ข่าว

   'ปชป.'ตั้งข้อสังเกต3พิรุธคำสั่งถอนยศ'มาร์ค'

'ปชป.'ตั้งข้อสังเกต3พิรุธคำสั่งถอนยศ'มาร์ค'

10 พ.ย. 2555

โฆษกปชป. แถลงต้องข้อสังเกต 3 พิรุธ คำสั่งถอดยศ "อภิสิทธิ์" เชื่อสร้างเรื่องหวังดิสเครดิตญัตติซักฟอกรัฐบาล ปชป.โหมโรงศึกอภิปราย โวมีข้อมูลชัดแจ้งพอเชือดรัฐมนตรีได้ ปลุกใจยกกรณี “มาร์ค” โดนแกล้งฮึดสู้

          วันที่ 10 พ.ย.55  ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวถึงกรณีที่พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงนามเห็นชอบในมติของคณะคณะกรรมการรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการถอดยศและเรียกเบี้ยหวัดคืนจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า เป็นเพียงความต้องการของฝ่ายการเมืองในการกลั่นแกล้งเพื่อกำจัดนายอภิสิทธิ์ ออกจากการเมือง และทำให้ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นโมฆะ ทั้งนี้ในเอกสารดังกล่าวพบพิรุธที่น่าสงสัย 3 ประการ คือ 1.ตามกฎหมายการตั้งคณะกรรมการสอบสวนในเรื่องต่างๆ จะต้องมีการแจ้งให้ผู้ที่ถูกสอบสวนรับทราบก่อน แต่ในกรณีนี้นายอภิสิทธิ์ ไม่เคยรับทราบ และไม่มีโอกาสชี้แจง และนั่นเป็นเพราะคณะกรรมการเร่งสรุปผลเพื่อให้เสร็จทันการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
 
          2.หนังสือคำสั่งปลดนายอภิสิทธิ์ ออกจากการเป็นทหารของกระทรวงกลาโหม มีความเร่งรีบจนทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการจัดพิมพ์ ถึง 3 ส่วน คือ 1.พิมพ์คำว่า "หลงผิด" เป็น "ผิดหลง"  2.ตำแหน่งรมว.กลาโหม ก็พิมพ์เป็น ไรัฐมนตรีว่าการทรวงกลาโหม" และ 3.มีความจงใจเขียนความผิดของนายอภิสิทธิ์ล้อตามรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่านายอภิสิทธิ์มีการกระทำที่ไม่สุจริตเพื่อประโยชน์แห่งตน เป็นการทุจริตประพฤติมิชอบในวงราชการ ซึ่งสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 102 (6) ที่เขียนถึงคุณสมบัติต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
 
          “การพิมพ์ตกหล่นเช่นนี้แสดงว่ามีความเร่งรีบเกินเหตุ ไม่มีการตรวจสอบเอกสารการทำงาน และจะเชื่อได้อย่างไรว่า ผลการตรวจสอบทำด้วยความถูกต้อง คำสั่งปลิดชีวิตทางการเมืองของคนๆ หนึ่งจะใช้ความเร่งรีบไม่รอบคอบได้อย่างไร จึงสงสัยว่า มีคนบงการอยู่เบื้องหลังหรือไม่ แต่เช่นนั้นจากเอกสารคำสั่งปลดนายอภิสิทธิ์ ออกจากทหาร มีนัยยะที่รับรองว่า นายอภิสิทธิ์ รับราชการทหารอย่างถูกต้อง เพราะมีการอ้างถึงเหตุการณ์ที่นายอภิสิทธิ์ ติดยศหลังจากรับราชการมา 1ปี ส่วนเอกสารเท็จที่มีการอ้างถึงก็ไม่ถือว่าเป็นความผิดของนายอภิสิทธิ์ เพราะการออกเอกสาร เป็นหน้าที่ของสัสดี และนายอภิสิทธิ์ ก็ไม่สามารถทราบได้ว่า เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารเท็จหรือไม่ จึงไม่สามารถชี้ได้ว่านายอภิสิทธิ์ มีความผิด” นายชวนนท์ กล่าว
ยันชื่อ “อภิสิทธิ์”แคนดิเดตนายกฯ แนบท้ายญัตติไม่เปลี่ยนแปลง
 
          นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า 3.เรื่องนี้มีการเตรียมกันล่วงหน้า โดยสังเกตได้จากการที่ทีมโฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาพูดเมื่อวันที่ 5 พ.ย. ถึงความสง่างามของนายอภิสิทธิ์ ในการที่จะยื่นชื่อแนบท้ายญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีปัญหาเรื่องการใช้เอกสารเท็จในการเกณฑ์ทหาร แต่พรรคประชาธิปัตย์ขอยืนยันว่า จะเสนอชื่อ นายอภิสิทธิ์ แนบท้าย ไม่มีเปลี่ยนแปลง จนกว่าจะครบวาระ และจะใช้สิทธิอย่างเต็มที่ในการปกป้องสิทธิของตัวเอง ตอนนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คงตัวสั่นไปหมด เพราะกลัวการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงต้องใช้วิชามาร ทุกวิถีทางในการสกัดไม่ให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นี่ถือเป็นการใช้อำนาจรัฐ ลุแก่อำนาจ ไล่กลั่นแกล้งทางการเมือง ถือเป็นยุคโจรครองเมือง ซึ่งพรรคมั่นใจว่า แผนการล้มญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจจะไม่ประสบความสำเร็จ เพราะหากมีคนไปร้องเกี่ยวกับคุณสมบัติของนายอภิสิทธิ์ ต่อศาลรัฐธรรมนูญ พรรคประชาธิปัตย์ ก็จะร้องต่อศาลปกครองเช่นกัน และในประเด็นของศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องรอการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อน ซึ่งคงจะเกินเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้ว และตามกฎหมายระบุชัดว่า หากศาลวินิจฉัยให้บุคคลใดหมดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็จะไม่มีผลย้อนหลัง ทำให้การกระทำก่อนหน้านี้ของบุคคลนั้นเป็นโมฆะป้องไม่เกี่ยวปมจริยธรรม ย้อนเกล็ดอ้างความเห็นกฤษฎีกาปลดยศ “ทักษิณ”
 
          ส่วนกรณีที่มีการเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ แสดงสปิริตทางการเมือง ด้วยการลาออก เพราะขัดต่อจริยธรรมนั้น นายชวนนท์ กล่าวว่า ขอยืนยันว่า นายอภิสิทธิ์ ไม่ได้กระทำผิดทั้งจริยธรรม และข้อกฎหมาย คนที่ทำผิดด้านจริยธรรมเองคือ พล.อ.อ.สุกำพล ที่ใช้อำนาจในการกลั่นแกล้งผู้อื่น ดังนั้นคนต่อไปที่จะถูกถอดยศ คือ พล.อ.อ.สุกำพล เองที่ต้องรับผิดในบั้นปลายชีวิต นอกจากนี้การนำกรณีนี้มาเทียบเคียงกับคดีที่ดินรัชดา ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นั้น ไม่ทราบว่า ใช้อะไรคิด เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ในสมัยเป็นนายกรัฐมนตรี ทราบดีว่าตัวเองกระทำผิดอาญา แต่นายอภิสิทธิ์ไม่ได้ทำผิดในขณะดำรงตำแหน่งทางการเมือง และรู้ไม่เท่าถึงการ ในการใช้เอกสาร ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลควรดำเนินการคือ ทำตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาในการปลดยศ พ.ต.ท. ของนายทักษิณ และคนที่ต้องโดนถอดยศต่อไปคือ พล.อ.อ.สุกำพลเอง

               
ปชป.โหมโรงศึกอภิปราย โวมีข้อมูลชัดแจ้งพอเชือดรัฐมนตรีได้         
          โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรายบุคคล 3 คน รวมทั้งหมด 4 คนว่า จะเห็นได้ว่าการเตรียมการของพรรคประชาธิปัตย์ในการอภิปรายครั้งนี้ค่อนข้างที่จะเป็นความลับ และยากที่จะคาดการณ์ว่าจะมีรายละเอียดเช่นใดบ้าง ทั้งนี้เป็นเพราะพรรคประชาธิปัตย์ต้องการเก็บข้อมูลไว้เพื่อเปิดโปงในวันอภิปรายเป็นการเฉพาะ โดยเป็นการแสดงข้อมูลให้เห็นถึงความล้มเหลวในการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาล การบกพร่องในการบริหารรวมไปถึงการปล่อยให้มีการทุจริตคอร์รัปชั่น ดังนั้นการอภิปรายดังกล่าวนี้จะสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนที่จะได้รู้ว่าข้อเท็จจริงที่รัฐบาลพยายามปกปิดมาตลอดนั้นเป็นอย่างไร
 
          นายชวนนท์ กล่าวยืนยันว่า การอภิปรายครั้งนี้จะจำกัดเฉพาะเรื่องที่มีหลักฐานที่ชัดเจนและอยู่ในกรอบที่แคบ เพื่อให้การอภิปรายมีคุณภาพ เป็นประโยชน์กับประชาชนจริงๆ และผลจากการอภิปรายจะนำไปสู่การตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อย่างไรก็ตามตนขอฝากไปถึงรัฐบาลว่าอย่าคิดใช้วิชามารที่จะสกัดกั้นไม่ให้ฝ่ายค้านทำงานเหมือนอย่างกรณีการดำเนินการถอดยศที่ไม่เป็นธรรมกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อีก เพราะวิธีการเช่นนี้ไม่ได้ทำให้พรรคหวั่นไหว กลับกันที่จะทำให้ฝ่ายค้านทำงานหนักขึ้น เนื่องด้วยการกลั่นแกล้งนายอภิสิทธิ์เป็นการแสดงให้เห็นว่าขนาดผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร์ ยังถูกกระทำขนาดนี้ แล้วประชาชนธรรมดาที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของรัฐบาล
 
          นอกจากนี้นายชวนนท์ ยังกล่าวไปถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้เตรียมพร้อมรับมือในการตอบคำถามระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจให้ดี และอย่าคิดจะให้ผู้อื่นเป็นผู้ตอบคำถามแทน เพราะบางกรณีในฐานะที่เป็นผู้นำรัฐบาล ไม่สามารถให้ใครตอบคำถามเองได้ เช่นเดียวกับรัฐมนตรีทั้ง 3 คน ที่ควรจะใช้เวลากว่า 10 วันนับจากนี้ตระเตรียมข้อมูลให้ดี ขณะที่บรรดาสมาชิกพรรคเพื่อไทยก็ไม่ควรทำตัวเป็นลิ่วล้อพยายามทำตัวเป็นองค์รักษ์ใคร ควรนั่งสงบปากสงบคำเพื่อรับฟังความจริงจะดีกว่า

               
ล็อคเป้าอภิปรายนายกฯ ยันตอบแทนปึ้ง-บุญทรงได้
          ส่วนกรณีที่ไม่มีการยื่นญัตติอภิปรายนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ในเรื่องนโยบายการจำนำข้าว นายชวนนท์ กล่าวว่า นโยบายจำนำข้าวเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล ดังนั้นนายกฯ ทราบดีถึงการดำเนินการตามนโนบาย และต้องรับผิดชอบ หากมีการทุจริต ซึ่งการถามตรงไปที่นายกฯ จะได้คำตอบที่ครบถ้วนกว่า ส่วนที่มองว่าฝ่ายค้านหวังแกล้งนายกฯ ให้เป็นผู้ชี้แจงทั้งที่นายบุญทรง น่าจะชี้แจงได้ดีกว่านั้น ตนคิดว่า ถ้านายกฯ อยากทราบข้อมูลก็สามารถขอนายบุญทรงได้ แต่ในการอภิปรายหากฝ่ายค้านสอบถามในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์ โดยตรงเช่น ตัวเลข รายละเอียดต่างๆ นายบุญทรง ก็สามารถลุกขึ้นตอบแทนได้
 
          ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านไม่อภิปราย นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศนั้น นายชวนนท์ กล่าวว่า นายกฯ สามารถตอบในภาพรวมในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศได้เช่นกัน และหากจะมีการพูดถึงประเด็นที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีความเห็นว่ากระทรวงการต่างประเทศ กระทำผิดระเบียบกระทรวง ในการออกหนังสือเดินทางให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ฝ่ายค้านก็สามารถถามนายกฯ ได้ เพราความเห็นดังกล่าวระบุชัดว่า ให้แจ้งความเห็นนั้นไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อแก้ไขต่อไป แต่ที่ผ่านมาน.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่มีการแก้ไขอะไรเลย


"ปชป." โยนรัฐบาลรับผิดชอบม็อบเสธ.อ้าย
          นายชวนนท์ กล่าวกรณีที่พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร แกนนำเตรียมทหารรุ่น 5 นำนายทหารเตรียมทหารรุ่น 5 และเตรียมทหารรุ่น 10 มาแถลงต้านการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม ว่า หากมีเหตุการณ์ปะทะกัน รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบ ในฐานะที่ต้องรักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ทั้งนี้ที่ผ่านมารัฐบาลมีทางเลือกในการแก้ปัญหาหลายประการ เช่น การรับข้อเสนอจากฝ่ายต่างๆ มาแก้ปัญหา แต่รัฐบาลกลับมีพฤติกรรมปิดช่องทางการตรวจสอบ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็ไม่เคยตอบกระทู้ในสภาฯ ทำให้ปัญหาถูกผลักไปข้างถนน และล่าสุดมีรายงานว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กลับสั่งการให้ตำรวจระดมมวลชนมาชุมนุมต่อต้าน รวมถึงมีประเด็นเรื่องการที่รัฐบาลใช้อำนาจในการกลั่นแกล้งถอดยศนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้นตนเชื่อว่าการกระทำเหล่านี้จะทำให้ประชาชนทนไม่ได้