ข่าว

'พระบรมฯ'ทรงแนะพัฒนาการเมือง

'พระบรมฯ'ทรงแนะพัฒนาการเมือง

12 พ.ย. 2555

"พระบรมฯ" ทรงแนะพัฒนาการเมืองการปกครองให้ก้าวหน้า สร้างส่วนดี แก้ส่วนบกพร่อง อย่าปล่อยปัญหาลุกลาม ศาลรธน.ไม่ปิดทางพร้อมเร่งสอบคุณสมบัติ "มาร์ค" หลังกห.มีคำสั่งถอดยศ มท.1 ชงครม.ตั้ง 18 พ่อเมือง 4 ผู้ตรวจฯ

                เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายยน 2555 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานประกาศนียบัตรชั้นสูง แก่ผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง ระดับสูง รุ่นที่ 1, 2 และ 3 ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต
    
                ในการนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชทานพระราโชวาทแก่ผู้สำเร็จการศึกษาครั้งนี้ ความว่า "ข้าพเจ้ามีความยินดี ที่ได้มอบประกาศนียบัตรชั้นสูงแก่ผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง รุ่นที่ 1 รุ่นที่ 2  และ รุ่นที่ 3 ในวันนี้ ขอแสดงความชื่นชมกับทุกๆ ท่าน ที่ได้รับเกียรติและความสำเร็จ
    
                ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งเช่นท่านทั้งหลาย ย่อมเป็นที่คาดหวังของสังคมว่าแต่ละคนจะเป็นคนสำคัญ ซึ่งจะร่วมกันพัฒนาการเมืองและการปกครองในระบบประชาธิปไตยของประเทศ ให้มั่นคงก้าวหน้า ท่านทั้งหลายย่อมทราบกันดีอยู่ว่า การเมืองการปกครองในบ้านเมืองเรา มีความเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด บางอย่างก็เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี บางอย่างก็เปลี่ยนแปลงไปในทางที่เสื่อม ทุกท่านจึงชอบที่จะพิจารณาให้เห็นชัดว่า ส่วนใดดี ส่วนใดบกพร่อง แล้วเร่งสร้างเสริมส่วนดีให้ยิ่งดี ยิ่งมั่นคงขึ้น พร้อมทั้งปรับปรุงแก้ไขส่วนที่บกพร่อง อย่าปล่อยให้ลุกลามใหญ่โต จนกลายเป็นอุปสรรค ขัดขวางความเจริญก้าวหน้าของการเมืองการปกครองได้ ถ้าทุกคนทุกฝ่ายพร้อมเพรียงกัน ปฏิบัติส่งเสริมและแก้ไขดังที่กล่าว การเมือง การปกครองของไทย ก็จะก้าวหน้าไปอย่างมั่นคงแข็งแกร่ง และยังประโยชน์ที่พึงประสงค์ คือความวัฒนาผาสุก ให้เกิดแก่ประชาชนและประเทศชาติได้ สมดังที่มุ่งหมายทุกประการ
    
                ขออวยพรให้ผู้สำเร็จการศึกษาทุกคน และทุกท่านที่มาร่วมในพิธีนี้ มีความสุขสวัสดีพร้อมทั้งเจริญก้าวหน้าในชีวิตและหน้าที่การงานจงทั่วกัน"


ศาลรธน.ไม่ปิดทางพร้อมเร่งสอบ

                รายงานข่าวจากศาลรัฐธรรมนูญเปิดเผยกรณีที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยจะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้พิจารณาว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สิ้นสุดสมาชิกภาพความเป็น ส.ส.หรือไม่ จากการที่กระทรวงกลาโหมมีคำสั่งถอดยศและปลดออกจากราชการ ว่า การที่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับพิจารณาได้หรือไม่ ต้องดูว่ายื่นมาในช่องทางใด ถูกต้องหรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะยื่นมาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 ที่ระบุให้ ส.ส.เข้าชื่อ 1 ใน 10 เพื่อขอให้วินิจฉัย หรืออาจจะยื่นผ่านช่องทางอื่น เช่น กกต. แต่อาจจะทำให้เรื่องขึ้นสู่ศาล ล่าช้ากว่าที่ต้องการ
    
                สำหรับกรณีที่นายประชา ประสพดี รมช.มหาดไทย ระบุว่า จะให้ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนฉุกเฉินนั้น ตามระเบียบวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีการไต่สวนฉุกเฉินในลักษณะเดียวกับศาลปกครอง แต่การพิจารณาจะทันก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่นั้น ก็ต้องขึ้นกับศาลว่าจะพิจารณาอย่างไร จะเร่งให้หรือไม่ แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูว่า คำร้องที่ยื่นมานั้นมีน้ำหนักพอที่จะให้เร่งพิจารณาหรือไม่ โดยต้องดูจากเหตุผลและความสำคัญ ซึ่งทั้งหมดต้องขึ้นกับดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ

                ขณะที่แหล่งข่าวจากศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาศาลรัฐธรรมนูญไม่มีธรรมเนียมปฏิบัติในการไต่สวนฉุกเฉิน เพราะศาลรัฐธรรมนูญจะไม่นำวิธีการไต่สวนแบบคดีแพ่งมาใช้ ที่ไม่ให้อีกฝ่ายได้ชี้แจง และตัดสินคดีภายในวันเดียว เราไม่มีวิธีนั้น แต่ถ้าจะทำจริงๆ กฎหมายก็เปิดช่องไว้ ทั้งนี้ เบื้องต้นหากมีเรื่องร้องเรียนเข้ามา ก็ต้องผ่านขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ในชั้นของสำนักงาน ก่อนที่จะส่งเรื่องมายังตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา ซึ่งหลังจากนั้นตุลาการก็จะมาพิจารณาตามคำร้องและสถานการณ์ว่า จำเป็นหรือไม่ หากเห็นว่าจำเป็นก็อาจจะลัดคิวคดีอื่น เพื่อเร่งรัดในการพิจารณาให้ทันเวลาได้

มท.1ชงครม.ตั้ง18พ่อเมือง4ผู้ตรวจฯ

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย เตรียมเสนอบัญชีรายชื่อแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด 18 ตำแหน่ง และผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย 4 ตำแหน่ง ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายนนี้ ล่าสุดบัญชีรายชื่อที่คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้งในพื้นที่ต่างๆ ล้วนเป็นบุคคลที่ได้รับการผลักดันสนับสนุนจากมุ้งการเมืองของพรรคเพื่อไทยเป็นส่วนใหญ่ และนักการเมืองเจ้าของพื้นที่ อาทิ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ จะดูแลพื้นที่ภาคเหนือ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช พื้นที่ภาคอีสาน นอกจากนี้จังหวัดที่เป็นของพรรคร่วมรัฐบาล อย่างนายบรรหาร ศิลปอาชา หรือนายฐานิสร์ เทียนทอง ก็ส่งรายชื่อผู้ที่ได้รับการสนับสนุนมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้กว่า 2 เดือน ที่ผ่านมาแล้ว

                สำหรับรายชื่อผู้ว่าฯ 18 จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้ง ไล่เรียงเป็นรายภาค พื้นที่ภาคอีสาน 6 จังหวัด ได้แก่ 1.นายสุวิทย์ สุบงกฎ รองผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ เป็น ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ 2.นายนพวัชร สิงห์ศักดา รองผู้ว่าฯ อุดรธานี เป็นผู้ว่าฯ บึงกาฬ 3.นายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต เป็น ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ 4.นายธนวัฒน์ พลอยโสภณ รองผู้ว่าฯ ขอนแก่น เป็นผู้ว่าฯ อำนาจเจริญ 5.นายธงชัย ลืออดุลย์ รองผู้ว่าฯ มุกดาหาร เป็นผู้ว่าฯ มุกดาหาร 6.นายภัครธรณ์ เทียนไชย รองผู้ว่าฯ ชลบุรี เป็นผู้ว่าฯ สระแก้ว

                ส่วนพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและล่างมี 6 จังหวัด ได้แก่ 7.นายชูชาติ กีฬาแปง รองผู้ว่าฯ เชียงใหม่ เป็นผู้ว่าฯ พะเยา 8.นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ รองผู้ว่าฯ สมุทรสาคร เป็นผู้ว่าฯ แพร่ 9.นายชุมพร แสงมณี รองผู้ว่าฯ ลำพูน เป็นผู้ว่าฯ น่าน 10.นายพินิจ หาญพาณิชย์ รองผู้ว่าฯ เชียงราย เป็นผู้ว่าฯ ลำพูน 11.นายสกลสฤษฎ์ บุญประดิษฐ์ รองผู้ว่าฯ นครราชสีมา เป็นผู้ว่าฯ อุตรดิตถ์ 12.นายสุรพล แสวงศักดิ์ รองผู้ว่าฯ ราชบุรี เป็นผู้ว่าฯ สุโขทัย

                ขณะที่พื้นที่ภาคกลางและใต้มี 6 จังหวัด คือ 13.นายมณเฑียร ทองนิตย์ รองอธิบดีกรมที่ดิน เป็นผู้ว่าฯ สิงห์บุรี 14.นายสุภัทร์ ศรีสุนทรพินิต รองผู้ว่าฯ สุพรรณ เป็นผู้ว่าฯ สุพรรณบุรี 15.นายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นผู้ว่าฯ เพชรบุรี 16.นายวิทยา พานิชพงศ์ รองผู้ว่าฯ ปัตตานี เป็นผู้ว่าฯ ระนอง 17.นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี และ18.นายเหนือชาย จิระอภิรักษ์ รองผู้ว่าฯ ชุมพร เป็นผู้ว่าฯ สตูล

                สำหรับตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย 4 ตำแหน่ง ผู้ที่คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้ง คือ 1.ว่าที่ ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต รองอธิบดี ปภ. 2.นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ รองอธิบดี พช. (รกน.ที่ปรึกษาฯ) 3.นายพงศธร สัจจชลพันธ์ รองผู้ว่าฯ กาญจนบุรี และ 4.นายศุภชัย เหลืองแสงทอง รองผู้ว่าฯ พังงา