
รถไฟฟ้าสายสีม่วงวัดใจรัฐบาลยิ่งลักษณ์
รถไฟฟ้าสายสีม่วงวัดใจรัฐบาลยิ่งลักษณ์ : บทความโดยธนาสน ธรรมเมธี
หลังจากปรับครม.ได้รัฐมนตรีใหม่บ้างเก่าบ้างกันแล้ว “ครม.ปู 3” ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ต้องเดินเครื่องต่อไป เพราะยังมีโครงการอีกเพียบรอให้สะสาง โดยเฉพาะที่ กระทรวงคมนาคม ยังมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ส่วนเหนือ (บางซื่อ-บางใหญ่) ผลงานที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ฝากเอาไว้ให้ดูต่างหน้า
เดิมนั้นสัมปทานเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วง ส่วนเหนือ ระยะทาง 23 กม. มูลค่าลงทุนกว่า 68,000 ล้านบาทนี้มีแนวโน้มว่าจะตกเป็นของบริษัทผู้รับสัมปทานรายเดิมคือ บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีเอ็มซีแอล เจ้าเก่าที่บริหารรถไฟฟ้าใต้ดินอยู่เวลานี้
รัฐบาลชุดก่อนคิดสูตรสัมปทานใหม่ภายใต้รูปแบบ PPP Gross Cost อันเป็น “สิ่งประดิษฐ์ใหม่” สุดพิสดารที่อ้างว่าดึงเอกชนช่วยรัฐลงทุนและช่วยซื้อของให้จะได้ถูกกว่า แถมยังเตรียมผูกปิ่นโตกับรถไฟฟ้าสายสีอื่นๆ อีกด้วย
แต่ที่ “ปิดดีล” ไม่ลง ก็เพราะข้อเสนอของบีเอ็มซีแอล ดันคิดค่าจ้างสูงถึง 93,700 ล้านบาท แพงกว่าที่ รฟม.ศึกษาไว้คือ 70,000 ล้านบาท ซึ่งก็แปลว่าสูงกว่าที่ประเมินไว้ถึง 20,000 ล้านบาท และยังสูงกว่าที่เอดีบีที่กระทรวงการคลังว่าจ้างมาศึกษาวิเคราะห์ไว้ก่อนหน้าคือ 65,000 ล้านบาท
ก็ไม่รู้ศึกษากันยังไงดันราคาถึงได้สูงกว่าที่เอกชนเสนอมา ขนาดคณะกรรมการตาม มาตรา 13 ของพ.ร.บ.ร่วมทุนปี 2535 ลงมาเจรจาร่วม 2 ปี ก็ยังต่อรองราคาลดลงมาได้แค่ 84,000 ล้านบาทเท่านั้น
เมื่อเวลามันล่วงเลยรัฐบาลก็ยังวุ่นๆ อยู่กับโครงการประชานิยม ในที่สุดคณะกรรมการตาม มาตรา 13 จึงตัดสินใจรวบรัดเตรียมเสนอ ครม.อนุมัติสัมปทานเจ้าปัญหานี้ซะเลย แต่เมื่อพลิกไปดูไส้ในราคาที่คณะกรรมการเจรจาอ้างว่า บีเอ็มซีแอลยอมลดราคาลงให้นั้น ก็ทำเอาคน รฟม. “อึ้งกิมกี่” เพราะเนื้อแท้ของการปรับลดราคานั้น แท้จริงแล้วเป็นการปรับลดเนื้องานให้ตัวเลขรวมลดลงเท่านั้น
หาก ครม.ชุดนี้อนุมัติตามที่รัฐบาลชุดก่อนวางไว้ ก็มีหวังเข้าทาง เพราะฝ่ายค้านทำมากับมือ
ที่ตั้งป้อมกะจะไปเล่นงานเขาในโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอส ที่ กทม.ดอดไปเซ็นให้ บีทีเอส กรุ๊ป ขยายสัญญาสัมปทานไป 30 ปีรวด ก็มีหวังได้โดนสวนหมัด เพราะโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงนี้ เผลอๆ จะหนักกว่าเสียอีก
เห็นอย่างนี้แล้ว ก็คงวัดใจ ครม.ยิ่งลักษณ์ว่าจะเดินขึ้นเขียงให้เขาเชือดหรือไม่ เสร็จจากฝ่ายค้านก็ยังเหลือ ขาประจำ ทั้ง ป.ป.ช. ทั้งศาลปกครอง รอลงแขกแบบเดียวกับการประมูล 3จี ที่วันนี้ยิ่งกว่า “หมาหลงบนทางด่วน”
ที่สำคัญไม่รู้ว่า ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคมคนใหม่จะรู้ไส้ในโครงการนี้หรือไม่ว่า บีเอ็มซีแอลจัดซื้อระบบรถกว่า 14,000 ล้านบาท โดยที่บริษัทนอกจากไม่ต้องลงทุนสักแดงเพราะเตรียมเอาสัญญาที่ทำกันนี้ไปค้ำประกันเงินกู้ 100% ทั้งยังคิดดอกเบี้ยสูงถึง 6% ให้ รฟม.จ่าย
ไม่รู้ว่ามันประหยัดงบประมาณและช่วยรัฐลงทุนตรงไหน สอดคล้องกับหลักการโครงการสัมปทานร่วมลงทุน PPP Gross Cost ที่ว่าให้บริษัทเอกชนจัดซื้อของให้จะถูกกว่าตรงไหน? เพราะโครงการนี้ บริษัทเอกชนคู่สัญญาแค่ซื้อมาขายต่อให้รัฐก็บวกค่าโสหุ้ย บวกเปอร์เซ็นต์ แถมยังมาคิดดอกเบี้ยจากรัฐเข้าให้อีก
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะวิธีการที่ว่าหรือไม่ เมื่อข่าวออกไปราคาหุ้นบริษัทเอกชนก็โดดผึงขึ้นมาทันที
เพราะงานนี้ มีการขออนุมัติบอร์ดโอนงานจัดหารถไฟฟ้าในโครงการทั้งหมดไปให้ “บริษัทแม่” คือ ช.การช่าง ดำเนินการแทน ทั้งที่สุ่มเสี่ยงว่าจะผิดเงื่อนไขการประมูลและสัญญาจัดหาที่มีอยู่ที่ใช้คุณสมบัติของบีเอ็มซีแอลว่ามีประสบการณ์ในการจัดหา
นี่หาก ครม. เกิดไม่เห็นชอบสัญญานี้ขึ้นมา ก็ไม่รู้แมลงเม่านักลงทุนน้อยใหญ่จะไปไล่เบี้ยความเสียหายเอากับใคร
คงต้องวัดใจรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ว่าจะเดินหน้าอนุมัติโครงการรถไฟฟ้านี้ ทั้งที่ยังมีเวลากว่า 2-3 ปี หากจะดำเนินการประกวดราคาใหม่ให้ถูกต้องหรือตั้งหลักใหม่ให้ดีด้วยการทบทวนสัมปทาน PPP เสีย เพราะเนื้อแท้นั้นไม่ได้ช่วยรัฐประหยัดงบแต่กลับจะสร้างภาระมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม



