
'เด็จพี่'จี้'มาร์ค'แสดงสปิริตทิ้งเก้าอี้สส.
'โฆษก พท.'จี้'มาร์ค'แสดงสปิริตลาออกจาก สส. หลังกลาโหมไฟเขียวถอดยศ และเรียกคืนเบี้ยหวัด'อจ.รร.จปร.'ลั่นหากเมินเฉยเล็งส่งศาลรธน.ชี้ขาดคุณสมบัติความเป็น สส.แน่ ด้าน'อภิสิทธิ์'จ่อฟ้องศาลปกครองถอนคำสั่งถอดยศทหาร ระบุที่ผ่านมาคกก.สอบไม่เคยเปิดโอกาสให้ชี้แจง
9 พ.ย.55 นายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงกลาโหมเซ็นคำสั่งถอดยศนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้าน รวมทั้งให้เรียกคืนเบี้ยหวัดบำนาญ ในกรณีการใช้เอกสารเท็จในการเข้ารับราชการ เป็นข้าราขการโรงดรียนนายร้อยจปร. ว่า เรื่องนี้ประชาชนได้ให้ความสนใจ รวมทั้งสังคมก็ติดตามอย่างใกล้ชิดว่าอดีตผู้นำประเทศ และเป็นผู้นำฝ่ายค้านในปัจจุบันนั้น มีการใช้เอกสารเท็จจริงจริองหรือไม่ ซึ่งเมื่อกระทรวงกลาโหมเซ็นคำสั่งให้ถอดยศ และเรียกตืนเบี้ยวหวัดบำนาญแล้วนั้น แม้ว่าทางคดีอาญาจะหมดอายุความไปแล้ว แต่เรื่องทางวินัยยังคงมีอยู่ คือ การปลดออกหรือให้ออก ดังนั้นตรงนี้จึงจำเป็นที่จะต้องพิจารณาเรื่องคุณสมบัติการเป็นส.ส.ของนายอภิสิทธิ์ด้วยว่ายังมีคุณสมบัติที่จะเป็น สส.อยู่หรือไม่
นายพร้อมพงษ์ กล่าวต่อว่า ตนมองว่าเรื่องนี้นายอภิสิทธิ์ควรจะต้องรับผิดชอบทางการเมือง และทางจริยธรรม โดยอยากให้นายอภิสิทธิ์แสดงวุฒิภาวะความเป็นผู้นำ และความเป็นนักการเมืองอาชีพเหมือนกับ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ อดีตหวัหน้าพรรคเพื่อไทย ที่เคยถูกพรรคประชาธิปัตย์ตรวจสอบ แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญ และกกต.ยังไม่มีคำตัดสินก็ตาม แต่นายยงยุทธก็ได้สร้างบรรทัดฐานด้วยการลาออกจากตำแหน่ง ดังนั้นเมื่อ นายอภิสิทธิ์ เป็นหัวหน้าพรรคที่เก่าแก่เกินกว่า 60 ปี และอยู่ในแวดวงการเมืองมานานก็น่าจะสร้างบรรทัดฐานให้กับคนรุ่นหลัง ตามที่เคยประกาศไว้ว่าความรับผิดชอบทางการเมือง จะต้องมาก่อนความทางกฎหมาย
" หากนายอภิสิทธิ์ยังไม่แสดงสปริตด้วยการลาออก ผมก็อาจจะรวบรวมหลักฐาน รวมถึงผลสอบของกระทรวงกลาโหมส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตีความถึงคุณสมบัติความเป็นส.ส.ของนายอภิสิทธิ์ต่อไป ผมยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการเมือง เพียงแต่อยากเรียกร้องความผิดชอบจากคนที่เป็นอดีตผู้นำประเทศ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของเวรกรรม ซึ่งหากนายอภิสทิธิ์ยังดื้อรั้นต่อไปก็จะไม่สง่างาม แล้วจะมองหน้าเด็กนักเรียนที่เรียนรด.ได้อย่างไร " โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าว
"มาร์ค"จ่อฟ้องศาลปค.ถอนคำสั่งถอดยศ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงกรณี พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ลงนามคำสั่งถอดยศของ นายอภิสิทธิ์ ว่า ไม่รู้สึกแปลกใจ เพราะเรื่องนี้มีความผิดปกติ และเป็นกระบวนการกลั่นแกล้งทางการเมือง รวมไปถึงการสกัดกั้นการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน เพราะคณะกรรมการที่ทำการสอบสวนและเสนอเรื่องให้ รมว.กลาโหม ไม่ได้เปิดโอกาสให้เข้าชี้แจง
“ เขาทำหนังสือเชิญผม 2 ครั้ง ผมก็ตอบไปทั้ง 2 ครั้งว่า ยินดีให้ความร่วมมือ แต่โดยหลักของการดำเนินการทางปกครอง เมื่อมีการกล่าวหาผมก็ต้องมีการระบุข้อกล่าวหาให้ชัด เพื่อที่ผมได้ใช้สิทธิ์ของผมในการที่จะไปชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้ ซึ่งนอกจากนั้นระยะเวลาที่เชิญไปโดยเฉพาะในจดหมายฉบับที่ 2 ได้เชิญมา ในขณะที่ผมมีกำหนดการเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งนัดหมายไว้ล่วงหน้า ก็ไม่เห็นมีเหตุผลอะไรที่จะต้องรีบร้อน เร่งรัด ในการสรุปเรื่องนี้ เมื่อวานนี้่ก็ทราบว่า ตนจะมีการคัดค้าน หรือขอให้ทบทวนเรื่องนี้ในแง่ของกระบวนการ ซึ่งตนบอกไว้แล้วว่าจะทำหนังสือไป แล้วก็มีการแถลงข่าวโดย สส.ของพรรค แต่รัฐมนตรีก็รีบเซ็นเรื่องนี้ เพื่อที่จะหาทางให้เรื่องยุติ อย่างไรก็ตามหนังสือคัดค้านนั้น ตนก็ได้เซ็นออกไปแล้วเช่นเดียวกันที่ขอให้ทบทวน ซึ่งก็คงจะถึง รมว.กลาโหม ในวันนี้ ขณะเดียวกันถ้าท่านเซ็นคำสั่งแล้ว ตนก็ต้องใช้สิทธิ์ทางศาล นั่นคือจะร้องทางศาลปกครอง ซึ่งขณะนี้ก็ให้ทางฝ่ายกฎหมายได้ยกร่างคำร้องต่อศาลปกครองแล้ว”
เมื่อถามว่า หนังสือที่ส่งมา เป็นการเชิญไปชี้แจง หรือเป็นหนังสือแจ้งให้ส่งเอกสารไปให้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เขาบอกจะไปชี้แจงก็ได้ หรือส่งเอกสารก็ได้ ตนก็บอกว่าโดยหลักแล้ว เมื่อมีการกล่าวหา ก็ต้องการทราบข้อกล่าวหา และเอกสารที่ใช้ว่ามีการกล่าวหากันอย่างไร ตนจะได้ไปชี้แจงและนำเอกสารพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องไปมอบให้ ตนยินดีให้ความร่วมมือ เมื่อส่งเอกสารมาให้ ก็ยินดีไป แต่ขณะที่เชิญมารอบสอง ชนกับกำหนดการที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ ก็ลองคิดดูก็แล้วกันว่า กระบวนการการสอบอย่างนี้มันชอบหรือยัง มันถูกต้องหรือยัง
“แล้วก็รู้สึกว่าเมื่อวานนี้ พอผมให้สัมภาษณ์รายการนี้ว่า เอกสารต่างๆ ที่บอกว่าเป็นเท็จนั้น ว่าผมใช้เอกสารเท็จนั้น ผมไม่ได้เป็นคนออกนะครับ แล้วผมก็คิดว่า การออกเอกสาร ซึ่งในการให้สัมภาษณ์อะไรต่างๆ ของรัฐมนตรีก็ยอมรับเองว่า เป็นเอกสารที่ออกแทนใบเดิม และผมก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปปลอม หรือทำเรื่องนี้เท็จขึ้นมา เพียงแต่ว่า การลงวันที่ซึ่งมันคลาดเคลื่อนไป ก็จริงๆ แล้วหน่วยงานทหารเขาก็มีใบเดิมของผมอยู่แล้วว่าวันที่ไหน ตัวสำเนา”
นายอภิสิทธิ กล่าวต่อว่า เรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ได้ทำความผิด แล้วก็เป็นการตั้งเรื่อง ตั้งธงกันมา ความจริงแล้วถ้าใครไปดูการให้สัมภาษณ์ของฝ่ายการเมือง อย่าไปพูดถึงคนอื่น เอาเฉพาะฝ่ายการเมืองตัวรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทย จะเห็นแนวมาโดยตลอดว่า มีการกำหนดแนวทาง ธงไว้ล่วงหน้า และวันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นไปตามสิ่งที่เขาตั้งธงเอาไว้ และพูดเอาไว้ทุกประการ ทั้งในเนื้อหาสาระ ทั้งในจังหวะเวลา แล้วก็เป็นความพยายามในการที่จะสกัดกั้น การทำหน้าที่ของผม ของฝ่ายค้านก็ว่ากันไป



