
ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ : เลียบค่ายโดยชัยกร ใบเงิน
ไม่รู้เป็นเกมการเมืองหรือเปล่า
แต่ที่แน่ๆ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ได้มีคำสั่งให้ถอดยศ ร.ต.และริบคืนเบี้ยหวัดจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าฝ่ายค้าน ช่วงที่รับราชการทหารเรียบร้อยแล้ว
เป็นความผิดในขั้นตอนเข้ารับราชการทหารตามที่คณะกรรมการมีมติ
รวดเร็ว ฉับไว ใช้เวลาไม่นานหลังจากกระทรวงกลาโหมมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาเรื่องดังกล่าว
เรียกว่าชิงลงมือกันก่อนเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจและก็เป็นไปตามคาดเพราะ พล.อ.อ.สุกำพล เป็นหนึ่งในรัฐมนตรีที่จะถูกล็อกเป้าอภิปราย ความไม่ชอบมาพากลในช่วงที่เป็น รมว.คมนาคม ด้วย
เมื่อฝ่ายค้านมองว่านี่คือเกมการเมือง เพราะรัฐบาลพยายามทำลายความน่าเชื่อถือ พยายามลดดีกรีศึกอภิปราย แต่ดูเหมือนว่า ยิ่งเล่นเกมกันมากเท่าไร ปมปัญหาก็ยิ่งแน่นขึ้นกลายเป็นวัวพันหลัก ท่ามกลางการนัดชุมนุมของกลุ่มเสธ.อ้ายและมวลชนเพื่อขับไล่รัฐบาล
ทำให้อุณหภูมิทางการเมืองเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ
รัฐบาลถูกตั้งคำถามว่า แล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี และเป็นผู้หลบหนีคดี เข้าข่ายต้องถอดยศ แต่เหตุใดจึงไม่มีการปฏิบัติ
ทั้งๆ ที่กฤษฎีกาชี้ว่า ต้องถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ เช่นกัน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นต้นเรื่องยังไม่มีการปฏิบัติใดๆ เพิกเฉยต่อระเบียบ กฎหมาย หมิ่นเหม่ต่อข้อหา ละเว้นฯ เป็นอย่างยิ่ง
ในสถานการณ์ทางการเมืองแบบนี้ มาตรฐานทางกฎหมายเป็นเรื่องสำคัญ
นอกจากการบังคับใช้กฎหมายแล้ว หน่วยงานที่รับผิดชอบในการติดตามตัวอดีตนายกฯ ก็ยังไม่ได้ทำหน้าที่อย่างชัดเจน ยังคงเพิกเฉย ทั้งๆ ที่การเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่เปิดเผยและรับรู้ของสาธารณชนก็ตาม
ถึงแม้วันนี้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวของอดีตนายกฯ ยังคงครองอำนาจอยู่ก็ตาม แต่ในวันข้างหน้าเมื่อรัฐบาลเปลี่ยนมือ ข้าราชการประจำที่กระทำการซึ่งอาจเข้าข่ายหรือหมิ่นเหม่ต่อข้อหาเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่นั่นแหละที่จะต้องรับโทษแทนนักการเมือง
พึงระวังไว้คดีความอีกมากที่ยังค้างคาอยู่ในศาลและ ป.ป.ช.



