
'เต้น'ยันไม่นำ'แดง'ชนม็อบ'เสธ.อ้าย'
'ณัฐวุฒิ' ยันไม่นำ 'เสื้อแดง' ชนม็อบ 'เสธ.อ้าย' ซัดเป็นขบวนการปิดปท. เรียกร้องปชช. แสดงพลังต่อต้านการชุมนุม เชื่อมาไม่ถึงล้านคน เย้ย ปชป. จนมุม โบ้ย 'กห.' หาเหตุถอดยศ 'มาร์ค'
12 พ.ย.55 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ และแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีที่กลุ่มองค์การพิทักษ์สยามและกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ร่วมมือกันโดยมีข่าวว่ามีกลุ่มทุนให้การสนับสนุนว่า เรื่องของกลุ่มทุนตนยังไม่ทราบรายละเอียด แต่คิดว่ามีความเป็นไปได้ที่กลุ่มบุคคลที่อยู่เบื้องหลัง ของขบวนการปิดประเทศ จะมีเครือข่ายทุนสนับสนุนอยู่บ้าง แต่สำหรับท่าทีของกลุ่มพันธมิตรฯ อันนี้ไม่น่าแปลกใจ เพราะเชื่อมาตลอดว่านี่คือขบวนการเดิม โดยการกำกับของคนกลุ่มเดิมตั้งแต่รัฐประหาร 19 ก.ย.49 เป็นต้นมา มวลชนที่เคลื่อนไหวกับกลุ่มพันธมิตรฯ หรือพรรคประชาธิปัตย์ ล้วนแต่เป็นความเคลื่อนไหวของส่วนผสมนี้ทั้งสิ้น เชื่อว่าในวันที่ 24 พ.ย.นี้ ทั้งหมดจะระดมสรรพกำลังมาร่วมชุมนุม และตนไม่เรียกชื่อตามที่องค์การนี้เขาประกาศ แต่คงจะเรียกตามความหมายที่ซ่อนอยู่ของขบวนการนี้ว่า เป็นขบวนการปิดประเทศ
แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวว่า อยากจะเรียนประชาชนผู้รักความเป็นประชาธิปไตยว่า ให้ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นกับบ้านเมืองนี้ให้ดี จะเห็นว่าหลังการเลือกตั้ง 3 ก.ค.54 ประเทศไทยได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้รับความเชื่อมั่นจากทุกมุมโลก การเดินทางไปเยือนต่างประเทศ หรือการเดินทางมาเยือนประเทศไทย ของบุคคลสำคัญของโลก เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย เหล่านี้คือสัญญาณที่ว่า ประเทศไทยได้รับการยอมรับจากนานาชาติ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
“บ้านเมืองนี้กำลังเปิดประตูทุกบานเพื่อขยายโอกาสในการแข่งขันให้กลับประเทศ แต่กลับมีคนกลุ่มหนึ่งลุกขึ้นมากางพิมพ์เขียว ต้องการปิดประเทศเป็นเวลาอย่างน้อย 5 ปี นี่คือพิษภัยต่อระบอบประชาธิปไตย ผมจึงขอเชิญชวนให้แสดงการต่อต้านโดยสันติวิธี แต่ไม่ได้หมายถึงการเรียกร้องให้ประชาชนออกมาชุมนุม ผมหมายถึงคือการปฏิเสธ ไม่เข้าร่วมและช่วยกันอธิบายความหมายของการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ทั้งที่นายกฯ นำพารัฐบาลเดินมาจนถึงทางออกที่ประชาชนเขามองเห็น แต่คนกลุ่มหนึ่งกำลังจะปิดประตูทุกทาง ที่เป็นทางออกของประเทศจากวิกฤตความขัดแย้ง แล้วขังประเทศเอาไว้กับระบอบที่เป็นเผด็จการ ตนประหลาดใจว่าคนกลุ่มนี้คิดว่ารัฐบาลไม่ชอบธรรม ทุจริต โดยไม่ได้สำนึกเลยว่า สิ่งที่คิดอยู่และกำลังจะทำ อันนั้นคือความเสียหายยิ่งใหญ่ การที่ไม่มีเลือกตั้ง การเอาบุคคลที่เห็นว่าเป็นคนดีมาบริหารประเทศ โดยไม่ผ่านกระบวนการของประชาชน จะทำให้ไม่มีประเทศไหนคบค้าสมาคมด้วย เพราะฉะนั้น ถ้ารักชาติจริง ต้องให้บ้านเมืองนี้เดินไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน โดยส่วนตัวรับเรื่องนี้ไม่ได้ และคนไทยทั้งประเทศก็จะปฏิเสธสิ่งนี้” นายณัฐวุฒิ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเมินว่าในวันที่ 24 พ.ย. ผู้ชุมนุมจะชุมนุมจะยืดเยื้อหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า คงเป็นการสร้างแรงเสียดทานให้กับรัฐบาล ในช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตนคิดว่าจำนวนผู้มาชุมนุมจะไม่ถึงหลักล้านอย่างที่ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ (เสธ.อ้าย) ประธานองค์การพิทักษ์ ได้พูดไว้ แต่ว่าอาจมีการขอฉันทานุมัติในการชุมนุมต่อเนื่องวันที่ 25 พ.ย. เพื่อส่งผลให้รัฐบาลเผชิญทั้งศึกทั้งในและนอกสภา ซึ่งเป็นเกมที่เราคาดคะเนได้ แต่ตนมั่นใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะนำพารัฐบาลผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยความนิ่มนวล
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการประเมินว่าจะมีผู้ชุมนุม จะบุกเข้าทำเนียบหรือสภาหรือไม่ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวว่า ภาวนาอย่าให้เป็นอย่างนั้น แต่เพราะประเทศอยู่ในจุดที่คนระดับโลกมาเยือน นานาประเทศให้การยอมรับ การทำให้ประเทศถอยกลับไป เหมือนเหตุการณ์รัฐประหาร จะทำให้บ้านเมืองนี้เจ็บปวด ตนขอร้องว่าอย่าทำ แต่ถ้าทำก็จะไม่สำเร็จ เพราะประชาชนจะออกมาปกป้อง
ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าการชุมนุมครั้งนี้มุ่งหวังให้กลุ่มคนเสื้อแดงออกมา แล้วนำไปสู่การปะทะกันหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เขาต้องการส่วนผสมนี้อยู่แล้ว เพื่อจะได้เป็นข้ออ้างรัฐบาลควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ แล้วจะมีบางส่วนออกมาผสมโรงเกิดการโค่นล้มรัฐบาล นำไปสู่การปิดประเทศในที่สุด แต่ประชาชนที่ต่อสู้ทางการเมืองมา 5-6 ปี เขามีประสบการณ์ รู้เท่าทัน และจะไม่ยอมให้ขบวนการนอกระบบมาทำลายประชาธิปไตย แต่เราก็ต้องเคลื่อนไหวอย่างรอบคอบ อย่าไปตกใจจนเดินเข้าไปตามเกมของเขา วันนี้รัฐบาลเดินมาอย่างถูกทางแล้ว ถ้าประชาชนเป็นกำแพงเหล็ก เชื่อว่าขบวนการพวกนี้ฝันค้าง
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า กลุ่มคนเสื้อแดงคงติดตามอย่างใกล้ชิด แกนนำเสื้อแดงก็ประชุมกันว่าจะมีการชุมนุม เพื่อเตรียมความคิดของประชาชน ให้พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์เป็นระยะๆ ทราบว่าวันที่ 16 พ.ย.นี้ จะไปที่ จ.ขอนแก่น วันที่ 18 พ.ย.จะไปที่จ.สมุทรปราการ อย่างไรก็ตามยังไม่มีความคิดที่จะเอามวลชนมาเผชิญกับกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม และในที่ประชุม ครม. ไมได้มีการพูดคุยถึงเรื่องนี้ เพราะว่าส่วนที่เขารับผิดชอบได้ติดตามข่าวสารอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า หมายความว่ารัฐบาลไม่ได้ให้ราคาของม็อบเสธ.อ้าย หรือไม่ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวว่า คงไม่ไปพูดอย่างนั้น เพราะการไปพูดอย่างนั้นเท่ากับไปท้าทาย แต่เราจะทำทุกทางเพื่อไม่ให้เขาประสบความสำเร็จ
'ณัฐวุฒิ'เย้ย ปชป. จนมุม โบ้ย 'กห.' หาเหตุถอดยศ 'มาร์ค'
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าการที่กระทรวงกลาโหม ถอดยศร้อยตรีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในครั้งนี้เพื่อเป็นการแก้เกมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ตนคิดว่าฝ่ายค้านจนมุมเรื่องนี้เลยพยายามโอนเข้าบัญชี การอภิปรายไม่ไว้วางใจไปด้วย ซึ่งจริงๆนั้นไม่มีเหตุ เพราะเรื่องนี้หากเป็นลูกตาสี-ตาสา นายอภิสิทธิ์จะไม่สามารถสมัครส.ส.ได้เลยตั้งแต่ต้น เพราะขาดคุณสมบัติเนื่องจากใช้เอกสารหลักฐานเท็จในการสมัครเข้ารับราชการ และหากเป็นลูกตามี-ยายมา นายอภิสิทธิ์ก็จะไม่ได้เป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อยเนื่องจากไม่ได้ผ่านเกณฑ์ทหาร เรื่องนี้เดินมาเป็นหลายสิบปีจนกระทรวงกลาโหมสรุปผลการพิจารณาแล้วมีมติ ฉะนั้นไม่ใช่เรื่องการกลั่นแกล้งแต่เป็นเรื่องว่า ในที่สุดก็ไม่มีใครอภิสิทธิ์เหนือกว่ากฎกติกาที่ถูกต้องของบ้านเมืองไปได้
“นายอภิสิทธิ์ควรต้องยอมรับ ไม่ใช่จะไปบอกว่าเป็นการหาเรื่องกลั่นแกล้งทางการเมือง เพื่อไม่ให้นายอภิสิทธิ์อภิปราย ถ้าถามว่าได้เกณฑ์ทหารหรือไม่ ใช้เอกสารเท็จในการสมัครรับราชการเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อยใช่หรือไม่ คนเขารู้กันทั้งประเทศ อีกทั้งนายอภิสิทธิ์เคยหอบหลักฐานไปชี้แจงกับศาลตอนฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. และคำพิพากษาของศาลที่นายอภิสิทธิ์เอามาชี้แจง ก็ยังมีพิรุธอยู่ เท่านี้ยังไม่รู้จักสำนึกกันอีก” นายณัฐวุฒิ กล่าว
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนคิดว่านายอภิสิทธิ์ไม่มีความชอบธรรม ที่จะถามเรื่องจริยธรรมจากใครอีกแล้ว นอกจากนายอภิสิทธิ์จะแสดงสปิริตของตัวเองออกมา ทั้งนี้ กรณีของนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ที่ลาออกจากทุกตำแหน่ง หากเทียบกับกรณีนายอภิสิทธิ์นั้นต่างกันมาก เพราะนายอภิสิทธิ์ใช้วิธีการสร้างเอกสารเท็จลวงโลกมาเกือบครึ่งชีวิตจนเป็นนายกฯ ทั้งที่ขาดคุณสมบัติตั้งแต่ต้น ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องร้ายแรงมาก และร้ายแรงเกินกว่าที่พรรคประชาธิปัตย์จะมาอธิบายว่าเป็นเพียงเกมการเมืองธรรมดา อีกทั้งเราจะต้องไปกลัวนายอภิสิทธิ์ถึงขั้นต้องไปสร้างเกมที่กระทรวงกลาโหมอย่างนั้นหรือ เพราะให้นายอภิสิทธิ์ขึ้นเวทีอภิปรายรัฐบาลก็เฉยๆ รัฐบาลไม่ได้กังวลอะไรเพราะมีแต่คำโฆษณา ไม่มีข้อมูลหลักฐานที่จะเอามาอภิปรายอยู่แล้ว



