะเป็นฝ่ายชนะ เพราะถ้าเรายิงประตูที่ 2 ได้สำเร็จ แต่ลูกยิงตีเสมอของ ลิเวอร์พูล ก็เป็นลูกฟาวล์ หลุยซ์ ซัวเรซ ใช้มือผลัก รามิเรส อย่างชัดเจน ส่วนในรายของ เทอร์รี ยังคงต้องรอผลการตรวจอย่างละเอียดเสียก่อน แต่ผมหวังว่าเขาคงจะไม่ได้บาดเจ็บมากนัก" ดิ มัตเตโอ กล่าว
ขณะที่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ "หงส์แดง" ยอมรับเป็นคนตัดสินใจพลาดเอง เพราะเปลี่ยนแผนให้ลูกทีมเล่นแบบ 3-5-2 ในเกมนี้ ส่งผลให้ ลิเวอร์พูล ทำผลงานในช่วงครึ่งแรกได้ไม่ดีมากนัก ก่อนที่จะตัดสินใจกลับมาใช้แผนเดิมแบบ 4-2-3-1 อีกครั้ง ซึ่งมีส่วนช่วยให้ทีมสามารถยิงประตูตีเสมอในช่วงครึ่งหลังได้สำเร็จ นอกจากนี้ ร็อดเจอร์ส ยังยอมรับว่า สภาพทีมของเขาในตอนนี้คงไม่ดีพอสำหรับการลุ้นแชมป์ในทุกรายการ พร้อมกับตั้งเป้าหวังที่จะซื้อผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเสริมทัพในช่วงเปิดตลาดรอบ 2 อีกสัก 2 รายด้วย
ด้าน "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี พลิกสถานการณ์กลับมาเก็บชัยเหนือคู่แข่งได้อีกครั้ง หลังเปิดรังอิติฮัด สเตเดี้ยม เป็นฝ่ายชนะ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส 2-1 แม้ทีมเยือนได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก สตีเวน คูลเกอร์ นาที 21 ทว่าเจ้าบ้านสามารถยิงแซงคืนทีเดียว 2 ลูกรวดจาก เซอร์จิโอ อเกโร นาที 65 และ เอดิน เซโก นาที 88 ส่งผลให้ขยับขึ้นไปรั้งตำแหน่งรองจ่าฝูง แข่ง 11 นัด มี 25 แต้ม ตามหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูงอยู่เพียงแค่ 2 คะแนน ส่วน สเปอร์ส หล่นลงไปอยู่อันดับ 7 แข่ง 11 นัด มี 17 แต้ม
หลังจบเกม "มันโช" โรแบร์โต มันชินี กุนซือ "เรือใบสีฟ้า" กล่าวชื่นชมสปิริตของลูกทีมที่สามารถพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายชนะคู่แข่งได้อีกนัด แม้จะทำผลงานในเกมนี้ได้ไม่ค่อยดีนักก็ตาม แต่ก็ยอมรับว่า ทีมของเขายังมีปัญหาในเรื่องเกมรับที่ต้องรีบลงมือแก้ไขเป็นการด่วน โดยเฉพาะจังหวะที่เสียลูกตั้งเตะที่มักจะโดนคู่แข่งฉวยโอกาสสอยตาข่ายอยู่เป็นประจำ
ส่วนผลอีกคู่ นิวคาสเซิล เป็นบ้านพ่าย เวสต์แฮม คารังเซนต์ เจมส์ ปาร์ค 0-1 โดยทีมเยือนได้ประตูชัยจาก เควิน โนแลน นาที 38



