ข่าว

เลียนกับเรียน

เลียนกับเรียน

09 พ.ย. 2555

เลียนกับเรียน: วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล

              ระยะนี้มีผู้แสดงความห่วงใยภาษาไทยบ่อยขึ้น ในการประชุมต่างๆ หรือพบปะสนทนากับบุคคลในหลายๆ วงการ
 
              เรื่องหนึ่งซึ่งมักมีผู้หยิบยกขึ้นมาพูดก็คือการใช้ภาษาไทยของคนในปัจจุบัน หรือมาตรฐานและคุณภาพของภาษาไทยของบรรดาสื่อต่างๆ บางคนแสดงความหงุดหงิดกับพนักงานรุ่นใหม่ๆ ในองค์กรของตนที่สั่งงานอะไรไปแล้วไม่สามารถสรุปประเด็น หรือร่างหนังสือราชการ หรือจดหมายธุรกิจ ให้ผู้ที่ได้รับอ่านเข้าใจได้ อีกคนเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยได้รับมอบให้ประเมินผลของผู้สำเร็จการศึกษาด้านภาษาไทยในระดับปริญญาโท บอกว่าในจำนวนผู้สำเร็จการศึกษา 20 กว่าคนนั้น เขาให้ผ่านการประเมินเพียง 2 คน
 
              คำถามต่อมาก็คือ เหตุใดภาษาไทยของคนไทยในเวลานี้ถึงไม่เข้มแข็ง ไม่ต้องอะไรมากหรอกครับ แม้แต่เขียนหนังสือก็แทบจะไม่เป็นตัว และภาษาไทยง่ายๆ แค่การใช้ไม้ม้วนกับไม้มลาย หรือไม้เอก ไม้โท ก็ใช้กันไม่ถูกแล้ว ไม่รวมถึงคำที่เขียนตามความคิดของตนเอง เช่น แร้นแค้น เป็น แร้งแค้น, คุกเข่า เป็น คลุกเข่า, รักสามเส้า เป็น รักสามเศร้า รวมทั้งที่เขียนโดยขาดความรู้ เช่น ตะเกียงลาน เป็น ตะเกียงใบลาน หรือน้ำอบไทย เป็น น้ำอบเชย เป็นต้น สาเหตุสำคัญของเรื่องเหล่านี้มาจากการที่คนเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยอ่านหนังสือกันนั่นแหละครับ โดยเฉพาะหนังสือที่ใช้ภาษาดีๆ มีหลักมีเกณฑ์
 
              คุณสมบัติประการสำคัญที่ทำให้มนุษย์สามารถถ่ายทอดและเผยแพร่ความรู้ในเรื่องต่างๆ อย่างกว้างขวางได้ ก็คือ “การเลียน” และ “การเรียน”
 
              “การเลียน” ก็คือทำตามอย่าง เช่นการที่เด็กๆ เลียนเสียง เลียนคำพูด เลียนกิริยาท่าทางของผู้ใหญ่ ซึ่งผิดบ้างถูกบ้างตามแต่จะสามารถจดจำและทำตามได้
 
              ส่วน “การเรียน” คือการศึกษาเล่าเรียนเพื่อให้เกิดความรู้อย่างกว้างขวางในเรื่องนั้นๆ ทั้งจากระบบการเรียนการสอน และการศึกษาด้วยตนเอง ซึ่งจะพบว่าคนเดี๋ยวนี้ชอบ “การเลียน” มากกว่า “การเรียน”
 
              การที่คนไทยในสมัยก่อนมีความรู้ภาษาไทยเป็นอย่างดี มาจากการเรียนมากและการอ่านมาก แต่ทุกวันนี้ระบบการศึกษาของเราไม่ได้ให้ความสำคัญต่อภาษาไทยเช่นในอดีต ซึ่งส่งผลถึงการอ่านโดยตรง จากสถิติล่าสุดที่สำรวจพบว่าคนไทยอ่านหนังสือปีละ 2-5 เล่ม ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงรากเหง้าของปัญหาที่กำลังเป็นที่วิตกกังวลกันอยู่ในเวลานี้ เพราะเมื่อไม่อ่านก็ไม่มีโอกาสได้เห็นตัวหนังสือ ตัวสะกดการันต์ หรือภาษาเขียน
 
              ดังนั้น จึงเขียนคำต่างๆ เลียนคำพูด หรือการสนทนาซึ่งได้ยินได้ฟัง ทำให้ไม่มีรูปแบบที่ถูกต้อง และบางครั้งก็เป็นการใช้ภาษาไทยปนภาษาอิเล็กทรอนิกส์ ภาษาต่างประเทศ หรือภาษาเฉพาะกลุ่ม แต่ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและระบบโซเชียลเน็ตเวิร์ก จึงทำให้ภาษาพันทางเหล่านี้แพร่หลายไปอย่างรวดเร็ว
 
              เรื่องภาษาไทยของคนไทยสมัยนี้นับเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจอย่างมาก เพราะขณะที่มีคนบางกลุ่มแสดงอาการคัดค้านการสอนภาษาอังกฤษแก่นักเรียนชั้นประถม เพราะเกรงว่าเด็กจะลืมภาษาไทย แต่ปรากฏว่านอกจากเด็กไทยทุกวันนี้จะใช้ภาษาอังกฤษไม่ได้ดีแล้ว ก็ยังใช้ภาษาไทยไม่ได้เรื่องด้วย
 
              เมื่อมีคนในที่ประชุมหรือวงสนทนาถามความเห็นผม ว่าจะแก้ไขปัญหาการใช้ภาษาไทยอย่างไร? ผมก็มักจะแนะนำว่าต้องหาทางให้คนไทยอ่านหนังสือดีๆ กันมากๆ ครับ เพราะเมื่อเราเปลี่ยนจาก “การเลียน” มาเป็น “การเรียน” ก็จะเกิดความรู้ที่ถูกต้องเอง
 
              อ้อ...ปีหน้ากรุงเทพฯ จะเป็นเมืองหนังสือโลกแล้วนะครับ ใครก็ได้ช่วยปลุกผู้บริหาร กทม. หน่อยเถอะครับ