ข่าว

'เฉลิม'โต้จัดฉากลอบสังหาร'แม้ว'

'เฉลิม'โต้จัดฉากลอบสังหาร'แม้ว'

08 พ.ย. 2555

'เฉลิม' ขึ้นเหนือแถลงผลงานปราบปรามยาเสพติดเชียงราย โต้ข่าวจัดฉากลอบสังหาร 'ทักษิณ' ซัดพวกว่างงานจ้องจับผิด

                       8 พ.ย.55 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ ได้เดินทางมายังหอประชุมนานาชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย เพื่อมอบนโยบายปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดอย่างยั่งยืนในปี 2556 ในพื้นที่ 17 จังหวัดในภาคเหนือ และได้ร่วมกับพล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.5 พล.ต.สมศักดิ์ นิลบรรเจิด ผบ.กองกำลังผาเมือง และนายวิชัย ไชยมงคล ผอ.ป.ป.ส.ภาค 5 แถลงข่าวเกี่ยวกับการปราบปรามยาเสพติด อาวุธปืน และตรวจยึดเงินสด ในพื้นที่ จ.เชียงราย

                       ทั้งนี้ได้มีการนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาแถลงข่าวโดยแบ่งเป็น 4 ราย โดยรายแรกเป็นคดียาเสพติด มีผู้ต้องหาจำนวน 2 ราย คือ นายกิตติชัย ยอดมณี อายุ 30 ปี ชาว อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย และนายเกษม มนตรีพิริยะ อายุ 28 ปี ชาว อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย พร้อมยาบ้าจำนวน 20 เม็ด และเงินสดอีกจำนวน 17 ล้านบาท โดยทางตำรวจสามารถจับกุมได้หลังจากสืบทราบว่าจะมีการส่งมอบเงินสดจำนวน 17 ล้านบาท เพื่อซื้อยาบ้าที่บริเวณห้างแมคโคร จ.เชียงราย จึงได้วางกำลังดูพฤติกรรมอยู่ห่างๆ จนกระทั่งผู้ต้องหาได้เดินทางมาถึงและส่งมอบเงินสด ทางเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าทำการจับกุม จากนั้นได้ทำการตรวจค้นรถที่ผู้ต้องหาขับมาพบว่ามีเงินสดบรรจุอยู่ในกล่องกระดาษเป็นธนบัตร ฉบับและ 500 บาท และฉบับละ 1,000 บาท บรรจุอยู่จำนวน 2 กล่องทางเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวและยึดของกลางไว้เพื่อทำการสอบสวนและขยายผลเพื่อจะติดตามจับกุมเครือข่ายยาเสพติอต่อไป

                       รายที่ 2 เป็นการตรวจยึดถุงพลาสติกที่ใช้สำหรับการบรรจุยาบ้า จำนวน 6 กระสอบ น้ำหนัก 150 กิโลกรัม พร้อมอุปกรณ์บรรจุยาบ้าจำนวน 1 ชุด โดยสามารถทำการจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 รายคือนายปฐวี ดำริเลิศวิวัฒนะ อายุ 30 ปี ชาว อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งจับกุมได้ขณะผู้ต้องหากำลังขับรถยนต์ หมายเลขทะเบียน บพ 1424 เชียงราย มาที่บ้านลีซอกลางเวียง ม.21 ต.แม่ข้าวต้ม อ.เมือง จ.เชียงราย ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจค้นจึงได้พบของกลางดังกล่าว โดยผู้ต้องหาให้การว่าได้รับค่าจ้างจำนวน 20,000 บาท เพื่อนำของกลางไปส่งที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย แต่ก็มาถูกจับกุมได้เสียก่อน

                       ส่วน รายที่ 3 สภ.เมืองเชียงราย จับกุม ส.อ.บุญชุม ดอนชัย อยู่ที่ 315 ม.5 ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมือง จ.เชียงราย พร้อมด้วยของกลางเป็นอาวุธปืนลูกซองยาวจำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนยาวขนาด .22 ดัดแปลงสภาพคล้ายกับปืนเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืนขนาดต่างๆอีกจำนวนมาก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ที่ บ้านพักของ ส.อ.บุญชม ซึ่งสืบทราบว่าได้ลักลอบจำหน่ายวัตถุระเบิดและอาวุธปืนอย่างผิดกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ได้นำหมายศาลบุกตรวจค้นและสามารถจับกุมได้พร้อมของกลางทั้งหมดในบ้านพักของ ส.อ.บุญชม

                       สำหรับ รายที่ 4 สภ.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย สามารถทำการจับกุม ยาเสพติดได้โดยมีผู้ต้องหา 2 รายคือ นางอาซุ้ม เชอหมื่อ และนายอาปอ อามอ ชาว ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย พร้อมของกลางเป็น ยาบ้าจำนวน 20 เม็ด เฮโรอีนบรรจุอยู่ในหลอกกาแฟ และเฮโรอีนบรรจุอยู่ในหลอดพลาสติกใส อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้ที่บ้านของผู้ต้องหาเนื่องจากสืบทราบว่าบ้านดังกล่าวเป็นที่พักยาเสพติด

                       ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในปัจจุบันกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติด ได้มีวิธีการซื้อขายในรูปแบบใหม่ จากเดิมที่ใช้วิธีการโอนเงินเข้าบัญชีของผู้จำหน่ายยาเสพติด แล้วจ้างวานชาวบ้านให้เป็นผู้ขนยาเสพติดไปให้ แต่ปัจจุบันขบวนการค้ายาเสพติดได้ใช้วิธีให้ผู้จ้างวาน นำเงินมาซื้อยาเสพติดที่ชายแดนไทย-พม่า แล้วรับยาเสพติดไปส่งให้กับผู้ค้าซึ่งวิธีนี้จะทำให้การตรวจสอบที่มาจากการโอนเงินและแหล่งที่รับเงินไม่ได้

                       สำหรับการจับกุมอาวุธสงครามที่ประเทศพม่านั้นที่มีกระแสว่าเป็นการจัดฉากนั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ข้อเท็จจริง เมื่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมายังจังหวัดท่าขี้เหล็ก ทางพม่าจึงได้จัดกำลังทหารกว่า 8 คันรถ เดินทางมายัง จ.ท่าขี้เหล็ก เพื่อตรวจสอบความผิดปกติ เนื่องจากได้ข่าวว่าจะมีการลักลอบนำอาวุธสงครามเข้ามาเก็บไว้ในพื้นที่ ซึ่งทางพม่าก็ได้ตรวจพบอาวุธสงครามดังกล่วจริง โดยสามารถยึดลุกกระสุน อาพีจี จำนวน 3 ลูกพร้อมเครื่องยิง และอาวุธปืน เอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครืองกระสุน ซึ่งเป็นความจริง ไม่ได้มีการจัดฉากสร้างกระแสแต่อย่างใด การกล่าวหาว่าจัดฉากนั้นเกิดจากพวกที่ว่างงานจัด ไม่ทำงานคอยแต่จ้องจะจับผิดของฝ่ายตรงข้ามซึ่งทำงานอยู่ตลอดเวลา

                       ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า ด้านการปราบปรามยาเสพติดทางประเทศไทย ได้ประสานกับประเทศจีน และประเทศพม่า เพื่อหาทางออกในการปราบปรามยาเสพติด โดยได้ให้ทางประเทศพม่าประสานงานไปยังชนกลุ่มน้อยและกลุมที่ผลิตยาเสพติดกลุ่มโกกั้ง เหว่ยเซี๊ยะกัง และยี่เซ ต้องเลิกผลิตยาเสพติดอย่างถาวรภายใน 3 ปี ก่อนเปิดภูมิภาคอาเซียน ซึ่งในปัจจุบันต้องยอมรับว่าการปราบปรามยาเสพติดเฉาะในประเทศของเราไม่เป็นผลสำเร็จเพราะแหล่งผลิตอยู่นอกประเทศดังนั้นจึงต้องประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านในการปราบปรามยาเสพติดจึงจะได้ผลอย่างแท้จริง

                       ด้านพล.ต.สมศักดิ์ นิลบรรเจิด ผบ.กองกำลังผาเมือง กล่าวว่า ในปัจจุบันทางการข่าวของทหารได้ทราบว่ามีการผลิตยาบ้าอยู่นอกประเทศอีกจำนวน 500 ล้านเม็ด เพื่อจะส่งเข้าไทยโดยจะทยอยเข้ามาทางแนวชายแดนโดยอาศัยช่องทางต่างๆ ซึ่จะลักลอบเข้ามาทีละน้อย ซึ่งกลุ่มผู้ผลิตยาเสพติดในรัฐฉานซึ่งมีถึง 6 โรงงาน มีศักยภาพในการผลิตมากในการผลิตยาบ้าโดยเฉพาะอยู่ ซึ่งสามารถผลิตยาบ้าได้ถึงวันละกว่าล้านเม็ด ด้วยเหตุนี้การปราบปรามจึงต้องประสานความร่วมมือกับประเทศพม่า ซึ่งประเทศพม่าก็ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

 

'เฉลิม' เน้นนโยบายเอาชนะยาเสพติด

 

                      ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ ได้เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายการปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดอยางยั่งยืน ปี 2556 ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งประกอบด้วย เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน พะเยา แพร่ ลำปาง ลำพูน กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร ตาก นครสวรรค์ สุโขทัย เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ และอุทัยธานี โดยมีหัวหน้าหน่วยราชการเข้าร่วมประชุมกว่า 1,200 คน

                       ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวในที่ประชุมว่า การปราบปรามยาเสพติดอย่างยั่งยืนจะต้องอาศัยทุกฝ่ายร่วมมือกันเพื่อทำให้การปราบปรามยาเสพติดได้ผลอย่างยั่งยืนและประสบผลสำเร็จ โดยได้เน้นนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญที่จะเน้นย้ำสร้างความเข้าใจถึงนโยบายหลักของรุฐ รวมถึงยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดในปี 2556 ที่ต้องการให้หน่วยงานราชการทั้งภาคประชาสังคม ได้เกิดความตื่นตัว ตระหนัก และร่วมเป็นพลังแผ่นดินในการต่อสู้กับปัญหายาเสพติดต่อเนื่องจากปี 2555 โดยมุ่งเน้นแก้ปัญหาที่หมู่บ้าน ชุมชน การป้องกันเด็กและเยาวชนทั้งในและนอกสถานศึกษา และกำหนดให้ปี 2556 เป็นปีแห่งการบำบัดรักษาผู้เสพ และผู้ติดยาเสพติดแบบครบวงจร โดยเน้นติดตามช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด เพื่อตัดวงจรการค้ายาเสพติด รวมถึงโครงการชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืน และจะปฏิบัติการเชิงรุกปิดล้อม X-ray ใน 90 วัน เพื่อให้ยาเสพติดหมดไปจากชุมชน