
ควันหลงการเลือกตั้งเมืองมะกัน
ควันหลงการเลือกตั้งเมืองมะกัน : ประชาธิปไตยที่รัก โดยพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ([email protected])
เนื่องจากสัปดาห์ที่แล้วจำต้องส่งต้นฉบับก่อนที่จะรู้ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ก็เลยไม่มีโอกาสให้ความเห็นกับเรื่องราวผลการเลือกตั้งของประธานาธิบดีสหรัฐ
ซึ่ง โอบามา ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอีกสมัยหนึ่ง
กล่าวโดยสรุปมีบทเรียนจำนวนมากมายที่ควรจะต้องนำมาพิจารณาครับผม
หนึ่งคือ ชัยชนะครั้งนี้ของโอบามานั้นมีความสับสนอยู่ในตัวเอง
กล่าวคือ แม้ว่าโอบามาจะอ้างว่าตนนั้นชนะอย่างถล่มทลาย แต่คะแนนที่ชนะนั้นก็เป็นคะแนนที่ต้องมาพิจารณาในรายละเอียด กล่าวคือ ถ้าโหวตกันทั้งประเทศแล้ว โอบามา ชนะไม่มาก หมายถึงคะแนน popular vote แต่ electoral vote ชนะมาก เพราะแต่ละมลรัฐนั้นส่วนใหญ่จะใช้ระบบใครชนะก็ได้ที่นั่งของคณะผู้เลือกตั้งจากพรรคนั้นไปทั้งหมด
นั้นอาจจะกล่าวได้ว่า โอบามาชนะอย่างถล่มทลายแบบสูสีที่สุดนั่นแหละครับ
เช่นถ้าชนะกันเสียงเดียวในโอไฮโอ ก็จะได้เสียงไปทั้งหมด 18 เสียงเลย ทั้งที่ถ้าจะสะท้อนความเป็นจริงอาจจะต้องแบ่งเป็น ฝ่ายหนึ่ง สิบ อีกฝ่ายหนึ่ง แปด
บทเรียนคือ คนมะกันเขาก็ไม่เปลี่ยนระบบหรอกครับ เพราะมันเป็นเรื่องศักดิ์ศรี ไม่งั้นผู้สมัครก็จะไม่ไปสนใจรัฐเล็กๆ เพราะคิดว่าหาเสียงแค่รัฐใหญ่ก็พอ
สองคือ ความพ่ายแพ้ของรอมนีย์ก็มีความสับสนของตัวเอง
กล่าวคือ รอมนีย์นั้นเป็นผู้ที่น่าเห็นใจ เพราะว่ารอมนีย์ถูกเลือกขึ้นมาเพราะสร้างปรากฏการณ์พิเศษของรีพับลิกัน กล่าวคือ เขาเป็นรีพับลิกันที่ได้รับเลือกมาในรัฐที่เป็นเดโมแครต ดังนั้นจึงเป็นความหวังว่าจะได้เสียงจากเดโมแครตในครั้งนี้ อย่างไรก็ดี รอมนีย์ก็เจอปัญหาว่าถ้าจะเป็นคนที่แบบปานกลางก็จะเสียฐานจากรีพับลิกันเหมือนกัน ดังนั้นเวลาหาเสียงเขาจึงต้องมีนโยบายสุดขั้วทั้งที่เขาอาจจะไม่ได้เชื่อแบบนั้นเต็มที่
นี่คือบทเรียนครับ ว่าทางหนึ่งนักการเมืองจริงๆ แล้วบางคนเขาก็อาจไม่ได้สุดขั้วแบบนั้น แต่บางทีเขาก็คิดไปเองแล้วเลือกเอาใจคนที่สุดขั้วทั้งหลาย แทนที่จะหันไปพยายามทำความเข้าใจกับคนสุดขั้วในฝ่ายตัวเอง
ก็เหมือนปรองดองนั่นแหละครับ บางทีสองฝ่ายก็อาจจะอยากปรองดองกันบ้าง หรือบางคนในผู้นำอาจจะไม่ได้สุดขั้ว แต่เหมือนกับเชื่อว่าต้องเล่นตามบทไปงั้น
สาม หนทางข้างหน้าของการเมืองสหรัฐก็ไม่ราบรื่นนัก เพราะโอบามานั้นจะอ้างไม่ได้ว่ามาจากชัยชนะเสียงข้างมาก เพราะว่าในสภาล่างนั้นรีพับลิกันครองเมือง ดังนั้นก็คงต้องประนีประนอมกันมากหน่อย โดยเฉพาะเรื่องของเหตุผลทางเศรษฐกิจ
นั่นก็คือ แม้ว่าจะถกเถียงกันมาก สุดท้ายก็คงพยายามโน้มเข้าหากัน เช่น บางเรื่องก็ต้องตัดรายจ่ายของรัฐที่ฟุ่มเฟือยลง บางเรื่องก็ต้องเพิ่มภาษีกับคนรวย ดังนั้นที่สำคัญก็คงรจะเรียนรู้และเอาใจช่วยเขาว่า ไม่มีใครสุดขั้วกันได้จริงเหมือนหาเสียงหรอกครับ
ถึงเวลา โครงการไหนห่วยก็ต้องตัด ไม่งั้นคนรวยก็คงไม่พอใจในการเสียภาษีเหมือนกัน
ส่วนสุดท้าย ผมคิดว่าที่สำคัญคือการเยือนเอเชียของโอบามา ซึ่งผมคิดว่ามันสะท้อนชัดๆ ว่าโอบามาและอเมริกานั้นเห็นความสำคัญของเอเชียมากขึ้นเรื่อยๆ
ส่วนจะมาไทยแล้วจะตีความอะไรกันอย่างไร คงต้องรอให้ใกล้วันกว่านี้มั้งครับ



