ข่าว

เจบีซี'ไทย-พม่า'รุดหน้า!

เจบีซี'ไทย-พม่า'รุดหน้า!

12 พ.ย. 2555

ที่นี่บัวแก้ว : เจบีซี ไทย-พม่ารุดหน้า สางปัญหาเขตแดน สู่เปิดด่านรับท่าเรือทวาย : โดย...นันทิดา พวงทอง

                    7 ปีที่การประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วม (เจบีซี) ไทย-พม่า เว้นว่างไป นับตั้งแต่เสร็จสิ้นการประชุมเจบีซี ไทย-พม่า ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2548 เนื่องจากที่ผ่านมา การเมืองในพม่ายังไม่มีเสถียรภาพ ประกอบกับมีปัญหาสู้รบบริเวณชายแดนของชนกลุ่มน้อยในฝั่งพม่า นอกเหนือจากเกิดปัญหาพิพาทตามแนวชายแดนไทย-พม่าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังไม่สามารถคลี่คลายความขัดแย้งลงได้

                    ไม่ว่าจะเป็นปัญหาชายตลิ่งพัง ที่แม่น้ำสาย-แม่น้ำรวกที่กั้นพรมแดนไทย-พม่า อันเป็นผลจากการสร้างเขื่อนกั้นน้ำบริเวณชายตลิ่งที่ทิศทางไหลของน้ำเปลี่ยนไปจากการที่น้ำเซาะตลิ่งพังทลายทั้งสองฝั่งแม่น้ำไทย-พม่า จนภูมิศาสตร์ที่แนวแบ่งชายแดนเปลี่ยนแปลงไปด้วย หรือปัญหาการจับกุม 90 คนไทยที่บุกรุกพื้นที่ป่าปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมัน ที่บ้านในกรัง ตำบล จ.ป.ร. อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง ซึ่งบริเวณดังกล่าว เป็นพื้นที่พิพาทที่ยังไม่สามารถยืนยันความชัดเจนได้ สิ่งเหล่านี้ ล้วนบั่นทอนความสัมพันธ์ไทย-พม่า และสะสมความตึงเครียดบริเวณชายแดนสองประเทศ

                    เมื่อการเมืองภายในพม่าเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และรัฐบาลพม่าเริ่มเปิดประเทศ ทั้งยังเห็นความสำคัญของการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน พม่าจึงหวนคืนสู่การเจรจา และฟื้นการประชุมเจบีซี ไทย-พม่า ขึ้นมาอีกครั้ง ล่าสุดได้จัดประชุมเจบีซี ไทย-พม่า ครั้งที่ 7 เมื่อวันที่ 7-8 พฤศจิกายน 2555 ที่กรุงเนปิดอว์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า โดยนายวศิน ธีรเวชญาณ ที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะกรรมการเขตแดนร่วม (Joint Boundary Committee - JBC) ไทย-พม่า นำคณะฝ่ายไทย ซึ่งประกอบด้วย กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ กรมแผนที่ทหาร กระทรวงมหาดไทย สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กรมอุทกศาสตร์ กรมการปกครอง และกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน โดยมีนายซิน ญอ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศพม่า เป็นประธานฝ่ายพม่า

                    สำหรับพื้นที่ชายแดนไทย-พม่า มีระยะทางติดต่อกัน 2,401 กม. ที่ผ่านมา การเจรจาเพื่อจัดทำหลักเขตสามารถทำได้เพียง 180 หลักเท่านั้น เมื่อเทียบสัดส่วนนับว่าน้อยมาก ซึ่งการดำเนินปักปันเขตแดนทำได้ยาก ก็ด้วยหลักเขตเดิมบางจุดสูญหาย บางจุดหลักเขตถูกเคลื่อนย้าย และสภาพภูมิประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ต้องมีการสำรวจพื้นที่และกำหนดหลักเขตกันใหม่

                    การที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีนโยบายเปิดตลาดการค้าตามแนวชายแดนระหว่างกัน ทำให้การเจรจาปักปันเขตแดนเป็นภารกิจสำคัญ ที่ต้องทำให้มีความรุดหน้า เพื่อรองรับการเปิดตลาดการค้าตามแนวชายแดนที่จะเป็นเส้นทางเชื่อมโยงเศรษฐกิจ

                    นายวศิน ได้เปิดเผยถึงผลความคืบหน้าการประชุมเจบีซี ไทย-พม่า ครั้งที่ 7 ว่ามีความคืบหน้าและตกลงกันได้ในหลายเรื่อง โดยการเจรจาในเรื่องการซ่อมแซมหลักอ้างอิงเขตแดนบริเวณแม่น้ำสาย-แม่น้ำรวก ในเขตอำเภอเชียงแสน และอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย รวมทั้งการหารือแนวทางและหลักการในการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำที่เป็นเขตแดนระหว่างประเทศ ก็มีข้อสรุปได้ว่า จะให้มีการซ่อมแซมหลักเขตอ้างอิงที่แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก ในเขตพื้นที่ดังกล่าวที่ได้รับความเสียหาย และมีบางส่วนสูญหายไปบ้าง โดยเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 ฝ่ายจะลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบ และซ่อมแซมหลักเขตภายใน 6 เดือน

                    ขณะที่ความเป็นไปได้ ในการยกระดับจุดผ่อนปรนการค้าด่านที่สิงขร จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตามที่ประชาชนได้เรียกร้องให้เปิดด่านในจุดดังกล่าว โดยที่ประชุมเจบีซี ไทย-พม่า ได้ตกลงกันว่า 2 ฝ่ายจะแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ชุดสำรวจและเก็บรายละเอียดภูมิศาสตร์ โดยหลังจากที่มีการตกลงให้มีการเปิดด่านที่สิงขรได้แล้ว จะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบเส้นเขตแดน เพื่อเตรียมไว้สำหรับเปิดด่านที่สิงขรในอนาคต

                    ส่วนจุดผ่านแดนบ้านน้ำพุร้อน จ.กาญจนบุรี กับช่องทางทีกิ ที่เตรียมยกระดับจุดผ่านแดนดังกล่าวให้เป็นจุดผ่านแดนถาวรและเพื่อรองรับโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายในฝั่งพม่า โดยที่ประชุมได้รับรองเจ้าหน้าที่ชุดสำรวจและเก็บรายละเอียดในจุดนี้ด้วยเช่นกัน และยังตกลงกันว่า ในระยะ 25 เมตรจากเส้นเขตแดนไทย-พม่า จะไม่ก่อสร้างสิ่งก่อสร้างใดๆ ในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งรวมถึงห้ามก่อสร้างใดๆ ตามแนวพรมแดนไทย-พม่า โดยทั้ง 2 ฝ่ายต้องละเว้นกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและภูมิศาสตร์ เช่น สันปันน้ำ ร่องน้ำ ที่ประกอบเป็นเส้นเขตแดน

                    นอกจากนี้ ยังได้ตกลงกันว่า จะไม่ให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในบริเวณชายแดนดำเนินกิจกรรมใดๆ ล่วงล้ำไปในพื้นที่เขตแดนอีกฝ่ายหนึ่ง หรือก่อความเสียหายให้แก่ลำน้ำบริเวณชายแดนไทย-พม่า ทั้งนี้ หากมีปัญหาเกิดขึ้นบริเวณชายแดน หรือเกี่ยวข้องกับเส้นเขตแดน จะใช้กลไกเจบีซี ไทย-พม่า ช่วยคลี่คลายปัญหา ผ่านทางช่องทางทางการทูต เพื่อแจ้งให้อีกฝ่ายได้ทราบสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หรือหากมีความจำเป็นก็ให้เจบีซียกหูคุยกันโดยตรง เพื่อแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที อย่างไรก็ตาม การประชุมเจบีซี ไทย-พม่า ครั้งที่ 8 จะมีขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ที่พม่า


---------------------

(ที่นี่บัวแก้ว : เจบีซี ไทย-พม่ารุดหน้า สางปัญหาเขตแดน สู่เปิดด่านรับท่าเรือทวาย : โดย...นันทิดา พวงทอง)