
กระสุนปริศนาคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์
กระสุนปริศนาคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ : คลี่ปมปริศนา csi thailand โดยทีมข่าวรายงานพิเศษ
อีกไม่กี่วันนับจากนี้ก็จะเข้าสู่เทศกาลลอยกระทง งานประเพณีรื่นเริงที่สืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่งดงามบนผืนแผ่นดินไทย จนเป็นที่สนใจของชาวต่างชาติ
ความสวยงามทางวัฒนธรรมประเพณีเก่าแก่นี้ กำลังเสื่อมคลายมนต์เสน่ห์ลง จากการกระทำของคนเพียงไม่กี่คนที่ขาดสติยั้งคิด คึกคะนองชักปืนออกมายิงขึ้นฟ้า อ้างร่วมเฉลิมฉลองงานประเพณี
เทศกาลปีใหม่ และเทศกาลลอยกระทง เป็นห้วงเวลาหนึ่งที่คนไร้สติประเภทนี้นิยมนำปืนออกมายิงขึ้นฟ้าอย่างบ้าคลั่ง ทั้งที่การกระทำดังกล่าวเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ที่ผ่านมามีผู้บริสุทธิ์หลายรายต้องรับเคราะห์ ถูกกระสุนลูกหลงหล่นใส่ร่างกายจนเสียชีวิต
คลี่ปมปริศนาซีเอสไอไทยแลนด์ฉบับนี้ หยิบยกมหันตภัยจากการ "ยิงปืนขึ้นฟ้า" มานำเสนอ เพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนสติ เพราะไม่อยากให้เกิดเหตุร้ายขึ้นในช่วงเทศกาลงานประเพณีที่สวยงาม
ย้อนหลังไปเมื่อกลางดึกวันที่ 1 ต่อเนื่องวันที่ 2 ของเดือนมกราคม 2554 ผู้คนส่วนใหญ่กำลังสนุกสนานรื่นเริงอยู่กับการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
เช่นเดียวกับที่หมู่บ้านเล็กๆ หมู่ 4 ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี เสียงอึกทึกครึกโครมจากเครื่องขยายเสียงดังออกมาจากหลายๆ บ้านที่จัดงานรื่นเริงกันอย่างสนุกสนาน สลับกับเสียงดัง ปัง! ปัง! ที่แยกไม่ออกว่าเกิดจากการจุดพลุ หรือการยิงปืนขึ้นฟ้า ดังขึ้นเป็นระยะๆ
ขณะนั้น "น้องมายด์" เด็กหญิงวัย 8 ขวบ กำลังนอนหลับพักผ่อนตามประสาวัยเด็ก อยู่ภายในห้องนอนบ้านเลขที่ 274/7 โดยมีนายสายัญ และนางล้อม หนูเทศ ยายและตานอนอยู่ข้างๆ ระหว่างนั้นมีกระสุนปืนปริศนา พุ่งทะลุหลังคาบ้านซึ่งมุงด้วยสังกะสี ตกลงมาใส่ร่างของหนูน้อยเข้าบริเวณรักแร้ซ้าย ก่อนจะพุ่งตัดขั้วหัวใจของหนูน้อย ทำให้เสียชีวิตทันที
หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.อานุภาพ ศรีนวล ผกก.สภ.เมืองราชบุรี (ตำแหน่งในขณะนั้น) ประสานตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่ากระสุนที่ตกใส่หนูน้อยผู้เคราะห์ร้ายรายนี้เป็นขนาด 11 มิลลิเมตร ซึ่งพบรูกระสุนอยู่บริเวณหลังคาบ้านมุงสังกะสี ตำรวจพิสูจน์หลักฐานภายใต้การกำกับดูแลของ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผบช.สพฐ. (ตำแหน่งในขณะนั้น) ได้ตรวจสอบร่องรอยกระสุนดังกล่าวอย่างละเอียด พบว่าทำมุมกับหน้าบ้านราว 70 องศา จากการคำนวณตามหลักฟิสิกส์ ระบุได้ว่า กระสุนดังกล่าวถูกยิงออกมาจากอาวุธปืนในละแวกไม่เกิน 2 กิโลเมตรจากบ้านผู้ตาย
ตำรวจสันนิษฐานว่า กระสุนดังกล่าว น่าจะเป็นกระสุนที่ถูกยิงออกจากปืนที่เจ้าของมีเจตนายิงเพื่อฉลองเทศกาลปีใหม่ ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองราชบุรี จึงกระจายกำลังออกหาข่าวในละแวกใกล้เคียง โดยมุ่งประเด็นไปที่บ้านพักทุกหลังที่มีการจัดงานรื่นเริงฉลองปีใหม่ในคืนวันเกิดเหตุ และจากการคำนวณวิถีกระสุนผนวกกับข้อมูลที่ได้จากการลงพื้นที่พบว่า จุดที่เจ้าของปืนมรณะลั่นไกเฉลิมฉลอง กระสุนพิฆาตทะยานขึ้นฟ้าแล้วหล่นทะลวงร่างน้องมายด์จนเสียชีวิตนั้น น่าจะเป็นบ้านเลขที่ 19 หมู่ 5 ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี ซึ่งห่างจากบ้านพักของน้องมายด์ 1.8 กิโลเมตร
บ้านหลังนี้เป็นของ นายธนเดช ศิรเมธีพร อายุ 34 ปี ต่อมาเขาได้เข้ามอบตัวต่อตำรวจ พร้อมกับนำอาวุธปืนขนาด 11 มม. ที่ครอบครองอยู่มาส่งมอบให้ตำรวจ และยอมรับสารภาพว่า คืนวันเกิดเหตุได้ยิงปืนขึ้นฟ้า 7 นัด เพื่อเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
"คืนนั้นผมอยู่บ้านคนเดียว ได้ยินเสียงปืนที่เพื่อนบ้านยิงขึ้นฟ้าฉลองปีใหม่ดังหลายนัด จึงคว้าปืนขนาด 11 มม.ที่พกติดตัวมายิงขึ้นฟ้าไป 7 นัด โดยหันปากกระบอกปืนไปกลางทุ่ง เพราะทิศทางนั้นไม่มีบ้านผู้คนในระยะใกล้ จะมีบ้านผู้คนอีกทีก็น่าจะกินระยะทางไปกว่า 1 กิโลเมตรเศษแล้ว หลังลั่นกระสุนเสร็จได้กลับเข้าบ้านพัก กระทั่งเช้าของอีกวันทราบข่าวเด็กถูกกระสุนปืนขนาด 11 มม.เสียชีวิตจึงนำปืนมามอบให้ตำรวจเพื่อตรวจสอบและพร้อมรับผิด" นายธนเดช สารภาพกับตำรวจ
ปืนขนาด 11 มม. ซึ่งนายธนเดชนำมามอบให้แก่ตำรวจ ถูกส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานประจำศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 7 (ศพฐ.7)ดำเนินการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่นำไปทดลองยิงเพื่อตรวจดูร่องรอยเกลียวกระสุน พบว่า หัวกระสุนที่ยิงออกจากปืนกระบอกดังกล่าวตรงกันกับหัวกระสุนที่พบในร่างของน้องมายด์อย่างพอเหมาะพอเจาะ หมายความว่า ปืนกระบอกนี้คือทูตมรณะที่คร่าชีวิตของหนูน้อยวัย 8 ขวบ ตำรวจจึงแจ้งข้อหาดำเนินคดีนายธนเดช ในข้อหายิงปืนในเมือง หมู่บ้าน หรือชุมชน และกระทำการโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย พร้อมทั้งเสนอให้นายทะเบียนเพิกถอนใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนของผู้ต้องหารายนี้ด้วย
"น้องมายด์" ไม่ใช่ผู้เคราะห์ร้ายรายแรกและรายเดียวที่ต้องเสียชีวิตจากกระสุนปืนปริศนาที่ตกลงมาจากฟากฟ้า น.ส.ทัศนีย์ จตุรานนท์ อายุ 70 ปี เป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง ที่ต้องจบชีวิตเพราะกระสุนปืนปริศนาเหล่านี้
ใกล้รุ่งสางของวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 ขณะ น.ส.ทัศนีย์ นั่งรอรถโดยสารประจำทางอยู่ที่ศาลาพักผู้โดยสารปากซอยวัดเทียนดัด ริมถนนเพชรเกษม พื้นที่หมู่ 6 ต.ท่าข้าม อ.สามพราน จ.นครปฐม ท้องที่รับผิดชอบของ สภ.โพธิ์แก้ว จู่ๆ ก็มีกระสุนปืนปริศนาพุ่งเข้าเจาะบริเวณลำคอจนล้มฟุบ ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ช่วยนำร่างที่ยังคงหายใจรวยรินส่งโรงพยาบาล แต่เธอทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตก่อนถึงมือหมอ จากการชันสูตรศพพบว่ามีหัวกระสุนขนาด 11 มม. ฝังอยู่ในลำคอ ลักษณะบาดแผลกระสุนเป็นแนวตรง
พ.ต.อ.ภาสกร กลั่นหวาน ผกก.สภ.โพธิ์แก้ว (ตำแหน่งในขณะนั้น) ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ประจำ ศพฐ.7 เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยได้จำลองเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ มีการนำหญิงสาว ที่มีส่วนสูงใกล้เคียงผู้ตายมาจำลองหาวิถีกระสุน จากการคำนวณส่วนสูงขณะนั่งของผู้ตายกับแนวบาดแผลที่ตรวจพบเป็นแนวระนาบเดียวกัน กระสุนปืนที่พุ่งเข้าเจาะลำคอ น.ส.ทัศนีย์ น่าจะมาจากทางทิศใต้ห่างจากจุดเกิดเหตุออกไปประมาณ 600 เมตร จุดดังกล่าวน่าจะอยู่บริเวณปากซอยทางเข้าวัดอ้อมใหญ่
ข้อมูลดังกล่าวถูกส่งต่อให้แก่ตำรวจฝ่ายสืบสวนของ สภ.โพธิ์แก้ว สืบสวนทราบว่าวันเกิดเหตุ บริเวณปากซอยทางเข้าวัดอ้อมใหญ่เกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นใช้อาวุธปืนไล่ยิงกัน ซึ่งเป็นห้วงเวลาเดียวกันกับที่ น.ส.ทัศนีย์ ถูกกระสุนปืนปริศนาพุ่งเจาะลำคอจนเสียชีวิต
จากการขยายผลทราบว่า มือปืนที่ลั่นกระสุนในวันนั้นคือ นายจุลเชฐ จันทร์ทอง หรือ "แย็ก อ้อมใหญ่" วัยรุ่นขาใหญ่ในย่านดังกล่าว โดยมีนายยุทธ (นามสมมุติ) น้องชายวัย 17 ปี ร่วมก่อเหตุด้วย ตำรวจจึงติดตามจับกุมทั้งสอง ซึ่งยอมรับสารภาพว่า ในวันเกิดเหตุมีเรื่องทะเลาะกับคู่อริจึงชักปืนขนาด 11 มม. ซึ่งพกติดตัวเป็นประจำออกมาไล่ยิง ไม่คิดว่ากระสุนจะไปโดน น.ส.ทัศนีย์ ซึ่งอยู่ห่างกันกว่าครึ่งกิโลเมตรจนเสียชีวิต
นายจุลเชฐ และน้องชายถูกจับกุมดำเนินคดี เขาได้รับการประกันตัวออกมาต่อสู้คดี ก่อนจะถูกคู่อริตามดักยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 7 เมษายน ปีเดียวกัน ปิดฉากขาใหญ่ เจ้าของฉายา "แย็ก อ้อมใหญ่" มาตั้งแต่บัดนั้น
เรื่องราวที่เกิดขึ้น หวังเป็นอุทาหรณ์เตือนใจผู้ที่มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง แม้ว่าจะยิงปืนขึ้นฟ้า หรืออยู่ในจุดที่ห่างไกลผู้คน..คุณอาจเป็น "ฆาตกร" โดยไม่รู้ตัว !!
...................
(หมายเหตุ : กระสุนปริศนาคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ : คลี่ปมปริศนา csi thailand โดยทีมข่าวรายงานพิเศษ)



