
คมชัดลึกจัดถกสิ้นชื่อ'ม.อีสาน'
รายการ"คม ชัด ลึก" จัดเสวนาตอน สิ้นชื่อ "ม.อีสาน"
9พ.ย.2555เดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดหลังจากคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตมหาวิทยาลัยอีสาน "คม ชัด ลึก" จัดเสวนาตอน สิ้นชื่อ "ม.อีสาน" โดย นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการ กกอ. กล่าวว่า บทบาทของ กกอ. กำหนดชัดเจนว่า มีหน้าที่ตั้งอธิการบดี โดยพยายามทำให้มหาวิทยาลัยเดินไปข้างหน้า แต่เมื่อพบว่าปัญหาค่อยใหญ่ขึ้น เช่น ศูนย์การศึกษานอกสถานที่ 120 ศูนย์ ซึ่งไม่เป็นไปตามกฎหมาย เมื่อพยายามเคลียร์ นักศึกษาบอกว่า จ่ายเงินไว้กับผู้จัดการห้องเรียน อดีตอธิการบดี แต่เมื่อนำใบเสร็จรับเงินมาตรวจพบว่า ต้นขั้วเลขเดียวกันซ้ำกัน ส่วน ป.บัณฑิต ทางกรรมการควบคุมต้องไปยืนยันว่า เด็กมีความรู้ ฝึกสอนตามที่คุรุสภาต้องการ จึงอนุมัติจบไป แต่อาจารย์ปริญญาโทจะสอนปริญญาโทไม่ได้ ต้องเป็นปริญญาเอก ซึ่งถือเป็นหลักทั่วไปของทุกมหาวิทยาลัย เมื่อเราเป็นกรรมการควบคุมจึงปล่อยไม่ได้
ดร.อัษฎางค์ แสวงการ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยอีสาน กล่าวว่า คำกล่าวอ้างว่า ซื้อขายประกาศนียบัตรวิชาชีพครู (ป.บัณฑิต) ยังเป็นการกล่าวหา เพราะในส่วนการสอบข้อเท็จจริงยังไม่ได้สรุป วันที่ส่งลูกน้องมาให้การที่ศาลปกครอง เขาบอกหน้าตาเฉยว่ารับสมัครแล้ว แต่ไม่มีคนมาสมัคร ซึ่งถือว่าล้มเหลว ส่วนตัวเชื่อว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีคนมาสมัคร คนที่จบภาคอีสานมีเยอะ อีกทั้งการจัดการศึกษา ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ที่นำมาสู่การเพิกถอน สิ่งที่เกิดขึ้นกรรมการควบคุมต้องติดตามเรื่อง ใครผิดใครถูกต้องว่ากันไป ไม่น่าจะเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย
ดร.ธีรภัทร์ ทองแก้วกูล อดีตหัวหน้าสาขาการจัดการ ม.อีสาน กล่าวว่า สาเหตุที่ออกมาเรียกร้องเพื่อนักศึกษา เพราะเขาถูกลอยแพไม่ได้รับการเยียวยา ส่วนผู้บริหารที่แต่งตั้งเข้าไปพบว่า ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ อธิการบดี ม.อีสาน 3 ท่าน ที่แต่งตั้งเข้ามาได้รับเงินเดือนแสนกว่าบาท แต่ทำงานแค่สัปดาห์ละครั้ง สุดท้ายลาออกไป กรรมการควบคุมจะทราบหรือไม่ว่า อธิการบดีที่ตั้งเข้าไปไม่ได้บริหาร แต่ใช้การสั่งการด้วยใบปลิว แม้แต่ นพ.กำจร ยังไม่เคยให้เกียรติเดินทางไป ม.อีสาน แม้แต่ครั้งเดียว จึงเชื่อว่ากรรมการมีเจตนาที่ไม่ดี เหมือนมีธงไว้แล้ว



