
แจงเหตุ'พ.ต.ท.'ไร้ชื่อผู้ต้องหาล่าสัตว์
รองผบช.ภาค7 ลงพื้นที่แก่งกระจานสอบคดีจับผู้ต้องหาล่าสัตว์บันทึกจับกุมส่งคดีเพียง 8 คน ไร้ชื่อ พ.ต.ท." ขณะที่ หน.อุทยานแจง "พ.ต.ท." อ้างเพียงร่วมไปกับเพื่อน
12พ.ย.2555 หลังจากนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ร่วมกับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าแก่งกระจาน และตำรวจ สภ.แก่งกระจาน แถลงข่าวการควบคุมตัว พ.ต.ท.ธีรยุทธ เกตุมั่งมี อายุ 44 ปี สารวัตรสืบสวนสอบสวน (สว.สส.) สภ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมพวกอีก 8 คน คือ นายนิธิศ เกษมสงคราม อายุ 52 ปี ชาว อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นายศานิต อำนวยเลขา อายุ 44 ปี ชาว อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี นายอรรถวุตต์ ดียิ่ง อายุ 48 ปี ชาว อ.เมือง จ.เพชรบุรี นายสมชาย ปีดอก อายุ 38 ปี นายสายชล กลัดหลำ อายุ 38 ปี นายกิตติพล แซ่ลิ้ม อายุ 33 ปี นายระย้า คนอง อายุ 57 ปี และนายสุชิน กลัดหลำ อายุ 43 ปี ชาว อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เนื่องจากลักลอบล่าสัตว์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่ายางน้ำกลัดเหนือ-ใต้ เขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมของกลางอาวุธปืนและสัตว์ป่าหลายรายการ
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พล.ต.ต.ธนา ชูวงศ์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่มีข้าราชการตำรวจคือ พ.ต.ท.ธีรยุทธ เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีล่าสัตว์ป่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้เป็นประธานการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (วิดีโอคอนเฟอเรนซ์) เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ห้องประชุม ศปก.ตร. อาคาร 1 ตร. ชั้น 20 พร้อมกับสอบถามข้อเท็จจริงจาก พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบช.ภ.7) โดย ผบ.ตร.สั่งการให้ ผบช.ภ.7 ดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้อง และรายงานผลให้ทราบภายใน 7 วัน หากพบว่ากระทำผิดจริงให้ดำเนินการทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด ส่วนเรื่องคดีให้เร่งรัดดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา
ด้าน พล.ต.ท.หาญพล กล่าวว่า สั่งการให้ พล.ต.ต.วิทยา ประยงค์พันธ์ รอง ผบช.ภ.7 และ พล.ต.ต.พีรชาติ รื่นเริง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี (ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี) ลงพื้นที่เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมทั้งสอบสวนเจ้าหน้าที่อุทยานที่ปฏิบัติหน้าที่และจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด ว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร เพราะจากการตรวจสอบบันทึกการจับกุมที่เจ้าหน้าที่อุทยานส่งให้แก่ สภ.แก่งกระจาน ไม่มีชื่อ พ.ต.ท.ธีรยุทธ มีเพียงบันทึกการจับกุมผู้ต้องหา 8 คนเท่านั้น เมื่อสอบถามไปยังตำรวจ สภ.แก่งกระจาน ก็ตอบไม่ได้ว่าทำไมไม่มีชื่อของ พ.ต.ท.ธีรยุทธ เพราะไม่ได้เป็นผู้จับกุม
"เป็นที่น่าสังเกตว่า ไม่พบบันทึกการจับกุม พ.ต.ท.ธีรยุทธ ในข้อหาล่าสัตว์และครอบครองซากสัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่มีการปรับในข้อหาเข้าในเขตอุทยานแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นเงินจำนวน 1,000 บาท แล้วปล่อยตัวไป ผมไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่อุทยานเขาดำเนินการกันอย่างไร ถ้า พ.ต.ท.ธีรยุทธ กระทำผิดจริงดังที่แถลงข่าวออกไป ทำไมไม่จับกุมในข้อหาเดียวกันกับผู้ต้องหาอีก 8 คน และนำส่ง สภ.แก่งกระจาน เหมือนกัน หรือว่าเขาอยู่คนละตำแหน่งพื้นที่กัน และตอนจับกุมเขาอยู่ตรงไหน อยู่ด้วยกันกับผู้ต้องหาทั้ง 8 คนหรือไม่" พล.ต.ท.หาญพลกล่าว
ผบช.ภ.7 กล่าวอีกว่า หาก พ.ต.ท.ธีรยุทธไม่ได้กระทำผิด หรือเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาทั้ง 8 คน ที่เข้ามาล่าสัตว์ เหตุใดมีการแถลงข่าวออกไปว่ามีการจับกุมพ.ต.ท.ธีรยุทธพร้อมกับผู้ต้องหาทั้ง 8 คน ทั้งที่บันทึกการจับกุมไม่มีชื่อ พ.ต.ท.ธีรยุทธ หรือถ้า พ.ต.ท.ธีรยุทธ กระทำความผิดตามที่แถลงข่าว ทำไมไม่จับกุม ปล่อยตัวไปได้อย่างไร ตำรวจมีอิทธิพลอย่างไร ถึงได้มีการปล่อยตัวไป ดังนั้นเพื่อความโปร่งใสและให้ข้อเท็จจริงกระจ่างขึ้น จึงสั่งการให้สอบเจ้าหน้าที่อุทยานผู้จับกุมใหม่ทั้งหมดถึงพฤติการณ์ของ พ.ต.ท.ธีรยุทธ และกลุ่มผู้ต้องหาในวันจับกุม (เมื่อเวลา 23.50 น. วันที่ 10 พ.ย.55) ว่าเป็นอย่างไร ก่อนจะทำการสอบสวนพ.ต.ท.ธีรยุทธ แล้วรายงานให้ทราบด่วนที่สุด คาดว่าไม่น่าจะเกินวันที่ 13 พฤศจิกายนนี้ แต่ถ้าแนวทางการสอบสวนพบว่าพ.ต.ท.ธีรยุทธ มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาทั้ง 8 คน และทำการล่าสัตว์จริง จะดำเนินการอย่างเฉียบขาดทันที ไม่มีการละเว้นแต่อย่างใด
ด้าน พล.ต.ต.ธเนษฐ สุนทรสุข ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สภ.ปราณบุรี ได้รายงานให้ทราบเบื้องต้น จึงสั่งให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นการเร่งด่วน พร้อมกับยกเลิกการลาของนายตำรวจคนดังกล่าว และวันที่ 12 พฤศจิกายน ให้มารายงานตัวเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด ส่วนการดำเนินคดีตามกฎหมายเป็นหน้าที่ของ สภ.แก่งกระจาน สำหรับทางวินัยต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด ยืนยันว่าจะไม่มีการปกป้องตำรวจที่กระทำผิด
ส่วน พ.ต.อ.วันชัย ธารณธรรม ผกก.สภ.ปราณบุรี กล่าวว่า พ.ต.ท.ธีรยุทธได้ลาพักร้อนตั้งแต่วันที่ 8-12 พฤศจิกายน เบื้องต้นได้สั่งการให้มารายงานตัวและชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันที่ 12 พฤศจิกายน ส่วนจะมีความผิดหรือไม่ คงต้องตรวจสอบที่ สภ.แก่งกระจาน พื้นที่เกิดเหตุอีกครั้งหนึ่ง
ขณะที่ ม.จ.หญิงรังษีนภดล ยุคล ประธานมูลนิธิหม่อมเจ้าหญิงรังษีนภดล ยุคล ระบุว่า การเข้าไปล่าสัตว์ป่าของนายตำรวจสังกัด สภ.ปราณบุรี และเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ จ.เพชรบุรี เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น ขาดจิตสำนึกทั้งที่เป็นข้าราชการกลับไปล่าสัตว์เสียเอง ทั้งนี้ ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิติดต่อประสานไปยัง พล.ต.ต.ธเนษฐ และ พ.ต.ท.วันชัย ธารณธรรม ผกก.สภ.ปราณบุรี ติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการเกี่ยวกับนายตำรวจที่เข้าไปล่าสัตว์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจ ประเด็นที่น่าสนใจคือเรื่องอาวุธปืนจำนวนมากที่นำเข้าไปได้อย่างไร ปัจจุบันเรากำลังรณรงค์ห้ามล่าสัตว์ป่า แต่คนของรัฐและผู้ถือกฎหมายกระทำเสียเอง ที่ผ่านมาไม่ทราบว่าคนกลุ่มนี้เข้าไปล่าสัตว์กี่ครั้งแล้ว
วันเดียวกัน นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ให้สัมภาษณ์ว่า ตามที่ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าติดตามจับกุมชุดล่าสัตว์ป่ารวม 9 คน พร้อมอาวุธปืนเครื่องกระสุนและซากสัตว์ป่าได้กลางป่าลึกแก่งกระจาน โดยมี พ.ต.ท.ธีรยุทธ รวมอยู่ด้วยนั้น เจ้าตัวให้การยอมรับเพียงแค่ร่วมเข้าไปกับเพื่อนทั้ง 8 คน ส่วนอาวุธปืนที่ตรวจยึดได้ มีผู้อื่นที่ถูกจับกุมให้การรับเป็นเจ้าของ ทำให้เจ้าพนักงานของอุทยานดำเนินการได้เพียงแค่เปรียบเทียบปรับสูงสุด 1,000 บาทเท่านั้น ส่วนอีก 8 คน นำส่งต่อพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน ทราบข้อมูลล่าสุดว่า ได้ขอยื่นประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนไปหมดแล้วทั้ง 8 คน ในวงเงินประกันคนละ 1 แสนบาท
"ผมได้ทำหนังสือส่งไปยัง พ.ต.อ.วรเดช สวนคล้าย ผกก.สภ.แก่งกระจาน ถึงความคืบหน้าของการสอบสวนและการตรวจสอบอาวุธปืนที่ตรวจยึดไว้ได้ 9 กระบอก ว่ามีผลดำเนินการเป็นอย่างไร หากพบว่าอาวุธปืนที่ยึดได้เป็นของ พ.ต.ท.ธีรยุทธ เจ้าหน้าที่อุทยานจะแจ้งข้อหาเพิ่มทันที เชื่อว่าหน่วยงานของพ.ต.ท.ธีรยุทธ จะต้องตั้งกรรมการสอบวินัยด้วย เพราะถือเป็นเจ้าพนักงานของรัฐแล้วเข้าไปเกี่ยวข้องได้อย่างไร ภาพถ่ายที่ตรวจยึดได้จากกล้องถ่ายภาพของผู้ต้องหาทั้งหมด ยืนยันว่าพ.ต.ท.ธีรยุทธเกี่ยวข้องด้วยแน่นอน ดังนั้นเมื่อเป็นเจ้าหน้าที่รัฐอยู่ในเหตุการณ์ของการล่าสัตว์ ทำไมไม่ห้ามปราม หรือจับกุม เพราะเป็นความผิดซึ่งหน้า เชื่อว่าคงหลีกหนีไม่พ้นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 ไปได้" นายชัยวัฒน์กล่าว
ต่อมา พล.ต.ต.วิทยา ประยงค์พันธ์ รอง ผบช.ภาค 7 เดินทางไปที่ สภ.แก่งกระจาน พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า สงสัยในประเด็นผู้ต้องหา 9 คน ทำไมมีบันทึกการจับกุมและส่งคดีเพียง 8 คน จึงติดตามรายละเอียด และเรียกพนักงานสอบสวนให้เชิญนายชัยวัฒน์มาให้ข้อมูล เพื่อที่จะได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบต่อไป



