
อะไรกันนักหนาที่กระทรวงศึกษาฯ
อะไรกันนักหนาที่กระทรวงศึกษาฯ : ประชาธิปไตยที่รัก โดยพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ([email protected])
ประเด็นที่ฝ่ายค้านวิจารณ์ว่าฝ่ายรัฐบาลใช้ "รัฐมนตรี" ใน "กระทรวงศึกษาธิการ" เปลืองนี่ก็น่าสนใจยิ่ง อยากจะให้ดูข้อมูลสั้นๆ ดังนี้
รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร
1. นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการ พ.ศ. 2544-2545
2. นายปองพล อดิเรกสาร รัฐมนตรีว่าการ พ.ศ. 2545-2546
3. ดร.อดิศัย โพธารามิก รัฐมนตรีว่าการ พ.ศ. 2546-2548
4. นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการ พ.ศ. 2548-2549
รัฐบาลสุรยุทธ์ จุลานนท์
1. ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการ พ.ศ. 2549-2551
รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช
1. นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการ ก.พ.-ก.ย. 2551
รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์
1. นายศรีเมือง เจริญศิริ รัฐมนตรีว่าการ ก.ย.-ธ.ค. 2551
รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
1. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการ พ.ศ. 2551-2553
2. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการ พ.ศ.2553-2554
รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
1. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการ ต.ค. 2554 - 17 ม.ค.2555
2. ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการ 18 ม.ค.-26 ต.ค.2555
3. นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการ 27 ต.ค.2555-ปัจจุบัน
สรุปว่าที่น่าสนใจคือ ตัวเลขคร่าวๆ นี้บอกว่า ที่อยู่นานสุดน่าจะเป็น "คุณจุรินทร์" ของพรรคประชาธิปัตย์ และ "ดร.อดิศัย" ของพรรคไทยรักไทย ส่วนนอกนั้น "นกกระจอก" ไม่ทันกินน้ำทั้งสิ้น
แต่ถ้าพิจารณาตัวนโยบายจริงๆ แล้ว นโยบายส่วนใหญ่มีลักษณะต่อยอดกัน และน่าจะเป็นประเด็นที่ต่อเนื่องกันของพรรค และข้ามพรรคด้วย เพราะคิดว่าหลายเรื่องคงจะริเริ่มมาจากข้าราชการด้วย
แต่กระนั้นก็ตาม เรื่องประเด็นการเมืองของการศึกษา และการเมืองในกระทรวงศึกษาธิการนั้นน่าจะเป็นเรื่องที่ควรจะพิจารณากันอย่างจริงจังต่อๆ ไป แต่ในที่นี้ผมก็คิดว่าเราคงต้องคิดกันว่า เอ มันง่ายขนาดที่จะพูดว่ากระทรวงนี้เป็นกระทรวงที่ไม่สำคัญถึงเปลี่ยนบ่อยจริงหรือไม่ หรือจะเชื่อตามที่เขามองในอีกทางก็คือ
กระทรวงนี้เป็นกระทรวงที่สายแข็งมาก ในแง่ที่ว่าเข้าไปก็เปลี่ยนอะไรมากไม่ได้
ผมกลับรู้สึกว่าเรื่องกระทรวงศึกษาฯ นั้นคงต้องมองหลายระดับ ในระดับแรกคงต้องเชื่อว่าส่วนหนึ่งนั้นทุกพรรคการเมืองนั้นก็ย่อมจะหวังดีที่จะส่งคนดีๆ ไปประจำในกระทรวงนั้นทั้งนั้น แต่ในอีกทางหนึ่งก็ต้องอย่าลืมว่า กระทรวงศึกษาฯ นั้นมีมิติทางการเมืองที่น่าสนใจอยู่ด้วย
นั่นก็คือ เป็นกระทรวงที่เป็นฐานคะแนนเสียงที่ดีด้วย คือผู้ใดที่เป็นพันธมิตรกับคนในกระทรวงได้ ผู้นั้นก็จะอยู่โดยแผลน้อยกว่าผู้ที่เปิดศึกกับคนในกระทรวงอย่างในกรณีล่าสุด ผมคิดว่าสองคนที่เข้าไปคุมกระทรวงนี้น่าจะเน้นการทำงานกับข้าราชการ มากกว่าการพูดถึงนวัตกรรมทางนโยบายอะไรมากนัก แต่ไม่ใช่ว่าไม่มี เพียงแต่ว่าทุกอย่างน่าจะถูกขับเคลื่อนจากพรรคมาก่อนหน้านี้แล้วต่างหาก
ผมว่าเรื่องแท็บเล็ตพีซีนี่แหละครับ มันแน่ๆ ถ้าจะมองกันในระยะยาว… คงต้องมีเปลี่ยนอะไรกันบ้างแหละครับ



