ข่าว

นายกฯปูเนื้อหอมแต่จะให้ใครหอม?

นายกฯปูเนื้อหอมแต่จะให้ใครหอม?

12 พ.ย. 2555

นายกฯปูเนื้อหอมแต่จะให้ใครหอม? : หน้าต่างอาเซียนโดยทนง ขันทอง

               เดือนพฤศจิกายนนี้จะมีความคึกคักเป็นพิเศษอย่างไม่ค่อยจะได้เห็นมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศบ้านเรา นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร กำลังเป็นที่หมายปองจากบรรดาผู้นำระดับโลกต่างๆ เพราะว่าประเทศไทยกำลังผงาดเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของซีกโลกเอเชีย-แปซิฟิก

              ในวันที่ 12-15 พฤศจิกายนนี้ นายกฯ ปู จะเดินทางไปเยือนอังกฤษอย่างเป็นทางการ เพื่อเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พร้อมทั้งประกาศการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ล่องเรือชมแม่น้ำเทมส์ และเยี่ยมชมบรรยายสรุปการจัดการรถไฟฟ้า จากนั้น วันที่ 16 พฤศจิกายน ประธานาธิบดีอูกันดา จะเยือนไทยเป็นครั้งแรก แต่ที่จะใหญ่โตอลังการจริงๆ ก็คือในวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ที่ นายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งเพิ่งจะชนะการเลือกตั้งสมัยที่สองสดๆ ร้อนๆ จะเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ตามมาติดๆ คือระหว่างวันที่ 20-22 พฤศจิกายน นายเวิน เจียเป่า นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน จะเยือนไทยเพื่อหารือด้านการค้าและการลงทุน

              บอกได้คำเดียวว่าสถานการณ์โลกไม่ปกติและน่ากังวลใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่ามหาอำนาจโลกขั้วทุนนิยมเสรีนำโดยสหรัฐอเมริกาและขั้วประเทศเกิดใหม่นำโดยจีนกำลังจะเผชิญหน้ากันอย่างตึงเครียดมากขึ้นเป็นลำดับทั้งในตะวันออกกลางและในเอเชียบ้านเรา นายโอบามาได้ประกาศท้าชกจีนอย่างไม่อ้อมค้อมอีกแล้ว โดยกล่าวในช่วงดีเบตเรื่องนโยบายการต่างประเทศกับนายมิตต์ รอมนีย์ว่า จีนเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สหรัฐอเมริกาเปลี่ยนยุทธศาสตร์นโยบายความมั่นคงด้วยการย้ายกองกำลังทหารมาทางภูมิภาคนี้ และรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางทหารกับพันธมิตรเดิม เพื่อแสดงให้จีนรู้ว่า สหรัฐเป็นมหาอำนาจในแปซิฟิกที่แท้จริง (Pacific power)

              ส่วนทางจีนยังไม่ได้มีการตอบโต้สหรัฐอเมริกาแต่ประการใด เพราะว่ากำลังอยู่ในช่วงการถ่ายโอนอำนาจจากนายหู จิ่นเทา สู่ผู้นำรุ่นที่ 5 ภายใต้การนำของ นายสี จิ้นผิง ขณะนี้ที่กรุงปักกิ่งกำลังมีการประชุมสมัชชาแห่งชาติของพรรคคอมมิวนิสต์จีนเพื่อคัดเลือกผู้นำจีน โดยเริ่มประชุมตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน และคงจะเสร็จสิ้นในระหว่างวันที่ 14-15 พฤศจิกายน ถ้าไม่มีอะไรพลิกล็อก นายสีจะขึ้นมาครองอำนาจต่อไปอีก 10 ปี อย่างแน่นอน โดยที่ก้นนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดี และเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ยังไม่ทันร้อนก็จะต้องเผชิญกับสงครามเย็น-สงครามร้อนกับสหรัฐอเมริกาอย่างไม่ต้องตั้งหลักอะไรกัน เพราะสหรัฐอเมริกาซึ่งกำลังเสื่อมถอยจากความเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ มีหนี้สินล้นพ้นและค่าเงินดอลลาร์กำลังหมดความน่าเชื่อถือจากการดำเนินนโยบายพิมพ์เงินของธนาคารกลางจะปล่อยให้จีนผงาดไม่ได้

              ทางโออีซีดี (OECD) เพิ่งจะออกรายงานวันศุกร์ที่แล้วว่าในปี 2030 เศรษฐกิจจีนและอินเดียจะมีขนาดใหญ่กว่าเศรษฐกิจของสหรัฐ ยุโรปและญี่ปุ่นรวมกัน เงินหยวนจะต้องเป็นเงินสกุลหลักของโลกแทนเงินดอลลาร์อย่างแน่นอน ช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมาจีนได้ทำการซื้อขายน้ำมันจากรัสเซีย โดยจ่ายเป็นเงินหยวนแทนที่จะเป็นเงินดอลลาร์ รัสเซียซื้อของจากจีนก็จะจ่ายเป็นเงินรูเบิล ถือว่าเป็นการทำลายโครงสร้างระบบการเงินเปโตรดอลลาร์ (petro-dollar system) ซึ่งสหรัฐสร้างขึ้นมาในปี 1972 โดยได้รับความร่วมมือจากซาอุดีอาระเบียและกลุ่มประเทศโอเปก เพื่อให้เงินดอลลาร์เป็นเงินสกุลหลักของโลกที่แท้จริงเพราะการซื้อขายน้ำมันต้องใช้เงินดอลลาร์อย่างเดียว

              จึงนำมาถึงซึ่งนโยบายในการปิดล้อมจีนในภูมิภาคนี้ นายลีออน เพนเนตต้า รมว.กลาโหมสหรัฐ จะมาเยือนไทยวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ เพื่อถกความเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ ก่อนที่จะเข้าร่วมประชุมความมั่นคงระดับภูมิภาค แน่นอนสหรัฐกำลังซาวเสียงพันธมิตรเดิมในภูมิภาคไม่ให้แตกแถว ส่วนนายโอบามา ก็มีกำหนดไปเยือนพม่าและเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียตะวันออก (East Asia Summit) ที่กรุงพนมเปญอีกด้วย แน่นอนเป็นอย่างยิ่งที่สหรัฐต้องการได้ทั้งไทยและพม่าเป็นพันธมิตรในการปิดล้อมจีน เพราะจะเป็นฐานในการปิดล้อมยูนานทางตอนใต้ของจีน โอบามาคงต้องหว่านล้อมไทยต่างๆ นานา มีขนมหวานมาแจกเพื่อให้นายกฯ ปู และผู้นำทางทหารไทยตกลงใจร่วมเป็นพันธมิตรด้วย

              จีนอ่านเกมออกทะลุปรุโปร่ง ถึงได้ส่งนายเวินมาเยือนเมืองไทยอีกครั้ง ปีที่แล้วนายสีได้มาเยือนไทยอย่างเป็นทางการแล้วในฐานะรองประธานาธิบดี ภาพภายนอกจะพูดถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสองประเทศ จะถกเรื่องการค้าการลงทุน แต่ในเชิงลับคงจะต้องส่งสัญญาณอย่างตรงไปตรงมากับนายกฯ ปู ว่าจะเอาอย่างไรกันแน่กับความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน เพราะถ้าไทยไม่ดำเนินนโยบายเป็นกลาง หรือไม่สนับสนุนจีน ก็จะถือว่าเป็นปฏิปักษ์กับจีน

              แล้วระหว่าง นายโอบามา กับนายเวิน นายกฯ ปู เนื้อหอมของเราจะให้ใครหอม เพราะกำลังเข้าข่ายรักพี่เสียดายน้อง เรื่อง "woman touch" ต้องใช้ให้ถูกต้อง เพราะถ้าให้ดูลึกๆ การเยือนอังกฤษของปู ช่วงก่อนที่จะพบกับนายโอบามา ก็สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าปูมีใจเอนเอียงให้นายโอบามา หรือพันธมิตรซีกโลกทุนนิยมเสรีมากว่าทางจีน เพราะว่าอังกฤษกับสหรัฐ เป็นตังเมที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้

              การประกาศการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับอังกฤษ โดยนายกฯ ปู ในการไปเยือนลอนดอนอาทิตย์นี้ตอกย้ำว่า นายกฯ ปูได้ให้น้ำหนักทางมหาอำนาจตะวันตกมากกว่ามหาอำนาจตะวันออก

              ใครๆ ก็อยากหอมแก้มนายกฯ ปู แต่ท้ายที่สุดต้องระวังอย่าให้ประเทศไทยชอกช้ำ