
การเมืองไทยคนเสื้อแดงใน'แรงเงา '
การเมืองไทยคนเสื้อแดงใน'แรงเงา ' : เสถียร วิริยะพรรณพงศา @satien_nna
แรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่จริงๆสำหรับละคร “แรงเงา” ชาวบ้านร้านตลาดลูกเล็กเด็กแดงติดกันงอมแงม นอกจากความดราม่าขั้นเทพ แต่ละฉากแต่ละซีนกระแทกกระทั้นอารมณ์ ถึงอกถึงใจคนไทยแล้ว ดูให้ดีๆพฤติกรรมของตัวละครแต่ละตัวสะท้อนพฤติกรรมผู้คนในการเมืองไทยให้เห็นอีกด้วย
“แรงเงา” คือละครที่บอกเล่าถึงชีวิตของฝาแฝดคู่หนึ่งที่ชื่อ “มุตตา” กับ “มุนินทร์” สาวบ้านนอกคอกนาสองคนนี้มีวิถีชีวิตต่างกันราวฟ้ากับเหว
“มุตตา” เป็นคนเรียบร้อยประดุจผ้าพับไว้ ไม่มีปากมีเสียง ไม่ค่อยอยากมีเรื่องมีราวกับใคร อยู่อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว แต่ความซวยบังเกิดขึ้นเพราะดันไปหลงรักคนที่มีเมียอยู่แล้ว ก็คือหนุ่มใหญ่หัวใจจิ้งจอก “เจนภพ” ซึ่งเป็นถึง “ผู้อำนวยการ” ในกองบริหารจัดการของกรมๆหนึ่ง
นับตั้งแต่มุตตา ตกหลุมรักผ.อ.หรือ “ผัวคนอื่น” ความหายนะก็มาเยือนอย่างไม่ขาดสายเมื่อนพนภา เมียของเจน
เมื่อรู้ข่าวว่าผัวในปกครอง กำลังหลงเมียใหม่หัวปักหัวปำ ก็ทำทุกอย่างเพื่อทำลายความสัมพันธ์เชิงซ้อนนี้ให้ย่อยยับอับปาง ตามไปตบถึงหน้ากระทรวงก็ยังเคย ความอ่อนแอของมุตตาทำให้เธอตัดสินใจผูกคอตาย
ตัดมาที่ “มุนินทร์” แฝดผู้พี่ ผู้ที่มีสิ่งเดียวที่เหมือนกับมุตตาคือหน้าตา นอกนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว มุนินทร์ เธอเป็นนักเรียนนอกมีหัวก้าวหน้า นิสัยใจคอ วิธีคิดเป็นคนสมัยใหม่ ไม่ยอมให้ใครรังแก เชิดชูความยุติธรรมเป็นสำคัญ
คุณลักษณะของมุตตา ความที่เป็นคนว่านอนสอนง่าย ไม่หือไม่อือ ถูกตบตีจนฟกช้ำดำเขียว ก็ยังไม่ขัดไม่ขืน ช่างเหมือนกับพฤติกรรมทางการเมืองของคนไทยโดยเฉพาะชนชั้นล่าง ที่หลังๆเรียกกันว่าคนรากหญ้า ที่ฝังรากลึกมาช้านานตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ถึงแม้เราจะมีรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนทุกคน แต่สังคมแบบมุตตา ก็ยินยอมให้อำนาจการปกครองตกอยู่ในมือชนชั้นนำ แบบสมบัติผลัดกันชม โดยไม่มีปากมีเสียงมายาวนาน
อยากทำอะไรก็ทำ อยากจะรัฐประหารชิงอำนาจอะไรก็ทำไป นักการเมือง นายทุนจะจับมือกันกดขี่ขูดรีด เอารัดเอาเปรียบอย่างไร มุตตาทนได้ไม่มีบ่นซักแอะ
แต่แล้วจุดหักเหของเรื่องก็เดินมาถึง เมื่อมุตตา ผู้ที่ไม่เคยมีความหวัง อยู่ในครอบครัวแม่ก็ไม่ค่อยรักเพราะมักจะเปรียบเทียบกับมุนินทร์ ที่หัวดีเฉลียวฉลาดกว่าอยู่เสมอ เธอได้พบกับชายหนุ่มที่มีความเพียบพร้อม ฐานะทางการเงิน และหน้าที่การงาน
เขาประกาศกับมุตตา(ที่แท้คือโกหกหลอกลวง) ว่าจะทิ้งชนชั้นนำอย่างนพนภา มาแต่งงานอยู่กินกับสาวบ้านนอกที่ชื่อมุตตา โดยไม่รังเกียจ
หลังจากนั้นประชานิยมทั้งหลายแหล่ก็ถูกลำเลียงสู่มุตตา ถ้อยคำหวานๆการดูแลอย่างถึงอกถึงใจ ทั้งเงินทองและเกียรติยศที่มุตตาไม่เคยได้รับจากผู้ชายคนไหนมาก่อน ก็ทำให้เธอหลงรักชายหนุ่มคนนี้เข้าอย่างหนักจนถอนตัวไม่ขึ้น และฝันจะใช้ชีวิตร่วมเคียงเตียงเดียวกันไปจนวันตาย เชื่อในตัวผ.อ.ว่ารวยแล้วจะไม่โกหก
แต่แล้วความหวังของเธอก็มาพังทลายลง เมื่อความสัมพันธ์เชิงซ้อนซ่อนชู้ ระหว่างชายหนุ่มรูปงามแต่กะล่อนสิ้นดี กับสาวรากหญ้า ล่วงรู้ถึงหูของนพนภา
ชนชั้นนำอำมาตย์อย่างนพนภา กำลังรู้สึกว่าสาวบ้านนอกมาขอแบ่งสมบัติและความสุขที่เธอเคยได้รับจากเจนภพ ทรัพยากรที่เคยครอบครองมายาวนานกำลังจะถูกหารสอง
คนที่อยู่ในชนชั้นที่แสนสุขสบายเคยได้มาตลอดชีวิต เมื่ออยู่ๆใครมาเฉือนเค้กที่เคยครองทั้งก้อนออกไป ก็กระฟัดกระเฟียด
ผัวรักกำลังเบนเข็มไปสมสู่กับผู้หญิงบ้านนอกคอกนา มันเกินจะรับไหว
“นพนภา” มีลักษณะเป็นชนชั้นนำอำมาตย์ใหญ่ ฐานะร่ำรวย เจ้าอารมณ์ มักจะแสดงอำนาจบาตรใหญ่ กดขี่คนอื่นอยู่ร่ำไปไม่เว้นกระทั่งกับผัวตัวเอง เพราะเธอไม่ได้คิดว่าเป็นแค่เมีย แต่คิดว่าเป็นเจ้าชีวิตของผ.อ.จอมเจ้าชู้ ตำแหน่งแห่งหนของเจนภพ ก็มีเธอเป็นผู้ผลักดันอยู่เบื้องหลัง เหมือนนักการเมืองไทยหลายคนที่ได้ดีเพราะเมีย ฉะนั้นเมียแบบนี้จึงบงการผัวตัวเองได้อย่างที่ใจต้องการ
ที่ผ่านมาในการเมืองไทยชนชั้นกลางค่อนไปทางชนชั้นนำ อย่างนพนภา มีอำนาจทางการเมืองเหนือกว่าสาวบ้านนอกอย่างมุตตา มากมายนัก
ความเป็นมุตตา และนพนภา ดำรงอยู่ในสังคมการเมืองไทยมาช้านาน
“นพนภา” กระตุ้นอารมณ์คนดูด้วยการระเบิดอารมณ์ดิบเถื่อนของเมียหลวง ออกมาได้อย่างถึงใจ ในปฎิบัติการยึดผัวตัวเองกลับคืน ด้วยการกระชากหัวมุตตามาตบ ตบแล้วตบอีก ตบจนร่วงบันไดที่หน้ากระทรวง ท่ามกลางไทยมุงที่ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกข้างใครดี
ข้างหนึ่งก็อยากจะสงสารมุตตา แต่ก็กลัวเลือกข้างมุตตาแล้วหน้าที่การงานจะตกต่ำ ก็เลยวางเฉย ปล่อยให้นพนภากระทืบมุตตาต่อไปจนหนำใจ ส่วนตัวเองถ่ายคลิปอย่างเดียว
คนอย่างนี้มีอยู่มากมายในสังคมไทย
นึกถึงฉากการเมืองไทยในวันที่ 19 ก.ย.2549 ชนชั้นกลาง ชนชั้นนำไทย เห็นดีเห็นงามกับการรัฐประหารรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร
สำหรับคนบ้านนอกในสังคมแบบมุตตา มีความหวังว่าจะลืมตาอ้าปาก กระทั่งหวังจะรวย รวยเพราะนโยบายประชานิยม แต่สิ่งเหล่านั้นมันถูกทำลายจากการยึดอำนาจ ความข่มขื่นถูกเก็บงำมาตลอด 5-6 ปี
สิ่งที่ชนชั้นนำไทยคุ้นเคยคือหลังจากยึดอำนาจเสร็จแล้ว มุตตาก็ยังคงเป็นมุตตาที่ว่านอนสอนง่าย เดี๋ยวมุตตาก็จะลืมชายคนนั้น กลับมาเป็นมุตตาคนดีที่แสนเชื่องในสายตาของชนชั้นปกครองเหมือนเดิม
แต่กาลกลับไม่เป็นอย่างนั้น หลังจากเธอสูญเสียความหวังอันน้อยนิดที่มี ก็ตัดสินใจฆ่าตัวตาย
จบชีวิตสาวน้อยน่าสงสารที่บูชาความรัก
พร้อมๆกับการปรากฏตัวของ “มุนินทร์” แฝดผู้พี่ที่ศรัทธาในความแค้น ซึ่งได้สวมรอยเข้ามาสู่เกมนี้ด้วยความต้องการอย่างเดียวคือ “เอาคืน”
การเมืองไทยวันนี้ ชนชั้นนำที่เคยแข็งแกร่งอย่างนพนภา กำลังเผชิญหน้ากับมวลชน ที่เป็นผลผลิตมาจากความอาฆาตแค้นอย่างมุนินทร์ ที่พร้อมจะตอบโต้นพนภา อย่างชนิดตาต่อตาฟันต่อฟัน เพราะภาคประชาชนโดยเฉพาะคนเสื้อแดง แบบฉบับมุตตา ที่ดูเชื่องๆเซื่องๆซึมๆ ได้ผูกคอตายไปแล้วตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.2549
...........
(หมายเหตุ : การเมืองไทยคนเสื้อแดงใน'แรงเงา ' : เสถียร วิริยะพรรณพงศา @satien_nna)



