ข่าว

ตร.จราจรเหยื่อปิกอัพซิ่งชน'เสียชีวิตแล้ว'

ตร.จราจรเหยื่อปิกอัพซิ่งชน'เสียชีวิตแล้ว'

08 พ.ย. 2555

"ด.ต.สัมฤทธิ์" โดนปิกอัพชน ขณะลงรถมาช่วยคน บนทางพิเศษเฉลิมมหานคร ได้เสียชีวิตแล้ว เบื้องต้นแพทย์สันนิษฐาน กระดูกต้นคอหลุดเป็นเหตุให้เสียชีวิต ผบ.ตร.เป็นประธานรดน้ำศพ

              วันที่ 8 พ.ย.2555 เวลา 10.00 น.  พ.ต.ท.ชุมพล เรืองพุ่ม พนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.ทางด่วน 1 เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณี ด.ต.สัมฤทธิ์ ภูศักดิ์ อายุ 39 ปี ผบ.หมู่งานสายตรวจ งานศูนย์ควบคุมจราจรด่วน 1 กก.2 บก.จร. ถูกนายสาธิต เชยเคารพ อายุ 39 ปี ขับรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ยร 5962 กทม. ชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณบนทางด่วนขาออกมุ่งหน้าถนนบางนาตราด เลยทางออกสุขุมวิท 62 ก่อนถึงจุดพักรถ 500 เมตร ขณะกำลังจอดรถทำความช่วยเหลือประชาชน ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมาว่า เบื้องต้นได้รับแจ้งจากแพทย์ รพ.ไทยนครินทร์ ได้สันนิษฐานสาเหตุการเสียชีวิตของ ด.ต.สัมฤทธิ์ ว่า กระดูกต้นคอหลุดเป็นเหตุให้เสียชีวิต เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยขณะนี้ศพได้ส่งนิติเวชฯ รพ.ตำรวจ เพื่อทำการชันสูตรพลิกศพหาสาเหตุที่แท้จริง ทั้งนี้ ทางญาติจะนำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดตรีทศเทพ และจะมีพิธีรดน้ำศพในเวลา 16.00 น.วันที่ 8 พ.ย. 2555 ก่อนจะเคลื่อนย้ายศพไปไว้ที่ จ.ชัยภูมิ

              พ.ต.ท.ชุมพล กล่าวต่อว่า จากการสันนิษฐานเบื้องต้นคาดว่านายสาธิต ขับรถมาด้วยความเร็วแล้วเบี่ยงรถไปยังไหล่ทางเพื่อแซงซ้ายรถที่วิ่งอยู่ด้านหน้า จากนั้นได้เบรครถกระทันหัน แต่เบรคไม่ทันจนเป็นเหตุให้ชน ด.ต.สัมฤทธิ์ เข้าอย่างจัง และลากศพไปกว่า 8 เมตร เนื่องจากมีร่องรอยการเบรครถเป็นทางยาวกว่า 28 เมตร และร่องรอยการลากศพอีกด้วย เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้ทำการแจ้งข้อหานายสาธิต ว่า ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหายและมีผู้อื่นถึงแก่ความตาย ไว้ก่อน อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะทำการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด ก่อนสรุปสำนวนอีกครั้ง โดยครอบครัวของนายสาธิต ผู้ที่ก่อเหตุได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวของผู้ตายเบื้องต้นเป็นเงินจำนวน 70,000 บาท

 

ผบ.ตร.เป็นประธานรดน้ำศพจราจรเหยื่อปิกอัพชิ่ง

             เมื่อเวลา 13.00 น.  ที่สถาบันนิติเวช รพ.ตร. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบก.จร. พ.ต.อ.สุรัศมิ์ชัย อุดมรัตน์นวชัย รอง ผบก.จร. พร้อมเพื่อนข้าราชการตำรวจ บก.จร. 20 นาย และนายอี ภูศักดิ์ อายุ 68 ปี บิดาของ ด.ต.สัมฤทธิ์ ภูศักดิ์ สังกัด สน. ทางด่วน 1 ที่เสียชีวิต ขณะปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือรถเสีย บนทางด่วน ได้เดินทางมารับศพ ด.ต.สัมฤทธิ์  โดย พล.ต.ต.ปิยะ เปิดเผยว่า ทาง บก.จร.ได้ทำหนังสือถึง สตช.เพื่อขออนุมัติเลื่อนขั้นให้กับ ด.ต.สัมฤทธิ์ 3 ขั้น 3 ชั้นยศ จาก ด.ต.เป็น ร.ต.อ. เพราะเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนี้ ยังมีเงินช่วยเหลือจากกองทุนฌาปณกิจ 530,000 บาท กองทุนบำเหน็จบำนาญ 300,000 บาท และเงินช่วยเหลืออื่น ๆ จากการทางพิเศษฯ โดยจะนำศพไปที่ศาลา 4 วัดตรีทศเทพ โดยในเวลา 18.00 น. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. จะเป็นประธานในพิธีรดน้ำศพ และสวดศพ ก่อนจะเคลื่อนย้ายศพไปสวดวัดโคกคราม ม.เชียงพิน อ.บ้านแพ่ง จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นภูมิลำเนาต่อไป

             พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวอีกว่า การทำงานของตำรวจนั้น ทาง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.กำชับว่า ตำรวจทุกคนที่ออกปฏิบัติหน้าที่ ไม่ว่าจะสายปราบปราม สืบสวน และ จร.ให้ปฏิบัติตามยุทธวิธีตำรวจ โดยตำรวจจราจร หากเป็นยามค่ำคืน ก็ต้องมีป้ายไฟบอกชัดเจน แต่กรณีนี้เกิดกลางวันที่มองเห็นชัดเจน แต่ก็มีปัจจัยเรื่องจุดเกิดแหตุที่เป็นทางโค้ง ทางลงสะพานมาจากทางด่วนก็อาจจะใช้ความเร็ว เป็นจุดเสี่ยง ซึ่งจะประสานกับการทางพิเศษฯ คิดหาวิธีป้องกันรถ อย่างใดอย่างหนึ่ง อาจเป็นการตีเส้น ลูกระนาด เพื่อป้องกันเหตุร้าย แม้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทุกคนยังมีขวัญกำลังใจดี และยินดีช่วยเหลือประชาชนต่อไป ส่วนผู้ต้องหาก็จะดำเนินการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมเป็น ขับขี่รถประมาทเป็นเหตุให้รถยนต์คันอื่นเสียหาย และทำให้มีผู้อื่นเสียชีวิต

             ส่วนผลการตรวจพิสูจน์ศพ ด.ต.สัมฤทธิ์ นั้น พ.ต.ท.พงษ์สุริเดช สุตสาครเย็น แพทย์เวร รพ.ตร. ผู้ผ่าศพ ด.ต.สัมฤทธิ์ ระบุในเอกสารสาเหตุการตายว่า เกิดจากกระดูกสันหลังต้นคอติดกับกระโหลกหลุด สมองฟกช้ำ และตับปริแตก
            
             ด้านนายอี กล่าวว่า ทราบข่าวลูกชายเสียชีวิตเมื่อเย็นวันที่ 7 พ.ย. โดยมีเพื่อนของลูกชายโทรศัพท์มาบอก ก็รู้สึกช๊อคและเสียใจ เพราะลูกเป็นคนซื่อๆ เงียบๆ ชอบช่วยเหลือคนอื่น ทำงานส่งเสียเลี้ยงดูตนมาตลอด ทั้งนี้ลูกเคยโทรมาเล่าให้ฟังเรื่องการทำงานจนได้รับคำชมจากผู้บังคับบัญชาเสมอ ซึ่งตนอยากจะบอกเป็นครั้งสุดท้ายว่า รู้สึกภูมิใจในตัวลูกชาย เขาทำหน้าที่ได้ดีแล้ว ก็ขอให้ไปสู่สุขติ

             ขณะที่ ด.ต.ถวิล อิตพิมาย ผบ.หมู่.จร.สน.ทางด่วน 1 เพื่อนผู้ตาย กล่าวว่า ผู้ตายเป็นคนอัธยาศัยดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น เมื่อมีวิทยุแจ้งพบรถเสียก็จะรับไปช่วยเหลือทันที เป็นคนธรรม ธรรมโม ชอบทำบุญตักบาตร ซึ่งก่อนเกิดเหตุสังเกตว่าผู้ตายมีสีหน้าหมองคล้ำ เหมือนเป็นลางสังหรณ์ แต่ไม่คิดว่าจะเสียชีวิต