ข่าว

กลุ่มอิทธิพล

กลุ่มอิทธิพล

12 พ.ย. 2555

กลุ่มอิทธิพล : วิถียุติธรรม โดยชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ

              ไม่เต็มใจจะใช้คำว่ากลุ่มมาเฟีย เพราะตั้งใจจะเขียนถึงเรื่องที่ใหญ่กว่าตัวคน คือจะพูดถึงผลกระทบที่เกิดกับชาวบ้านในยุคนี้ที่ดูราวกับว่าเกิดกลุ่มคนจำพวกนี้มากขึ้นในสังคม โดยเฉพาะที่มักจะเอารัดเอาเปรียบชาวบ้าน ข่มขู่กรรโชก ตั้งแก๊งเป็นเจ้าหนี้นอกระบบ หรือมากไปกว่านั้นและมีมาเป็นเวลานานแล้วคือการเป็นกลุ่มมือปืนรับจ้าง รวมทั้งการทำตัวเป็นกลุ่มรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้ที่มีกิจกรรมนอกกฎหมายในรูปแบบต่างๆ ที่คุ้นหูกันก็คือแชร์ลูกโซ่และคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งลักษณะของพฤติกรรมทำนองนี้ในสังคมไทยจะมีอยู่ทั่วไป โดยคนเหล่านี้อาจทำเพียงคนเดียว หรืออยู่กันเป็นกลุ่มเป็นคณะใหญ่บ้างเล็กบ้าง
    
              กลุ่มเหล่านี้อาศัยกระแสโลกาภิวัตน์ของความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีไปในทางลบ ส่งผลกระทบต่อความสงบสุขของสังคม ก่อความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านและส่งผลต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้บริสุทธิ์ในสังคมเป็นอย่างมาก เกิดปัญหาในการป้องกันและแก้ไขผลร้ายที่อาจลุกลามไปมากขึ้น
    
              หลายครั้งที่ปัญหาเหล่านี้แก้ไขไม่ได้อย่างทันท่วงที เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจะต้องได้รับผลร้ายแรงทั้งในชีวิตร่างกายและทรัพย์สิน และหลายครั้งการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นก็ไม่อาจทำได้ สร้างความไม่เชื่อมั่นในความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายและความเป็นธรรมในสังคม ส่งผลให้สังคมขาดความศรัทธาและขาดการเคารพกฎหมาย
    
              การป้องกันผลร้ายอันเกิดจากกลุ่มอิทธิพลเหล่านี้ ต้องมุ่งไปที่ต้นตอของปัญหาคือการป้องกันไม่ให้เกิดการรวมตัวกันของกลุ่มอิทธิพลเหล่านี้ แต่ไหนแต่ไรมา เรามักจะมองกันว่าเป็นเพราะชาวบ้านไม่มีความรู้จึงตกเป็นเหยื่อคนพวกนี้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วส่วนใหญ่พบว่าเป็นเพราะมีการสร้างสถานการณ์กดดันในหลายๆ รูปแบบให้ผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายไม่มีทางเลือกหรือมีทางเลือกน้อยที่สุด จึงจำเป็นต้องเข้าสู่เส้นทางที่คนพวกนี้วางไว้
    
              การสื่อสารให้ชาวบ้านกลุ่มต่างๆ ทราบพฤติกรรมรูปแบบต่างๆ ของกลุ่มอิทธิพลจึงเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นวิธีการสื่อสารที่หลากหลายเพื่อให้เข้าถึงชาวบ้านจึงเป็นประเด็นสำคัญ เมื่อมีประสบการณ์เช่นนี้แล้ว โดยธรรมชาติมักจะมีวิธีการบอกต่อกันเพื่อเป็นการเตือนภัยกันล่วงหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ รวมทั้งอาจจะพ่วงไปถึงการชี้เบาะแสเพื่อป้องกันปฏิบัติการของกลุ่มอิทธิพลไม่ให้ลุกลามไปได้
    
              นอกจากนี้หากจะให้กฎหมายได้เข้ามามีบทบาทในการนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษก็เห็นสมควรให้มีการระดมการทำงานของทั้งฝ่ายปกครองและฝ่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีบทบาทในเรื่องนี้ให้มากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะนอกจากมีหน้าที่โดยตรงและคลุกคลีอยู่กับการใช้ชีวิตประจำวันของชาวบ้านมากกว่าตำรวจที่ช่วงนี้มีหน้าที่เพิ่มขึ้นมากมายแล้ว ทั้งท้องที่และท้องถิ่นควรเข้ามามีความรับผิดชอบเป็นหน้าที่เพื่อเป็นมาตรการในการตรวจสอบการทำงานพร้อมกันไปในตัว
    
              การพัฒนาชุมชนที่เน้นการมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อตนเองและชุมชน ซึ่งโดยหลักการแล้วจะเป็นพื้นฐานที่ดีของการต่อต้านกลุ่มอิทธิพลในสังคม เพราะการพัฒนาที่อยู่บนพื้นฐานของการพัฒนาตนเองแทนที่จะเป็นการรอคอยความช่วยเหลือจากภาครัฐแต่เพียงอย่างเดียว โดยทางอ้อมจะสร้างความพอเพียงให้กับการดำเนินชีวิต อันจะเป็นการยึดเหนี่ยวมิให้ตกเป็นเหยื่อกลุ่มอิทธิพลเพราะความโลภได้อีกทางหนึ่ง แต่ความเป็นรูปธรรมในเรื่องนี้ยังคงต้องใช้เวลาในการพัฒนารูปแบบ
    
              วิถียุติธรรมที่ต้องต่อสู้กับกลุ่มอิทธิพลที่นับวันจะเพิ่มทั้งปริมาณและรูปแบบยังต้องพัฒนาอีกมาก แต่จุดเริ่มต้นคงต้องเริ่มที่แต่ละคนเกิดความตระหนักในความสำคัญของเรื่องนี้เป็นสิ่งแรก เพราะเท่าที่เป็นอยู่เสมือนกับการยอมจำนนและคิดว่าตัวบทกฎหมายจะจัดการเรื่องนี้ได้ ความเป็นจริงแล้วกฎหมายอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อสู้กับกลุ่มอิทธิพลได้ และความตระหนักที่เห็นเป็นรูปธรรมก็คือการรวมกันเป็นเครือข่ายเพื่อแฉพฤติกรรมของคนเหล่านี้

             งานนี้คนเดียวสู้ไม่ได้ ต้องเป็นกระแสสังคมเท่านั้น