ข่าว

'สุกำพล'ไม่หวั่นถูกยื่นถอดถอน-อภิปราย

'สุกำพล'ไม่หวั่นถูกยื่นถอดถอน-อภิปราย

09 พ.ย. 2555

"สุกำพล" ไม่หนักใจ ฝ่ายค้านยื่นถอดถอนเเละอภิปราย เหน็บควรบอกข้อกล่าวหาเเละทำกันเเบบลูกผู้ชาย พร้อมแจงศึกซักฟอก บอกลูกผู้ชายต้องพูดตรงๆ เผยไม่หวั่น "อภิสิทธิ์" ฟ้องศาลปกครอง ยันทำตามข้อเท็จจริง วอนหยุดพูดเรื่องลอบสังหาร "ทักษิณ"

          วันที่ 9 พ.ย.55  พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม   กล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ เอฟเอ็ม97เมกะเฮริทซ์ กรณีที่ในวันนี้พรรคประชาธิปัตย์กับพรรครักประเทศไทยจะยื่นญัตติถอดถอนและอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ไม่ทราบรายละเอียด ทราบเรื่องนี้จากสื่อ แต่ตนไม่มีปัญหาเพราะเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้าน ตนพร้อมที่จะตอบ แต่ยังไม่รู้ว่าโดนถอดถอนและอภิปรายเรื่องใด  เพราะนักมวยยังรู้วันชก แต่กรณีตนนั้น ตนยังไม่รู้เลย ฝ่ายค้านควรบอกมาสิว่าเรื่องใด แล้วเมื่อเป็นแบบนี้ตนจะเตรียมตัวอย่างไร แต่ยืนยันว่าตนพร้อม 
 
          ส่วนกรณีการโดนถอดถอนนั้น  พล.อ.อ.สุกำพลกล่าวว่า น่าจะอยู่ในช่วงที่ตนเป็นรมว.กลาโหมหรือรมว.คมนาคม ตนอยู่สองกระทรวง  ทำงานที่กระทรวงคมนาคมในเวลา 5 เดือน และโดนน้ำท่วม 2 เดือน  แต่จากนั้นมาทำงานที่กระทรวงกลาโหม 7 เดือน และน่าจะมาจากในเรื่องถอดยศนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กับเรื่องปลัดกระทรวงกลาโหม แต่ตนไม่ทราบว่าฝ่ายค้านจะดำเนินการในเรื่องใด  ตนจึงเดาไป  แต่ย้ำว่าตนพร้อม  แต่หากเป็นลูกผู้ชายจริงควรบอกมา คนกลางจะได้ดู ไม่ใช่แอบดำเนินการ  หากจะอภิปรายกรณีถอดยศนั้น ก็บอกมา ตนจะชี้เเจงเต็มที่  การถอดยศนนายอภิสิทธิ์นั้นตนดำเนินการแบบไม่ได้ปกปิดและมีข่าวออกมาตลอด และพร้อมตอบในทุกเวที    
 
          ส่วนประเด็นที่ฝ่ายค้านระบุว่าการถอดยศและเรียกเบี้ยหวัดคืนนั้น เป็นเรื่องการเมืองที่เกิดขึ้นเพื่อกลบกระแสข่าวการอภิปราย รมว.กลาโหมกล่าวว่า  คนที่เชื่อมโยงก็มองเป็นเรื่องการเมือง  แต่สาระเรื่องนี้คือแก่นแท้ของปัญหาว่าผิดจริงหรือไม่   มีการใช้เอกสารไม่ถูกต้องในการเป็นทหารจริงหรือไม่   ไม่ไปเกณฑ์ทหารจริงหรือไม่ ประเด็นมันมีแค่นี้ ตนดูหลักฐานจากกระดาษ ตนไม่ได้คาดการณ์  ส่วนราชการที่มีความเห็นเรื่องนี้ก็มีการสอบสวนลงโทษไปแล้ว ขอเทียบกรณีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรเซ็นชื่อให้ภรรยาซื้อที่ดินรัชดาภิเษก   หากเทียบดูแล้วนั้น ใครๆ ย่อมรู้ว่าพ.ต.ท.ทักษิณเป็นใครในตอนนั้น เรื่องนี้พ.ต.ท.ทักษิณผิด แต่ข้าราชการที่ดำเนินการเรื่องนี้ไม่ผิด  แต่เรื่องถอนยศมีการลงโทษข้าราชการที่เกี่ยวข้องไป 20 ปีมาแล้ว  ยืนยันมีหลักฐานที่ทำมานานแล้ว  ตนทำเรื่องนี้โดยใช้หลักฐานเก่า  สมัยก่อนหลักฐานมีเยอะ ไม่เหมือนสมัยนี้ที่ใช้คอมพิวเตอร์
 
          “ตนไม่ได้ทำเอกสารขึ้นมาใหม่ที่เป็นเท็จ   ตอนนั้นมีการช่วยเหลือเยอะและนายอภิสิทธิ์รู้ดี  จึงอย่าไปว่าเขาเลย มันเป็นเรื่องเก่า อย่าเฉไฉ เจ้าหน้าที่ทำงานในกรณีตามความก้าวหน้าตามที่มีข่าวปรากฏ  ตอนนี้มีเรื่องยุ่งแล้วก็ให้มันยุ่งเสียทีเดียว เจอสิ่งใดแล้วก็ขอให้จบเลย ดูเพียงว่ามันเป็นจริงหรือไม่ ตนไม่ได้กลั่นแกล้งเพื่อเชื่อมโยงเปิดเรื่องนี้ก่อนอภิปราย มันอยู่ที่ทางนั้นคิดแต่ความจริงมันออกมาเล้ว ตนทำถูกต้องและรับผิดชอบ มันชัดเจน ไม่ได้ปั้นแต่งเสแสร้ง”รมว.กลาโหมกล่าวและว่า  การถอนยศในขั้นตอนต่อไป  ตนลงนามปลดนายอภิสิทธิ์ออกจากราชการย้อนไปเมื่อปี2531 จากนั้นจะมีการถอนคำสั่งบรรจุเข้ารับราชการและการเรียกคืนเบี้ยหวัดคืนตามขั้นตอนว่าเรียกคืนได้หรือไม่  ข่าวนี้ตนให้ข่าวมาตลอด  ไม่ได้แอบทำ ตนทำแบบลูกผู้ชายและถูกต้องตารมระเบียบ
 
          ส่วนความหนักใจในการอภิปรายและถอดถอนนั้น รมว.กลาโหมกล่าวว่า   ตนพร้อม แม้ทางนั้นไม่บอกข้อมูล เรื่องนี้น่าจะทำกันเเบบลูกผู้ชาย  เพราะนักมวยจะชกกันยังรู้วันชกเลย  แต่กรณีของตนนั้นฝ่ายค้านไม่บอกข้อมูลเลย แต่ตนได้เตรียมตัวไว้แล้ว




"สุกำพล" พร้อมแจงศึกซักฟอก บอกลูกผู้ชายต้องพูดตรงๆ 

          พล.อ.อ.สุกำพล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์กับพรรครักประเทศไทย ยื่นญัตติถอดถอนและอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ขณะนี้ตนยังไม่ได้เตรียมการใดๆ เพราะยังไม่ทราบว่าฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายเรื่องอะไร ส่วนจะเป็นเพราะบทบาทของรมว.กลาโหมในการดำเนินการปลดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกจากราชการการเป็นทหารกองหนุนหรือไม่นั้น ต้องไปถามพรรคประชาธิปัตย์ หากฝ่ายค้านจะยื่นถอดถอนตน ถ้ามีเหตุผลก็ว่ากันไป ส่วนจะยื่นเรื่องใดก็ขอให้บอกกันมา ตนจะได้ดำเนินการชี้แจง ส่วนระบุว่าตนดำเนินการทุจริตในสมัยที่เป็นรมว.คมนาคมนั้นตนพร้อมชี้แจง ลูกผู้ชายต้องพูดกันตรงๆ ผิดตรงไหนก็บอกมา หากผิดจริงก็ออก ก็ควรระบุให้ชัดเจนว่าตรงไหน



'สุกำพล'ไม่หวั่น'มาร์ค'ฟ้องศาลปปครอง


          พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นฟ้องศาลปกครองกรณีที่ถูกดำเนินการปลดออกจากราชการเป็นทหารกองหนุนและเตรียมเรียกคืนเบี้ยหวัดว่า ตนไม่รู้ว่าอย่างไร หากมีการฟ้องศาลปกครองตนก็พร้อมชี้แจง สำหรับขั้นตอนการดำเนินการต่อไปในส่วนของกระทรวงกลาโหมนั้น จะต้องมีการปลดนายอภิสิทธิ์ออกจากราชการก่อนตั้งแต่ 2 มิ.ย. 2531 ส่วนคำสั่งอื่นๆ ก็จะทยอยออกคำสั่งตามขั้นตอน รวมถึงเรื่องการถอดยศด้วย ส่วนจะเป็นอำนาจของใครก็เป็นของคนนั้นไป ส่วนเรื่องการเรียกเบี้ยหวัดคืนเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการที่กำลังดำเนินการอยู่ แต่จะเป็นเงินจำนวนเท่าไหร่นั้นตนไม่ทราบ เพราะจะต้องมีกติกาหลายอย่างเป็นขั้นตอนตามกฎหมายและระเบียบต่างๆ
 
          เมื่อถามว่าจะมีการชี้แจงกรณีดังกล่าวอย่างเป็นทางการหรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ไม่มี เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องชี้แจง เพราะขนาดมีการปลดคนอื่นก็ไม่ได้มีการชี้แจง ถ้าปลดคนนี้ต้องมาชี้แจงตลอดก็ไม่จำเป็น สำหรับในคำสั่งที่ระบุว่านายอภิสิทธิ์ประพฤติมิชอบในทางราชการจะส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตรวจสอบหรือไม่นั้น ขณะนี้ทางคณะกรรมการกำลังศึกษากันอยู่ว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานกว่า 20 ปีแล้ว ส่วนความผิดเจ้าหน้าที่ออกเอกสารนั้นได้มีการสอบสวนและลงโทษตั้งแต่ 2544 อย่างไรก็ตามเรื่องปลดและการถอดยศที่ผ่านมานั้นมีหลายสาเหตุ และมีหลายคนที่ถูกดำเนินการแต่ไม่เป็นข่าว กรณีนี้เหมือนกับกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เซ็นชื่อให้คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ภรรยาพ.ต.ท.ทักษิณซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก ตนถามว่าเจ้าหน้าที่รู้หรือไม่ และมีการลงโทษหรือไม่ เป็นกรณีที่เกิดขึ้นเหมือนกัน ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณก็ไม่เคยโวยวาย
 
          เมื่อถามว่าถ้านายอภิสิทธิ์เป็นบุคคลธรรมดา ไม่ใช่ผู้นำฝ่ายค้านจะถูกดำเนินการถอดยศหรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า คงถูกปลดไปนานแล้ว และเรื่องคงดำเนินการเสร็จเร็วกว่านี้ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ต้องดูตามข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร อย่าบ่ายเบี่ยงว่าตนไม่ดำเนินการกับข้าราชการที่ออกเอกสาร ถามว่านายอภิสิทธิ์รู้หรือไม่ว่าหนังสือที่ออกมาถูกต้องหรือไม่ อย่านำการเมืองมาเบี่ยงเบนประเด็น ต้องดูว่านายอภิสิทธิ์ทำจริงหรือไม่และมีหลักฐานที่ออกมาแบบนั้นหรือไม่ อย่างอื่นเป็นเรื่องที่ตามมา
 
          "ประเด็นคือคุณทำจริงหรือไม่ ทั้งหมดเป็นหลักฐานเท็จ การที่จะนายอภิสิทธิ์ฟ้องศาลปกครองนั้นดีแล้ว ส่วนที่ระบุว่าถูกรังแกนั้น ผมถามว่าแล้วเรื่องเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ ซึ่งผมต้องดำเนินการตามกฎหมาย หากไม่ดำเนินการก็จะผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ที่ค้ำคอตนอยู่ ถ้าไม่ดำเนินการผมก็จะติดคุก"รมว.กลาโหมกล่าว
  
          เมื่อถามว่าเกรงหรือไม่ว่าเรื่องนี้จะเป็นการจุดประเด็นการชุมนุมใหญ่รอบ 2 ของพล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือเสธ.อ้าย ประธานองค์การพิทักษ์สยาม พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า อย่านำไปเชื่อมโยงกัน มันคงไม่เกี่ยวข้องกัน ขอให้โลกสงบบ้าง เมื่อถามย้ำว่าการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสธ.อ้ายในวันที่ 24 พ.ย. จะมีการกำชับกำลังพลไม่ให้มาร่วมชุมนุมหรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า เรื่องนี้ตนได้กำชับแล้วจะไม่พูดอีก การชุมนุมมีทั้งฝ่ายสนับสนุนและต่อต้านบางกลุ่มก็เป็นรุ่นพี่เตรียมทหารตนไม่อยากพูดมาก ทั้งนี้รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาจากการเลือกตั้งได้มาจากการที่ประชาชนลงคะแนนเสียงให้ หากดำเนินการไม่ดีก็มีช่องทางมากมาย เช่นกรณีนายอภิสิทธิ์ หากระบุว่าตนดำเนินการไม่ถูกต้องก็ไปฟ้องร้องต่อศาลปกครอง ซึ่งมีช่องทางมากมายให้ดำเนินการ เรื่องการชุมนุมเช่นกันมีช่องทางมากมาย อย่างไรก็ตามขอร้องสื่อมวลชนว่าอย่าทำเป็นประเด็นให้คนสนใจ ตนถามว่าการชุมนุมนั้นดีต่อประเทศชาติหรือไม่ หากสื่อเห็นว่าดีก็ขอให้นำเสนอ ถ้าไม่ดีก็ไม่นำเสนอ ซึ่งเรื่องนี้คือการช่วยชาติของสื่อ


วอนหยุดพูดเรื่องลอบสังหาร "ทักษิณ" 

          พล.อ.อ.สุกำพล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรับมนตรี ยืนยันว่ามีขบวนการลอบสังหารพ.ต.ท.ทักษิณจริงที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า เเต่สื่อต่างประเทศบางเเขนงระบุว่าได้สัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ความมั่นคงพม่าเเล้วพบว่าไม่มีข้อมูลเรื่องนี้ว่า เมื่อพ.ต.ท.ทักษิณไม่เดินทางมาจ.ท่าขี้เหล็กแล้ว ก็อย่าไปพูดถึงเรื่องนี้อีกเลย เพราะพูดไปก็เป็นประเด็นเปล่าๆ ไม่มีประโยชน์ มันจบไปแล้วเรื่องนี้

 เมื่อถามว่า หลายฝ่ายมองว่าเรื่องดังกล่าวนั้น ฝ่ายการเมืองนำเรื่องความมั่นคงมาเล่นเป็นประเด็นการเมือง พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า เรื่องนี้จบไปแล้ว ตนขอไม่พูด เมื่อถามย้ำว่า แต่สาธารณชนยังต้องการรับทราบข้อเท็จจริงว่าแผนการลอบสังหารพ.ต.ท.ทักษิณมีจริงหรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ต้องฟังจากเหตุผลที่เขาว่า ขอให้รับฟังและตัดสินใจกันเอาเอง จะให้ตนตัดสินได้อย่างไร เพราะไม่สามารถตัดสินได้ว่ามีหรือไม่มี พูดไปไม่ได้ประโยชน์

 เมื่อถามอีกว่า พม่ายืนยันว่าการจับอาวุธสงครามได้ที่จ.ท่าขี้เหล็ก ไม่เกี่ยวกับการลอบสังหารพ.ต.ท.ทักษิณ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า “ผมไม่ทราบ” เมื่อถามต่อว่าทางกองทัพได้ดำเนินการข้อมูลเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องการลอบสังหาร พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า อย่าด่วนสรุป ตนรู้ว่าเป็นอย่างไร ใครจะพูดก็พูดไป พูดมากไปก็เป็นปัญหา รวมทั้งขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณก็ไม่ได้มาจ.ท่าขี้เหล็กแล้ว เมื่อถามย้ำว่าแต่นายพานทองแท้ทำเรื่องนี้ให้เป็นประเด็น พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า สื่อต้องทำให้จบประเด็น พูดเรื่องอื่นดีกว่า ส่วนจะมีการเคลียร์ใจกันหรือไม่กับนายพานทองแท้คงไม่ต้อง เพราะตนเป็นผู้ใหญ่และเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องเล็กน้อย