
คิดถึงฉันไหม!?เวลาที่เธอ...
คิดถึงฉันไหม เวลาที่เธอ ... : โดย...พันโชค ธัญญเจริญ
เมื่อมีแค่เส้นบางๆ คั่นระหว่าง "อัจฉริยะ" กับ "คนบ้า" ก็ย่อมมีเส้นบางๆ คั่นระหว่าง "แฟนพันธุ์แท้" กับ "คนผ่านมา" เพราะแฟนพันธุ์แท้ย่อมจะรักและลุ่มหลง พร้อมทุ่มเทวิญญาณ ส่วนคนผ่านมา ก็แค่เชยชมและผ่านไป
คนเราทุกคนล้วนเดินไปบนจุดหมายเดียวกัน แต่ใช้เส้นทางต่างกัน ไม่สำคัญว่าจะต้องเป็นมหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ วีรสตรีผู้เกรียงไกร ขอแค่ได้เป็นใครสักคนที่ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ ได้เป็นในสิ่งที่อยากเป็น โดยไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค และเตรียมพร้อมนับหนึ่งได้เสมอ เพราะอะไรย่อมเกิดขึ้นได้ตราบที่เรายังไม่ถอดใจ
แต่ทั้งแฟนพันธุ์แท้ คนผ่านมา จุดหมาย เส้นทาง อยู่บนเวลาที่ล่วงเลย ก็อาจกลายเป็นความเฉยชา เหมือนไม่เคยอยากได้มันมาก่อน เวลามีคุณค่าในตัวของมันเอง...และมันไม่เคยคอยใคร เพราะเมื่อมันได้ผ่านพ้น ฉับพลันเวลาเหล่านั้นก็จะกลายเป็นอดีตทันที
...คุณเคยคิดถึงใครที่เป็นอดีต หรือเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเขา ซึ่งครั้งหนึ่งเราทั้งหมดเคยใช้เส้นทางไปจุดหมายเดียวกันไหม...
โรบิน ฟาน เพอร์ซี
ชัดเจนและเป็นจริงที่สุดสำหรับ อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมอาร์เซนอล ที่เสแสร้งแกล้งพูดว่าการมาของ ลูคัส โพโดลสกี กองหน้าริมเส้นฝั่งซ้าย และ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ กองหน้าตัวยิง จะสามารถทดแทนการจากไปของคนเพียงคนเดียวได้ แต่ท้ายที่สุดกุนซือชาวฝรั่งเศส ก็ออกปากเองว่าคิดถึง "เดอะ โรบิน" เป็นที่สุด เพราะกองหน้า เลือดดัตช์ ผู้นี้ ยิงใน พรีเมียร์ลีก 2 ฤดูกาลก่อนหน้านี้ 56 ประตู จาก 73 เกม ขณะที่โพโดลสกี กับ ชิรูด์ ยิงรวมกันแค่ 3 ประตู จาก 15 ประตูของอาร์เซนอล ใน 10 เกมแรกของพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2012-2013 แม้ในรายของ "โพลดี" กองหน้า "อินทรีเหล็ก" จะยิง 2 จ่าย 2 คิดเหมารวมเป็น 4 ประตูให้ "ปืนโต" ทว่าเทียบไม่ได้เลยกับที่ โรบิน ฟาน เพอร์ซี ยิง 8 จ่าย 3 ให้แมนฯ ยูไนเต็ด ต้นสังกัดใหม่ และหนึ่งในนั้นมีประตูที่ยิงกลางใจ "เดอะ กันเนอร์ส" เสียด้วย
โมดริช-ฟาน เดอร์ ฟาร์ท
ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ได้รับเสียงโห่จากแฟนตัวเองบ่อยครั้งในฤดูกาลแข่งขันใหม่ แม้แต่ เจอร์เมน เดโฟ ทหารเอกของ "ไก่เดือยทอง" ก็ไม่วายเว้น เมื่อเกม พรีเมียร์ลีก ล่าสุด ได้จับบอล 11 ครั้ง ใน 60 นาที ต่อมาในเกมสโมสรยุโรป ถ้วย ยูโรปาลีก ได้โอกาสยิง 5 ครั้ง แต่ไม่เป็นประตู ซึ่งแน่นอนว่าไม่ต้องพูดถึง อังเดร บียาส โบอาส ผู้จัดการทีมคนใหม่ ว่าเขาจะเจอกับสิ่งเหล่านี้หรือไม่ จนกระทั่งเขาหลุดปากว่า หากสเปอร์ส ยังมีผู้เล่นในระดับเดียวกับ ลูกา โมดริช กับ ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท อยู่ทั้ง 2 คน หรืออย่างน้อยคนใดคนหนึ่ง การเข้ามาแทนของ มุสซา เดมเบเล และ กิลฟี ซิกูร์ดส์สัน แม้ทั้งคู่เป็นผู้เล่นเกมรุก แต่เป็นแบบฉบับพะบู๊ ไม่ใช่นักคิด หรือแม้แต่ คลินท์ เดมพ์ซีย์ ที่ป่านนี้ทั้งสเปอร์ส และ กองหน้าอเมริกัน น่าจะเข้าใจตรงกันแล้วว่า ทางเลือกที่ถูกเดมพ์ซีย์ ควรไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล มากกว่า เพราะ "หงส์แดง" ต้องการกองหน้า ส่วนสเปอร์ส ต้องการกองกลางสร้างสรรค์เกม
ดิดิเยร์ ดร็อกบา
เมื่อ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ไม่อยู่ เฟอร์นันโด ตอร์เรส ต้องแบกรับภาระกองหน้าตัวหลักให้ เชลซี อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และหากดูจากจำนวน 26 ประตู ซึ่ง "สิงโตน้ำเงินคราม" ยิงได้ใน 10 เกมแรก มากที่สุดใน 20 ทีมพรีเมียร์ลีก คงดูเหมือน "เอลนินโญ" จะทำได้ แต่เปล่าเลย ตอร์เรส ยิงได้เพียง 4 ประตู และไม่เคยจ่ายให้ใครยิง โดย กองหน้าสแปนิช ได้เอ่ยคิดถึง สตีเวน เจอร์ราร์ด กองกลางกัปตันทีมลิเวอร์พูล ว่าเป็นคนที่รู้ใจเขามากที่สุด ในเวลาเดียวกับที่ โรแบร์โต ดิ มัตเตโอ ผู้จัดการทีม ให้ทางเลือกมา 2 ทาง ว่าทางแรก เมื่อเปิดตลาดซื้อขายผู้เล่นรอบ 2 หลังขึ้นปีใหม่ ซื้อกองหน้าเพิ่มเพื่อแบ่งเบาภาระ และช่วยเปิดช่วยป้อนตอร์เรส หรืออีกหนึ่งทาง ขายตอร์เรส แม้จะไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่ใจความไม่ผิดไปจากนี้
เบลลามี-เคาท์-มักซี
จะบอกว่า เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล คนใหม่ ตัดสินใจผิดทั้งหมดก็ไม่ได้ เมื่อตัดสินใจปล่อย เครก เบลลามี, เดียร์ก เคาท์ และ มักซี โรดริเกซ 3 ทางเลือกในแนวรุก ออกจากถิ่น แอนฟิลด์ เนื่องจากเป็นเพราะ กุนซือไอริช ผู้นี้ "หงส์แดง" ถึงได้ ราฮีม สเตอร์ลิง, เปาโล ซูโซ และ อังเดร วิสดอม ขึ้นมาจากชุดเยาวชน แม้แต่ จอนโจ เชลวีย์ จะยังไม่นิ่งแต่ก็ถือว่าโดดเด่นกว่าเมื่อฤดูกาลแข่งขันก่อน ทว่าความเก๋าของผู้เล่นที่หายไป ทำให้ช่องทางและความเฉียบคมในจังหวะทำประตูหายไปด้วย เพราะหากเคาท์ ยังอยู่ หลุยส์ ซัวเรซ จะภาระน้อยลงกว่านี้มาก หาก "เบลเลอร์ส" ยังอยู่ การใช้แผน 4-4-2 สลับกับ 4-2-3-1 หรือใช้แผนหมุนเวียนกองหน้าระหว่างฟุตบอลลีกกับถ้วย จะเบาใจลง หรือหากมักซี ยังอยู่ ฟุตบอลของลิเวอร์พูล อาจไม่เร็วจนล้นเหมือนหลายจังหวะที่เป็น
--------------------
(ท่องยุทธจักร ลูกหนังโลก : เหมาะสม : โดย...จิตติ)



