
เลือกตั้งอเมริกาสะท้อนไกลถึงไทยแลนด์
ฮอตอิชชู่ : เลือกตั้งอเมริกา สะท้อนไกลถึงไทยแลนด์
วันพุธ (7 พ.ย.) ที่ผ่านมา น้อยคนนักที่จะไม่รู้ว่าเป็นวันชี้ชะตาระหว่าง บารัค โอบามา จากพรรคเดโมแครต และ มิตต์ รอมนีย์ จากพรรครีพับลิกัน ว่าใครจะได้นั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งมาจนถึงวันนี้ก็รู้กันแล้ว แชมป์เก่า "โอบามา" ซิวตำแหน่งเดินเข้าไปลุยงานต่อในทำเนียบอีก 4 ปี วันนั้นทุกคนต่างตื่นเต้นและร่วมลุ้นไปกับชาวอเมริกันตั้งแต่เช้าตรู่ ด้วยเวลาแตกต่างจากบ้านเรากว่า 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะถ้าเปิดโทรทัศน์ทุกช่องต่างตัดรายการปกติ แล้วนำเสนอเรื่องราวของการเลือกตั้งครั้งนี้ชนิดนาทีต่อนาที
ทำเอาคนที่ไม่ "อิน" เกิดคำถามขึ้นมาว่า "เลือกตั้งอเมริกา เกี่ยวอะไรกับเมืองไทย" และสำหรับคนที่ใส่ใจเรื่องนี้ เขาหรือเธอมองอย่างไร ว่าแล้วลองไปสำรวจความคิดเห็นกัน...เริ่มจาก "ลูกแก้ว" รุ่งวชิรา ทับทิมทอง นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ยอมรับว่าส่วนตัวไม่ค่อยได้ติดตามข่าวเกี่ยวกับการเมืองไม่ว่าทั้งในและต่างประเทศ แต่ก็พอรู้ข้อมูลจากสื่อต่างๆ ที่นำเสนอข่าวทุกวัน อย่างการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาครั้งนี้ ได้เห็นข่าวการสัมภาษณ์ประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งในสหรัฐฯ ต่างก็ให้มุมมองที่แตกต่างกัน บางรัฐเน้นที่จะไปใช้สิทธิ์เลือกโอบามาเพราะสามารถดูแลประชาชนในฐานะปานกลางไปจนถึงระดับรากหญ้าได้อย่างทั่วถึง ส่วนบางรัฐก็เลือกที่จะไปใช้สิทธิเลือกรอมนีย์ ที่สามารถนำนโยบายที่โอบามาไม่สามารถทำได้ภายในสี่ปีที่ผ่านมา แต่ก็เชื่อว่าไม่ว่าใครจะได้รับเลือกย่อมต้องมีผลต่อทั้งประเทศไทยและนานาชาติแน่นอน
นักธุรกิจค้าเพชรคนดังของเมืองไทย "หนึ่ง" สุริยน ศรีอรทัยกุล บอกว่า กำลังนั่งชมโทรทัศน์อยู่และลุ้นไปกับคนอเมริกันด้วยว่า ใครจะได้เป็นประธานาธิบดี ถ้าถามส่วนตัวมองว่าเกี่ยวข้องกับคนไทย เพราะสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศมหาอำนาจ โดยเฉพาะนโยาบายด้านลงทุน การค้า ในฐานะที่เป็นนักธุรกิจก็ต้องสนใจเป็นพิเศษ และที่ติดตามคือการเลือกตั้งของเขาเป็นประชาธิปไตย สู้กันในกรอบ บอกกล่าวกันในเรื่องของนโยบายและแผนงาน เป็นต้นแบบของประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
"ผมให้ความสนใจในฐานะนักธุรกิจ เพราะการส่งออกทำการค้าขายเป็นเรื่องสำคัญ แต่อีกเรื่องที่สนใจคือเรื่องของความเป็นประชาธิปไตยที่หาเสียงและต่อสู้กันด้วยนโยบาย ซึ่งไทยเองก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ของเราอาจจะเป็นไปตามเสียงข้างมากแล้วไม่ให้โอกาสเสียงข้างน้อย แต่ที่อเมริกาครั้งที่มีการเลือกตัวแทนพรรคระหว่างโอบามา และ ฮิลลารี เมื่อโอบามาชนะเขาก็เชิญฮิลลารีมาร่วมทำงาน ร่วมกันพัฒนาประเทศ เป็นเรื่องที่เป็นแบบอย่างที่ดี" นักธุรกิจค้าเพชร ให้ความเห็น
ขณะที่ข้าราชการ กรมทรัพยากรน้ำ "โอ้น" อนุสร พรหมกระแส เห็นว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา อาจไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับตัวเองมากนัก แต่เนื่องจากสื่อโทรทัศน์ทุกช่องให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก จึงดูเหมือนให้ติดตามผลการเลือกตั้งไปโดยปริยาย ซึ่งได้ตำแหน่งกลับคืนมาของโอบามา สำหรับชาวอเมริกันแล้วน่าจะเป็นเรื่องดี ที่นโยบายต่างๆ ที่เคยวางแผนเอาไว้ สามารถดำเนินการต่อไปได้โดยไม่ต้องนับหนึ่งใหม่ ที่สำคัญตลอดการเป็นประธานาธิบดีของเขาก็ไม่ได้ทำให้ประเทศไทยเกิดความเสียหาย เพราะยังคงมีความเป็นมิตรที่ดีและได้รับความร่วมมือด้วยดีเสมอมา
"จะว่าไปแล้วที่ผ่านมาผลงานของโอบามาก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับประเทศไทย เลยตอบไม่ได้ชัดเจนว่าการนั่งเก้าอี้อีกครั้งจะมีผลดีหรือไม่ดีอย่างไรกับประเทศของเรา ถ้าเทียบสัดส่วนแล้วจะสนใจการเมืองภายในประเทศมากกว่า เพราะมีผลกระทบกับการดำเนินชีวิตของเราโดยตรง ถ้าหากเราเป็นคนสหรัฐก็คงเลือกโอบามาเหมือนเดิม เพราะที่ผ่านมาประเทศดำเนินไปได้อย่างสงบสุข บางคนอาจจะได้รับผลกระทบบ้าง แต่ถ้ามองภาพรวมแล้วถือว่าสอบผ่าน เพราะฉะนั้นจึงน่าจะให้โอกาสในการสานต่องานที่ค้างอยู่ด้วย" ข้าราชการไทย สะท้อนมุมมอง
ด้านดีไซเนอร์สาวเจ้าของห้องเสื้อภาณุมาศ "นก" ภาณุมาศ จิราธิวัฒน์ เผยว่า ชั่วโมงนี้คนทั้งโลกคงพุ่งความสนใจไปที่เรื่องนี้กันมาก รวมทั้งตัวเองด้วย เพราะสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศผู้นำเบอร์หนึ่งของโลก ดังนั้นไม่ว่าใครจะก้าวขึ้นมารับตำแหน่งประธานาธิบดี ก็ล้วนแต่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกอย่างแน่นอน รวมทั้งประเทศไทยก็คงมีผลทำให้ตลาดหุ้นขึ้นหรือลงด้วยเช่นกัน
"หลายคนยังคงเชียร์โอบามาให้ได้กลับมาอีกสมัย แต่ก็มีหลายคนไม่ชอบนโยบายที่ค่อนข้างเผด็จการของเขา ทำให้คะแนนระหว่างโอบามากับรอมนีย์ สูสีกันมากจนต้องตามลุ้นกันแบบนาทีต่อนาที ส่วนตัวก็แอบเชียร์โอบามาเช่นกัน เพราะหลายครั้งที่มีโอกาสฟังการแสดงวิสัยทัศน์ของทั้งสองคนแล้วรู้สึกว่านโยบายของรอมนีย์ ยังพลิกไปพลิกมาไม่นิ่งเหมือนโอบามา และนกมองว่าโอบามาเขาเป็นหนุ่มไฟแรงที่น่าจะบริหารประเทศได้ดี ที่สำคัญเขาอยู่มาหนึ่งสมัยแล้ว ก็น่าจะรู้ปัญหาของประเทศและสานต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ง่ายกว่า" ดีไซเนอร์คนดัง บอก
เมื่อ "ขาใหญ่" ขยับ "ขาเล็กขาน้อย" ย่อมสะเทือนแน่นอน อย่างที่บรรณาธิการข่าวต่างประเทศ หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์ มอง ไม่ว่าคนไทยหรือเอเชียหรือกระทั่งคนทั่วโลกต่างก็มุ่งสนใจในการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกา โดยจะดูที่นโยบายต่างประเทศกับนโยบายเศรษฐกิจเป็นหลัก ในส่วนของประเทศไทยที่ต้องจับตามองคือในเรื่องของการที่ครั้งหนึ่งสหรัฐอเมริกาในยุคของโอบามาเคยพูดไว้ว่าสหรัฐฯ จะกลับมาอีก และในการกลับมาเอเชียของสหรัฐอเมริกาครั้งนี้น่ากลัว เพราะมีนโยบายที่จะสกัดกั้นไม่ให้จีนซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจ โดยเฉพาะที่จีนจะกลับมาครองประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจแทนที่สหรัฐฯ นั่นคือสิ่งที่สหรัฐฯ ทำ
"อีกเรื่องที่น่าจับตามองคือ นโยบายเรื่องทหาร สำหรับโอบามาแล้วจะไม่ค่อยนิยมสงคราม ส่วนพรรครีพับลีกัน ที่มี มิตต์ รอมนี่ เป็นตัวแทน จะตัดสินปัญหาต่างๆ ด้วยการเอาอาวุธเข้ามามีบทบาท ดังนั้นหากรอมนี่ ได้เข้ามา นโยบายของการเผชิญหน้าด้วยกำลังก็จะมีสูง แล้วจะส่งผลกระทบต่อทุกประเทศในโลกนี้ แต่สมัยของโอบามาโอกาสเช่นนี้มีน้อย เพราะฉะนั้นสิ่งที่มองคือ เอเชียค่อนข้างรู้สึกว่าการที่โอบามาปกครองนั้นจะรู้สึกผ่อนคลายและสามารถสร้างความมั่นใจในเรื่องของการเจรจาและอีกหลายๆ เรื่องได้มากกว่ากัน" บรรณาธิการข่าวต่างประเทศ ให้แนวคิด
ปฎิเสธไม่ได้ว่า ความเคลื่อนไหวทางการเมืองของมหาอำนาจฝั่งตะวันตกในวันนี้ ส่งผลกระทบทั้งโดยตรงและโดยอ้อมถึงประเทศไทย และสิ่งหนึ่งที่ชวนคิดต่อยอดกว่านั้น คือ "ประชาธิปไตย" ที่เบ่งบานและงดงามอย่างแท้จริง



