ข่าว

'กรุ๊ปเลือด'บอกชะตาชีวิต

'กรุ๊ปเลือด'บอกชะตาชีวิต

10 พ.ย. 2555

เวิลด์วาไรตี้ : 'กรุ๊ปเลือด' บอกชะตาชีวิต

                        สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว ตัวอักษร เอ, บี, โอ หรือเอบี อาจเป็นเพียงชื่อกรุ๊ปเลือดที่ระบุไว้ในบัตรประชาชน เป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลพื้นฐาน ที่จะมีความสำคัญขึ้นมา ก็ต่อเมื่อเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง หรืออยู่ในนาทีวิกฤติที่ต้องมีการให้เลือด หรือถ่ายเลือด

                        แต่ในประเทศญี่ปุ่นแล้ว ตัวอักษรดังกล่าวที่ระบุ กรุ๊ปเลือด สามารถเป็นเครื่อง “บ่งชี้” ว่าอนาคตทางอาชีพการงาน ชีวิต และความรักของคุณจะเป็นอย่างไรได้เลย เพราะเป็นความเชื่อที่สืบต่อกันมาอย่างยาวนานว่า กรุ๊ปเลือด จะมีความเชื่อมโยงถึงคุณลักษณะของคนคนนั้นอย่างที่ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงได้ แม้ว่าจะเป็นเวลากว่า 100 ปีมาแล้ว ที่นักวิทยาศาสตร์ ค้นพบว่า กรุ๊ปเลือดที่แตกต่างกัน เป็นผลจากชนิดของโปรตีนที่อยู่ในเลือดของคนคนนั้น

                        “คุณมีกรุ๊ปเลือดไหน” เป็นคำถามสำคัญที่คนญี่ปุ่นต้องตอบลงในแบบฟอร์มข้อมูลส่วนตัวสำหรับบริการจัดหาคู่ ไปจนถึงใบสมัครงาน นอกจากนี้ บริษัทญี่ปุ่นหลายแห่ง ยอมรับว่า มีการมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบงานตามประเภทกรุ๊ปเลือดของพนักงานแต่ละคน มาดูกันว่า คนกรุ๊ปเลือด เป็นคนแบบไหน (ตามความเชื่อแบบญี่ปุ่น)

                        กรุ๊ปเลือดเอ จะเป็นพวกสมบูรณ์แบบ มีความอ่อนไหว เป็นเพื่อนร่วมทีมที่ดี แต่วิตกกังวลเกินเหตุ ส่วนกรุ๊ปบี เป็นคนที่ดูร่าเริง แม้จะเป็นคนแปลกๆ มีความเป็นตัวของตัวเองสูง และเห็นแก่ตัว ด้านคนกรุ๊ปโอ เป็นคนอยากรู้อยากเห็น ใจกว้าง แต่หัวรั้น สุดท้ายคือ กรุ๊ปเลือดเอบี จะมีความเป็นศิลปินสูง ขณะเดียวกันก็ลึกลับ คาดเดาไม่ได้

                        ความเชื่อในเรื่องกรุ๊ปเลือดที่มีอิทธิพลต่อการบ่งบอกลักษณะนิสัย และความเป็นไปของชีวิตนั้น ทำให้หนังสือด้านนี้ติดอันดับหนังสือขายดีในญี่ปุ่นมาโดยตลอด โดยจำนวนนี้มีถึง 4 เล่มที่สร้างยอดขายไปแล้วมากกว่า 5 ล้านเล่ม

                        รายการโทรทัศน์ทุกเช้า หนังสือพิมพ์ และนิตยสารของญี่ปุ่น จะมีหัวข้อโหราพยากรณ์ตามกรุ๊ปเลือด นอกจากนี้ ภาพยนตร์แอนิเมชั่น หนังสือการ์ตูน และวิดีโอเกมยอดนิยมทั้งหลาย ต่างก็ไม่พลาดที่จะกล่าวถึงกรุ๊ปเลือดของตัวละคร ไม่เว้นแม้กระทั่ง สำนักงานจัดหาคู่หลายแห่ง ที่จัดแบ่งหมวดหมู่ลูกค้าตามกรุ๊ปเลือด

                        นอกเหนือจากในชีวิตประจำวันแล้ว ความเชื่อเกี่ยวกับกรุ๊ปเลือด ยังถูกผูกโยงไปถึง การทำตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคในญี่ปุ่นด้วย ผู้ผลิตออกแบบสินค้าต่างๆ เช่น น้ำอัดลม หมากฝรั่ง เกลืออาบน้ำ และแม้แต่ถุงยางอนามัย ตามกลุ่มเป้าหมายที่มีกรุ๊ปเลือดแตกต่างกัน

                        และที่โด่งดังในระดับเวทีการเมือง ก็คือ คำกล่าวของ นายริว มัตสึโมโตะ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงเพื่อฟื้นฟูการก่อสร้างแห่งญี่ปุ่น ระหว่างการแถลงลาออกในเดือนกรกฎาคม 2554 หลังเข้ารับตำแหน่งได้เพียงสัปดาห์เดียว เนื่องจากเผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ถึงการแสดงความเห็นโดยไม่นึกถึงความรู้สึกของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติแผ่นดินไหวและสึนามิครั้งใหญ่ เมื่อเดือนมีนาคม 2554 ว่าจะไม่ให้ความช่วยเหลือทางการเงินใดๆ แก่รัฐบาลท้องถิ่นจนกว่าจะเห็นแผนการฟื้นฟูที่ดี

                        "ผมมีเลือดกรุ๊ปบี ซึ่งทำให้ผมเป็นคนหุนหันพลันแล่น หงุดหงิดง่าย ทำให้มักจะไม่สามารถแสดงอะไรออกมาได้อย่างที่ตั้งใจไว้ และภรรยาผมก็เคยชี้ให้เห็นถึงข้อนี้มาก่อนแล้ว"

                        โดยเฉลี่ยแล้ว ประชากรญี่ปุ่นกว่า 40% มีเลือดกรุ๊ปเอ และ 30% มีเลือดกรุ๊ปโอ ส่วนกรุ๊ปบี และเอบีนั้น มีส่วนส่วนเพียง 20% และ 10% ตามลำดับ