
"กษิต"ระบุไทยออกแถลงการณ์ซูจีฉบับ2ไม่ได้ตอบโต้พม่า
"กษิต"ระบุไทยออกแถลงการณ์ซูจีฉบับที่ 2 ไม่ได้ตอบโต้รบ.พม่า ชี้หากซูจีคิดคุกอีก ข้อเรียกร้องให้โดดเดี่ยวพม่าไม่ใช่ทางออกที่ดี แต่จะทำให้พม่าหันหลังให้สังคมโลก ย้ำปัญหาพม่าทุกประเทศจะต้องร่วมกันแก้ไข เชื่อปัญหานี้จะแก้ไขให้เห็นผลที่ดีเพียงข้ามคืนไม่ได้
(25พ.ค.) นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการประชุมระดับรัฐมนตรีเอเชีย-ยุโรป(อาเซม) ได้กล่าวถึงการออกแถลงการณ์ของไทยฉบับที่สองว่า การดำเนินการเราไม่ได้เป็นการตอบโต้พม่า แต่เป็นการชี้แจงถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เนื้อหาในถ้อยแถลงการณ์ดังกล่าวก็ไม่ต่างไปจากที่ผู้นำอาเซียนได้พูดคุยกันในการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ผ่านมาในไทย ซึ่งไม่ได้มีอะไรแปลกหรือมีอะไรใหม่ แต่ระหว่างการประชุมมีหลายประเทศชื่นชมไทยในฐานะประธานอาเซียนว่ามีความกล้าหาญที่ได้ออกแถลงการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนจะหารือกันอย่างไม่เป็นทางการที่กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา คาดว่าจะมีโอกาสพูดคุยกันหลายเรื่องรวมถึงเรื่องพม่าด้วย
"ขณะนี้มีความหวาดหวั่นกันทำนองว่าถ้ามีการตั้งข้อหากับซูจีถึงขั้นติดคุกคงจะลำบาก พม่าจะบอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ส่งผลกระทบกับความมั่นคงในภูมิภาค แต่ที่เห็นกันอยู่ว่าตราบใดที่พม่ายังไม่มั่นคง ก็จะมีการพัฒนาไม่ได้ ปัญหาผู้อพยพ และปัญหาข้ามแดนอื่นๆ ก็ไม่ได้รับการแก้ไขความปรองดองในพม่าจึงเป็นเรื่องความมั่นคงของทั้งพม่า ไทย และภูมิภาคโดยรวม"นายกษิตกล่าว และว่า เรื่องของนางอองซาน ซู จีไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการพัฒนาเศรษฐกิจพม่าของไทย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อเรียกร้องของกลุ่มสมาชิกรัฐสภาอาเซียน เพื่อสนับสนุนประชาธิปไตยในพม่าที่เรียกร้องให้ขับพม่าพ้นสมาชิกอาเซียน หรือใช้การคว่ำบาตรพม่า นายกษิต กล่าวว่า การคว่ำบาตรพม่าไม่ใช่ทางออก และผู้ได้รับผลกระทบคือประชาชนพม่า ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ในความยากลำบากอยู่แล้ว เราไม่ต้องการจะซ้ำเติมประชาชนพม่าด้วยวิธีการเช่นนี้อีก ไทยจะพยายามอย่างเต็มที่ที่จะช่วยให้พม่าเดินหน้าตามแผนปรองดองในชาติ เพื่อส่งเสริมให้มีการพัฒนาทั้งในด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ส่วนการขับพม่าออกจากสมาชิกอาเซียนยิ่งจะทำให้พม่าหันหลังให้โลกมากขึ้น แต่การที่พม่ายังคงเป็นสมาชิกอาเซียนต่อไปจะช่วยให้พม่ามีโอกาสได้เปิดตัวเองออกสู่โลกภายนอก และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับประชาคมระหว่างประเทศอื่นๆ อย่างไรก็ดีลำพังเพียงอาเซียนไม่สามารถที่จะสนับสนุนให้พม่าสามารถบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาประเทศได้ จึงเป็นความรับผิดชอบของประเทศอื่นๆที่จะช่วยกันสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในพม่า
"สิ่งที่อาเซียนทำอยู่ไม่ใช่การปกป้องรัฐบาลพม่า แต่เป็นการสนับสนุนให้พม่าเป็นสมาชิกที่รับผิดชอบต่ออาเซียน และประชาคมระหว่างประเทศ แต่หากการมีปฏิสัมพันธ์กับพม่าอย่างสร้างสรรค์ก็ถูกมองว่าเป็นการปกป้องพม่า เรื่องนี้อาจเป็นเพราะมุมมองที่ต่างกัน ซึ่งก็ไม่ถือเป็นปัญหาเพราะเราย่อมต้องเคารพความเห็นของผู้อื่น อย่างไรก็ดียังเชื่อว่าการมีปฏิสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์ และการพูดจากับพม่าอย่างตรงไปตรงมาจะช่วยให้เกิดพัฒนาการในทางบวกขึ้น แม้ว่ากระบวนการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในพม่าจะไม่เร็วอย่างที่หลายฝ่ายคาดหวัง เพราะการเปลี่ยนแปลงไม่อาจเกิดในชั่วข้ามคืน แต่เชื่อว่ายังเป็นการก้าวไปข้างหน้าอยู่ " นายกษิตกล่าว



