ข่าว

'สุกำพล'ซัด'มาร์ค'เลี่ยงตอบปมหนีทหาร

'สุกำพล'ซัด'มาร์ค'เลี่ยงตอบปมหนีทหาร

11 พ.ย. 2555

'สุกำพล' ฉุน 'ปชป.' ปูด 3 ข้อพิรุธ ยัน ไม่ใช่หนังสือ กห. ฝากถาม 'มาร์ค' ที่ผ่านมาเคยตอบคำถามเรื่องหนีทหาร - การขอผ่อนผัน - ใช้หลักฐานเท็จหรือไม่

                    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 55  พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงขั้นตอนการดำเนินการ ภายหลังลงนามเห็นชอบและอนุมัติตามข้อเสนอของคณะกรรมการรวบรวมข้อมูล เพื่อดำเนินการถอนยศ และเรียกเบี้ยหวัดคืนจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากใช้เอกสารไม่ถูกต้องสมัครเข้ารับราชการทหาร ว่า ขณะนี้กระทรวงกลาโหม ได้ดำเนินการส่งผลสรุปการตรวจสอบกรณีดังกล่าวไปยังสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว สำหรับการดำเนินการในส่วนของกระทรวงกลาโหมนั้น ตนได้อนุมัติให้ดำเนินการตามข้อเสนอของคณะกรรมการฯ ซึ่งมีทั้งหมด 6 ขั้นตอน ในระหว่างนี้หากนายอภิสิทธิ์ต้องการชี้แจงก็สามารถส่งเรื่องมาให้ตนพิจารณาได้ แต่คิดว่านายอภิสิทธิ์คงไม่ต้องการชี้แจงต่อกระทรวงกลาโหมแล้ว เพราะนายอภิสิทธิ์จะไปฟ้องศาลปกครอง ซึ่งก็ต้องว่ากันไป ถ้านายอภิสิทธิ์ยื่นฟ้องศาลปกครองกระบวนการดำเนินการของกระทรวงกลาโหมจะสะดุดหรือไม่นั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับศาลว่าจะมีคำสั่งอย่างไร

                    เมื่อถามถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตว่า มีการเร่งรีบออกหนังสือคำสั่งกระทรวงกลาโหม จนมีข้อบกพร่อง 3 แห่งนั้น พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ข้อบกพร่องที่พรรคประชาธิปัตย์นำมาเสนอนั้น ตนก็ไม่รู้ว่าหนังสือดังกล่าวมาจากไหน หลุดออกไปได้อย่างไรและหลุดออกไปในขั้นตอนไหน เพราะไม่ใช่หนังสือฉบับจริงของกระทรวงกลาโหม เนื่องจากหนังสือฉบับจริงจะต้องมีประทับตรารับรองสำเนาถูกต้องและลงนามโดยกรมเสมียนตรา ส่วนที่มีการระบุว่าพิมพ์คำว่า "ผิดหลง" ผิดนั้น ตนยืนยันว่าไม่ได้เป็นคำที่พิมพ์ผิด เพราะภาษาทางกฎหมายไม่ได้ใช้คำว่า "หลงผิด" เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องน้ำๆ ไม่ใช่สาระสำคัญ พรรคประชาธิปัตย์ไม่รู้เรื่อง และหาว่าเรากลั่นแกล้ง ตนยืนยันว่าไม่ได้กลั่นแกล้ง และฝากถามนายอภิสิทธิ์ว่าหนีทหารจริงหรือไม่ มีหลักฐานการขอผ่อนผันหรือไม่ และใช้หลักฐานเท็จหรือไม่ ที่ผ่านมานายอภิสิทธิ์เคยตอบคำถามเหล่านี้หรือไม่

                    ทั้งนี้ขั้นตอนการดำเนินการภายหลังจากที่รมว.กลาโหม ลงนามเห็นชอบและอนุมัติตามข้อเสนอของคณะกรรมการรวบรวมข้อมูล เพื่อดำเนินการถอนยศและเรียกเบี้ยหวัดคืนจากนายอภิสิทธิ์ มี 6 ขั้นตอน ได้แก่ 1. เมื่อพบว่ามีการกระทำผิดวินัย โดยนำเอกสารเท็จไปแสดงคณะกรรมการ เพื่อขึ้นเป็นทหารกองประจำการ เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 31 นั้น จะต้องดำเนินการลงโทษทางวินัย เพราะถือว่า ณ เวลานั้น นายอภิสิทธิ์ เป็น ว่าที่ ร.ต. เมื่อทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ ตั้งแต่ภาคทัณฑ์ กักขัง จำขัง แต่ขณะนี้นายอภิสิทธิ์ ได้ลาออกไปแล้ว จึงดำเนินการไม่ได้ แต่ยังมีการลงโทษ คือ การปลด การถอดยศ และให้ออกจากราชการ ทางคณะกรรมการฯ จึงพิจารณาให้ถอดยศ และให้ออกจากราชการ โดยมีผลตั้งแต่ 2 มิ.ย. 31

                    2. เมื่อพบความผิดทางวินัยแล้ว ขั้นตอนต่อไปต้องพิจารณาเพิกถอนการบรรจุนายอภิสิทธิ์เข้ารับราชการเป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตร เนื่องจากไม่ได้รับการผ่อนผันและขาดเอกสารใบสำคัญทางทหารที่ถูกต้องตามกฎหมาย 3. เมื่อเพิกถอนการเป็นข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตรแล้ว การได้รับยศ ว่าที่ ร.ต. ก็ต้องถูกเพิกถอนไปด้วย 4. เมื่อมีการพิจารณายกเลิกการขึ้นทะเบียนเป็นทหารกองประจำการ หมายความว่านายอภิสิทธิ์จะไม่ได้รับราชการทหารตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ 5. เมื่อถูกยกเลิกเพิกถอนการแต่งตั้งยศ และการขึ้นทะเบียนกองประจำการของนายอภิสิทธิ์แล้ว ต้องตรวจสอบว่าระหว่างนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง โดยจะต้องเรียกคืนสิทธิประโยชน์ต่างๆ ซึ่งทางกองทัพบกเป็นหน่วยงานต้นสังกัดจะเป็นผู้ดำเนินการ และ 6. ต้องพิจารณาว่าที่ผ่านมามีคดีอาญาเกี่ยวข้องหรือไม่ โดยเป็นหน้าที่ของกรมพระธรรมนูญไปศึกษาคดีความต่างๆ ว่าหมดอายุความจริงหรือไม่และอย่างไร