
'วิปค้าน'ยื่นซักฟอก'ปู-เฉลิม-สุกำพล-ชัจจ์'
'ปธ.วิปค้าน' ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ 'นายกฯ-เฉลิม-สุกำพล-ชัจจ์' เหลือเชื่อ 'บุญทรง' รอดซักฟอก ระบุใช้ผู้อภิปราย 10-20 คน
9 พ.ย.55 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยคณะส.ส.พรรคประชิปัตย์ ได้ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรายบุคคลจำนวน 3 คน ต่อ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมี ส.ส.ฝ่ายค้านลงชื่อทั้งหมด 157 คน โดยเป็นส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 155 คน และส.ส.พรรครักประเทศไทย จำนวน 2 คน
นายจุรินทร์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังยื่นญัตติฯ ว่า สำหรับรายชื่อรัฐมนตรี ที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีจำนวน 4 คน ได้แก่ 1.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 158 ทั้งนี้ได้เสนอชื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี และญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 159 ได้แก่ 1.ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี 2.พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม และ 3.พล.ต.ท.ชัชจ์ กุลดิลก รมช.มหาดไทย
ทั้งนี้การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้เป็นไปตามข้อมูล เอกสาร หลักฐาน ที่ทางฝ่ายค้านมี โดยผ่านคณะกรรมที่พิจารณาร่วมกัน สำหรับส.ส. ที่จะร่วมอภิปรายขณะนี้มีอยู่ 10-20 คน ซึ่งผู้ที่มีหน้าที่ก็ได้เตรียมความพร้อมในการอภิปรายมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ตนไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้ว่าเป็นใครบ้าง เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อการทำหน้าที่ ส่วนสาเหตุที่การยื่นญัตติครั้งนี้ไม่มีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ นั้น ลำพังรมว.พาณิชย์ ไม่มีข้อมูลที่จะสามารถดำเนินการใดๆ ถึงขั้นแยกอภิปรายได้
เชื่อ นายกฯ ตอบจำนำข้าวเอง
เมื่อถามว่า หากนายกฯมอบหมายให้นายบุญทรง มาชี้แจงแทนหากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจในเรื่องเศรษฐกิจ โดยเฉพาะนโยบายรับจำนำข้าว นายจุรินทร์ กล่าวว่า โดยหลักผู้ถูกอภิปรายควรจะชี้แจงเอง ทั้งนี้ก็คงต้องขึ้นอยู่ที่ตัวของนายกรัฐมนตรีว่าจะพิจารณาเรื่องนี้อย่างไร เมื่อถามต่อถึงความมั่นใจการอภิปรายในครั้งนี้อย่างไร นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนมั่นใจในการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน ที่ต้องทำหน้าที่ในการตรวจสอบรัฐบาลแทนประชาชน ในส่วนที่ว่าข้อมูลที่มีจะสามารถทำให้รัฐบาลสั่นคลอนและส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนหรือไม่นั้น ก็อยู่ที่ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน ซึ่งตนก็เคยได้พูดไปแล้วเมื่อครั้งยื่นถอดถอนรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา หากเป็นเรื่องการทุจริต ทำผิดกฏหมายเรื่องก็คงไม่จบอยู่แค่ในสภาฯ แม้ว่าฝ่ายค้านจะแพ้เสียงข้างมากในการลงมติ แต่กระบวนการที่ได้ยื่นต่อประธานวุฒิสภา เพื่อดำเนินการส่งเรื่องต่อไปยังคณะกรรมาการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) เพื่อดำเนินการถอดถอนก็ยังถือว่าไม่สิ้นสุด หากปปช. เห็นว่ามีมูลความผิดก็จะส่งเรื่องกลับมายังวุฒิสภา เพื่อดำเนินการถอดถอนด้วยมติ 3 ใน 5 หรือหากเป็นความผิดในคดีอาญาก็จะส่งเรื่องให้ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพื่อดำเนินการต่อไป
'สมศักดิ์' ยันทำหน้าที่เป็นกลาง
ด้านนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า จะได้ดำเนินตรวจสอบความถูกต้องของรายมือชื่อผู้ยื่นญัตติ คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าคงแล้วเสร็จ จากนั้นจะประสานให้วิปทั้ง 2 ฝ่ายทั้งฝ่านค้านและรัฐบาลไปหารือร่วมกันเกี่ยวกันวันเวลาที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจ
เมื่อถามว่าในการทำหน้าที่ของประธานสภาฯเกรงจะมีเหตุความวุ่นวายเหมือนอย่างเช่นที่ผ่านมาหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปคาดเดาตรงนั้น เพราะเหตุการณ์ยังไม่เกิด อย่างไรก็ดีที่ผ่านมาบรรยากาศการประชุมก็เป็นไปด้วยดีมาโดยตลอด ซึ่งการประชุมก็มีกติกา ข้อบังคับควบคุมอยู่แล้ว ยืนยันว่าตนทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลางมาโดยตลอด ที่ยึดตามข้อบังคับการประชุม ไม่ยึดตามตัวบุคคล



