
ฮือฮา!'ลัดดา'ไทยคนแรกเป็นส.ส.มะกัน
"ลัดดา ดั๊คเวิร์ธ" คนไทยเชื้อสายอเมริกันชนะเลือกตั้งได้เป็นส.ส.มะกันคนแรกในประวัติศาสตร์ด้วย
7พ.ย.2555 นอกจากศึกชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาแล้ว ในการเลือกตั้งครั้งนี้ยังมีการเลือกตั้งอีกหลายอย่างโดยเฉพาะ ส.ส. ผลปรากฏว่าพ.ต.หญิงลัดดา หรือแทมมี่ ดั๊คเวิร์ธ คนไทยเชื้อสายอเมริกันได้ชนะเลือกตั้งเป็นส.ส.หญิงที่รัฐอิลินอยส์ โดยสามารถล้มนายโจ วอลช์ คู่แข่งจากพรรครีพับลิกันลงได้ นับเป็นคนไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ด้วย
ทั้งนี้ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ได้เสนอชื่อพ.ต.หญิงลัดดา หัวหน้ากระทรวงทหารผ่านศึก ประจำรัฐอิลินอยส์ และอดีตนักบินเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพสหรัฐที่สูญเสียขาทั้งสองข้างระหว่างทำสงครามที่อิรักเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงทหารผ่านศึก
นอกจากนี้พ.ต.หญิงลัดดาเคยลงชิงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งเมื่อปี 2549 แต่พ่ายแพ้ มาคราวนี้เธอประสบผลสำเร็จ
สำหรับพ.ต.หญิงลัดดา แทมมี่ ดั๊คเวิร์ธ เกิดเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 1968 ที่กรุงเทพฯเป็นลูกสาวของนายแฟรงก์ แอล.ดั๊กเวิร์ธและนางลำไย สมพรไพรินทร์ มีน้องชายชื่อทอม ครอบครัวดั๊กเวิร์ธโยกย้ายอยู่ในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตลอดมา เพราะคุณพ่อของเธอเป็นเจ้าหน้าที่องค์การสหประชาชาติ
ค.ศ. 1985 เมื่อแทมมี่อายุได้ 16 ปีครอบครัวนี้ย้ายมาอยู่ที่ฮาวาย จบไฮสคูลด้วยคะแนนเกียรตินิยมที่McKinley High School จากนั้นเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยฮาวายจบในปี 1989 สาขาวิชารัฐศาสตร์ และเรียนจบปริญญาโทสาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัย George Washington University ต่อมาแทมมี่ทำปริญญาเอกสาขารัฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย Northern Illinois University โดยสนใจค้นคว้าเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์การเมืองและสาธารณสุขในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมกันนั้นยังทำงานเป็นซูเปอร์ไซเซอร์ให้กับโรตารีสากลสำนักงานใหญ่ที่เมืองเอฟแวนสตัน รัฐอิลลินอยส์
ในปี 1990 ระหว่างที่เรียนปริญญาโทอยู่นั้น แทมมี่ได้เข้าร่วมเป็นหน่วยฝึกกำลังสำรองของกองทัพบก(the Reserve Officers? Training Corps = ROTC) จากนั้นในปี 1992 ได้รับการบรรจุเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ของกองกำลังสำรองกองทัพบก แทมมี่ได้เลือกที่จะเป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์เพราะเป็นตำแหน่งหนึ่งในไม่กี่ตำแหน่งที่ผู้หญิงในกองทัพสามารถออกรบได้ ต่อมาเรียนฝึกบินและร่วมกับกองกำลังสำรองกองทัพบกแห่งรัฐอิลลินอยส์ในปี 1996
หลังจากเข้าร่วมในสงครามอิรัก เธอต้องสูญเสียขาทั้ง 2 ข้างเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2004 เพราะเฮลิคอปเตอร์UH-60 Black Hawk ซึ่งเธอเป็นนักบินร่วมถูกยิงด้วยจรวดจากกองกำลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาลอิรัก นอกจากนี้เธอยังสูญแขนขวาเกือบหมด เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2004 เธอได้รับเหรียญกล้าหาญ a Purple Heart และได้รับการเพิ่มยศเป็นพันตรีในวันที่ 21 ธันวาคมระหว่างรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลวอเตอร์ รีด และแทมมี่ยังได้รับเหรียญประดับเกียรติอีก2 เหรียญคือ an Air Medal และ Army Commendation Medal
ในระหว่างรักษาตัว 6 เดือนที่โรงพยาบาลนั้นแทมมี่เริ่มฝึกการเดินด้วยขาเทียม นอกจากนั่งวิลแชร์แล้ว รวมทั้งยังจัดระดมทุนเพื่อสร้างศูนย์ฟื้นฟูเพื่อช่วยเหลือทหารพิการจากสนามรบอีกด้วย
เมื่อประเทศไทย สังคมไทย ชื่นชม ผู้หญิงคนนี้แล้ว หวังว่า คงมีนโยบายที่จะ ฟื้นฟูทหารผ่านศึกที่พิการด้วยนะโดยเฉพาะทหารตำรวจภาคใต้ที่ได้รับบาดเจ็บ
(หมายเหตุ : ขอบคุณภาพจากเอเอฟพีและและเฟซบุ๊ก VOA Thai)



