
'ชุมพล'เผยรู้แล้วสนามเสร็จไม่ทัน
"ชุมพล"เผยรู้อยู่แล้ว สนามฟุตซอลหนองจอกไม่มีทางเสร็จทัน อัดสมาคมฟุตบอลฯ-กทม. ดำเนินการไม่เข้มแข็ง ชี้หากกระทรวงฯดูแลแต่แรกไร้ปัญหา
วันที่ 7 พ.ย. 55เวลา 10.20 น. นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกรณีสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ(ฟีฟ่า) ออกแถลงการณ์ ว่า สนามบางกอกฟุตซอล อารีนา ย่านหนองจอก ไม่สามารถใช้งานการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลก 2012 ว่า ทางกระทรวงฯ ได้รู้ล่วงหน้าแล้วว่าไม่มีทางเสร็จ จึงได้เตรียมอินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก ของกระทรวงฯ และนิมิบุตร อินดอร์ สเตเดียมทำให้พร้อมเรียบร้อย และทางฟีฟ่าก็ให้การรับรองและแถมยังชมด้วยว่า อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก และนิมิบุตร นั้นสามารถที่จะเป็นศูนย์ของเอเชียได้ด้วย ซึ่งเราได้ปรับปรุงอย่างดีแล้ว
ส่วนที่สนามหนองจอกนั้น เราได้เตือนไว้ตั้งแต่ต้นก่อนตัดสินใจแล้วว่า ระยะเดินทางจากโรงแรมถึงสนามแข่งก็ไกลผิดกฎของฟีฟ่า ซึ่งระบุไว้ว่าต้องใช้เวลาเดินทาง 30 นาที ข้อสอง ลักษณะของสถาณที่นั้นไม่เหมาะ และข้อสาม การก่อสร้างนั้นทางกระทรวงฯได้เสนอไปแล้วว่าให้ใช้ที่ของสนามกีฬาหัวหมาก ซึ่งเราจะให้ที่ของสนามเป้าบิน เป็นสนามหลักแต่ก็ปรากฎว่าขัดข้องทางเทคนิคอย่างไรก็ไม่ทราบ เมื่อมติครม. ออกไปโดยเป็นของกทม.และสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ยืนยันไปว่าให้เอาที่หนองจอก และมีการโหวตกันใน ครม.ด้วย ซึ่งเราไม่ได้ต้องการให้โหวต แต่จะเอาอย่างไรเราก็พร้อมและไม่ได้ต้องการจะเป็นสนามหลัก
ทั้งนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นผู้เซ็นต์สัญญาลงนาม 4 ฉบับ ให้กับฟีฟ่าทั้งหมด ซึ่งเมื่อเหตุการณ์นั้นพลิกไปให้ท้องถิ่นเป็นฝ่ายดำเนินการ ไม่ใช่รัฐบาล ทางกระทรวงฯ จึงไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องตั้งแต่ต้น และก็ไม่ได้รับทราบอะไรด้วย
“คณะกรรมการบริหารที่สมาคมฟุตบอลฯ สร้างขึ้นมาก็ควรจะดำเนินการให้เข้มแข็งแต่ก็ไม่ได้ทำเช่นนั้นปัญหาจึงเกิดขึ้นจนบัดนนี้ หากอยู่ในกระทรวงฯแล้วเรื่องนี้จะไม่เป็นปัญหาเลยเสร็จนานแล้ว” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะชี้แจงอย่างไรต่อนานาประเทศที่ประเมินประเทศไทยอยู่ นายชุมพล กล่าวว่า ก็เสียดายโอกาสในอนาคตเหมือนกัน กรณีถือเป็นตัวอย่างที่เราทำไม่สำเร็จ ซึ่งจะเป็นตัวอย่างของการเป็นเจ้าภาพในเรื่องอื่นๆด้วย แต่ก็คิดว่าไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่
อย่างการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเอเชียนบีชเกมส์ ครั้งที่ 4 ที่จ.ภูเก็ต ในปี2557 นั้นกระทรวงฯดูแลอย่างเต็มที่ ซึ่งโดยปกติคณะกรรมการดูแลจัดการแข่งขันกีฬาระดับชาติแบบนี้ นายกรัฐมนตรี ต้องเป็นประธานอำนวยการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาต้องเป็นประธานจัดการแข่งขัน ซึ่งที่ผ่านมาทำมาเรียบร้อยตลอดเวลาทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็น ซีเกมส์ เอเชียนมาร์เชียลอาตส์เกมส์ และเอเชียนเกมส์ ก็ทำมาโดยตลอดแบบนี้ แต่มาครั้งนี้เองที่เป็นในรูปแบบนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องเลย
เมื่อถามว่าใครเป็นประธานในการดำเนินการ นายชุมพล กล่าวว่า เป็นบุคคลภายนอก ซึ่งสมาคมฟุตบอลฯได้ตั้งขึ้น เท่าที่ดูรายชื่อมีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตร เป็นประธาน โดยเรื่องนี้ทั้งหมดสมาคมฟุตบอลฯ เป็นผู้ดำนเนินการเองทั้งสิ้น โดยมีกทม.รับผิดชอบในเรื่องสนาม แต่หากทั้งสองหน่อยงานนี้ทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็ง และต่อเนื่องก็น่าจะเรียบร้อยดี
เมื่อถามว่าสนามกีฬาหนองจอกนั้นมีปัญหาตลอดเวลาที่ดำเนินการก่อสร้าง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สถานที่ของสนามกีฬาหนองจอกนั้น ก็ไม่ใช่พื้นที่ลุ่มเท่าไร แต่ว่าถ้ามีการดำเนินการอย่างรวดเร็วแบบมืออาชีพจริงๆ ดังเช่นกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทุกอย่างที่เคยจัดมาในระดับประเทศก็สำเร็จทุกเรื่องไป และตอนนี้ก็จะมีการเสนอเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเอชียนเกมส์ ในเดือนหน้า
เมื่อถามว่าถึงเวลาที่จะดำเนินการกับผู้ที่เข้ามาหาผลประโยชน์ในวงการแล้วหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อันนี้ตนไม่ทราบว่ามีผลประโยชน์อย่างไร ส่วนความผิดนั้นหน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งหมดคือสมาคมฟุตบอล กับกทม. ต้องรับผิดชอบแต่จะรับผิดชอบอย่างไรนั้นตนไม่ทราบ เมื่อถามว่านายสุวัจน์ มาเป็นประธานแล้วเหตุใดจึงไม่รับผิดชอบ นายชุมพลกล่าวว่า ตนไม่ทราบ ต้องถามสมาคมฟุตบอลฯ ซึ่งเป็นผู้แต่งตั้ง
เมื่อถามว่าฟีฟ่านั้นสามารถเรียกร้องค่าเสียหายในการสร้างสนามได้หรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า ทางฟีฟ่าให้งบปรมะมาณอย่างไรนั้น ตนไม่ทราบ แต่การแข่งขันฟุตซอลโลกนั้นเดินต่อไปอย่างดีไม่มีปัญหาอะไร เพียงแต่สนามเท่านั้นที่เป็นปัญหา ทั้งนี้ประเทศไทยยังได้รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตซอลคนพิการชิงแชมป์โลกด้วย ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะเป็นผู้ดูแลเอง
เมื่อถามต่อว่าการแข่งขันฟุตซอลคนพิการชิงแชมป์โลก นั้นสามารถใช้สนามที่หนองจอกจัดการแข่งขันได้หรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า ต้องดูความเหมาะสมก่อนว่าได้มีการเตรียมความพร้อมต่างๆเพื่อคนพิการหรือยัง แต่สนามที่หัวหมาก ที่นิมิตบุตร และที่จ.สุพรรณบุรี นั้นได้มีการเตรียมพร้อมสำหรับคนพิการไว้หมดแล้ว โดยเฉพาะที่สุพรรณบุรี นั้นจะมีการตั้งศูนย์เพื่อคนพิการให้เลย โดยจะตั้งงบประมาณไว้ให้ร่วม 300 ล้านบาท
เมื่อถามว่าทางกทม.ระบุว่าเรื่องของการก่อสร้างนั้นเกิดจากครม.อนุมัติงบให้ช้า รองนายกรัฐนตรี กล่าวว่า ไม่ใช่เป็นประเด็นใหญ่ และไม่เกี่ยวข้องกันเท่าไหร่ ทั้งนี้หากกระทรวงฯเป็นผู้ดำเนินการก็จบไปนานแล้ว



