
'ถวิล'ชี้เหตุแม้วไม่เหยียบท่าขี้เหล็ก
“ถวิล” เชื่อ “ทักษิณ” ล้มแผนเหยียบท่าขี้เหล็ก หวังเลี่ยงตอบคำถามเสื้อแดงหลัง “จตุพร” พลาดนั่งรมต. แขวะเลขาฯ สมช.น่าจะลาออกมาเล่นการเมือง ปชป.เตรียมจัดหนักชำแหละนโยบายประชานิยม-เอื้อ “แม้ว” “นิสิต̶
7พ.ย.2555 ต่อกรณีที่นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว "Oak Panthongtae Shinawatra" ถึงแผนการลอบสังหารพ.ต.ท.ทักษิณ โอกาศเยือนประเทศพม่าโดยเฉพาะที่ จ.ท่าขี้เหล็กนั้น
นายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ ในฐานะอดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า เป็นไปได้น้อยมากที่จะมีขบวนการลอบสังหารพ.ต.ท.ทักษิณตามที่นายพานทองแท้อ้าง อาจจะมองได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณมีความตั้งใจที่จะเดินทางมาพบประธานาธิบดี เต็ง เส่ง ที่นครเนปิดอว์เพื่อเจรจาเรื่องธุรกิจการค้าตั้งแต่แรกหรือไม่ จึงจำเป็นต้องแสดงตัวให้มวลชนเสื้อแดงเข้าพบด้วย แต่เมื่อเกิดแรงกระเพื่อมจากการปรับคณะรัฐมนตรีที่ไม่มีชื่อนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. จึงเกิดภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก จึงต้องเลี่ยงโดยหยิบเหตุผลด้านความปลอดภัยเป็นข้ออ้าง พลิกแกมให้คนเสื้อแดงเป็นฝ่ายห้ามไม่ให้พ.ต.ท.ทักษิณมาที่ท่าขี้เหล็กแทน
นายถวิล กล่าวอีกว่า แต่การที่พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสมช.ออกมาแสดงความเห็นในลักษณะมีมูลนั้น อยากเตือนว่า สมช.เป็นหน่วยงานดูแลความมั่นคงของทั้งชาติ บ้านเมืองไม่ใช่แค่รัฐบาลอย่างเดียว หากอยากรับลูกฝ่ายการเมืองมากนักก็ให้ลาออกจากข้าราชการประจำออกมาทำงานการเมืองแทน
นายถวิล กล่าวด้วยว่า หลังจากที่นายพานทองแท้ออกมาโพสต์ข้อความนั้น กลายเป็นว่าทั้งฝ่ายการเมืองและข้าราชการออกมารับลูกกันหมด ซึ่งหากอยากทราบข้อเท็จจริงนั้นขอให้ดูคำสัมภาษณ์ของพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ที่ยืนยันว่าการจับกุมอาวุธสงครามกับแผนลอบฆ่าไม่เกี่ยวข้องกัน เพราะเขามีข่าวกรองด้านความมั่นคง ย่อมรู้ดีว่าอาวุธสงครามที่ชายแดนนั้นเป็นเรื่องปกติ
"อย่างไรก็ตาม รัฐบาลควรระมัดระวังความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย เพราะการไปโจมตีประเทศพม่าว่าไม่มีความปลอดภัยต่อพ.ต.ท.ทักษิณโดยไม่มีมูลความจริงที่ชัดเจนนั้น อาจจะกลายเป็นการกล่าวหาประสิทธิภาพของหน่วยงานความมั่นคงในประเทศเพื่อนบ้านโดยไม่รู้ตัวได้ ทั้งนี้ อยากย้อนถามว่า หากเขาใช้ความมั่นคงในประเทศไทยเป็นตัวละครบ้าง แล้วเราจะรู้สึกอย่างไร" นายถวิล กล่าว
พท.ผวาม็อบกำนัน-ผญบ.แตะมือองค์การพิทักษ์สยาม
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า แกนนำพรรคเพื่อไทยได้หารือถึงกรณีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไม่พอใจและเตรียมที่จะออกมาชุมนุมคัดค้านร่างพ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ ในกทม. โดยเห็นว่าการเรียกร้องให้ถอนร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวออกไปนั้นคงเป็นไปไม่ได้ เพราะอยู่ในชั้นกรรมาธิการฯ แล้ว ทั้งนี้ เบื้องต้นมีการประเมินว่าจะมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านมาชุมนุมเรือนแสนคน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวล นอกจากนี้ ยังทราบว่าจะมีการแตะมือกับองค์การพิทักษ์สยาม ที่เตรียมจะมาชุมนุมในช่วงเวลาใกล้เคียงกันด้วย
อย่างไรก็ตาม พรรคเห็นว่าจำเป็นต้องดึงเรื่องนี้ให้ผ่านสถานการณ์ช่วงนี้ไปให้ได้ก่อน โดยให้รัฐมนตรีและส.ส.ประสานกับผู้ว่าฯ ในจังหวัดว่า หากกำนันผู้ใหญ่บ้านพื้นที่ใดมาชุมนุมในกทม. ให้ปลัดอำเภอขึ้นมาติดตามความเคลื่อนไหวด้วย และให้รองผู้ว่าฯ คอยประสานงานตลอดเวลาระหว่างที่มีการชุมนุมในกทม. นอกจากนี้ ยังมีการแก้เกมในบางพื้นที่โดยสั่งให้มีการประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในวันที่ 7 พ.ย.ด้วย ซึ่งจะทำให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านไม่สามารถขาดการประชุมได้ เพราะหากจะออกจากพื้นที่ต้องแจ้งและรายงานให้ทราบก่อนด้วยเหตุผลอันสมควร ไม่เช่นนั้นจะถือว่ามีความผิด ทำให้มีการประเมินล่าสุดว่าน่าจะทำให้มีกำนันผู้ใหญ่บ้านมาชุมนุมไม่ถึง 2 หมื่นคน
ปชป.เตรียมจัดหนักชำแหละนโยบายประชานิยม-เอื้อ “แม้ว”
รายงานข่าวแจ้งว่า ในเบื้องต้นมีรัฐมนตรีที่อยู่ในข่ายที่จะโดนอภิปรายทั้งสิ้น 8 คน ได้แก่ 1.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี 2.ร.ต.อ เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี 3.นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ 4.พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม 5.นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี 6.นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ 7.นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง และ 8.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ อย่างไรก็ตามพรรคร่วมฝ่ายค้านจะสรุปตัวบุคคลที่ชัดเจนอีกครั้ง ก่อนยื่นญัตติอภิปรายในวันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายนนี้
แหล่งข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์เปิดเผยว่า การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น เดิมพรรคประชาธิปัตย์จะยื่นอภิปรายและถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียว ในฐานะผู้นำรัฐบาลและคัดเลือกบุคคลมาเป็นรัฐมนตรี แต่ก็ถูกแกนนำอาวุโสของพรรคแย้งว่า หากพุ่งเป้าไปที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพียงคนเดียว ก็อาจถูกมองว่ารังแกผู้หญิง จึงได้ยื่นอภิปรายรัฐมนตรีคนอื่นด้วย ประกอบกับมีพรรคร่วมฝ่ายค้าน คือ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ที่ขอร่วมศึกซักฟอกครั้งนี้ โดยขออภิปราย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ทำให้มีจำนวนรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายทั้งสิ้น 8 คน
ทั้งนี้ รัฐมนตรีที่คาดว่าจะถูกยื่นอภิปราย ส่วนใหญ่เป็นรัฐมนตรีที่ดูแลนโยบายหลักของรัฐบาล เช่น นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ในฐานะที่เป็นผู้ดูแลนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่ได้สร้างหนี้สาธารณะสูงขึ้นจากเดิมอีก 3% เป็น 44.89% จากการกู้เงินมาใช้จ่ายในนโยบายประชานิยมของรัฐบาล เช่น บ้านหลังแรก รถคันแรก ค่าแรง 300 บาท การออก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 ฉบับ การโกหกสีขาว
แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า สำหรับนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ที่รับผิดชอบนโยบายจำนำข้าว จะถูกอภิปรายในประเด็นที่เปิดช่องให้มีการสวมสิทธิ์ข้าวจากประเทศเพื่อนบ้าน และการปล่อยให้บุคคลที่ไม่ใช่เกษตรกรมาสวมสิทธิ์เป็นชาวนา เพื่ออ้างสิทธิ์ในการจำนำข้าว การเวียนเทียนขายข้าว การเปิดช่องให้บริษัทเอกชนที่ใกล้ชิดผู้มีอำนาจในรัฐบาลรับกินหัวคิว และการทำให้ไทยต้องเสียแชมป์การส่งออกข้าวให้อินเดียและเวียดนาม
ส่วนกรณีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ จะโดนอภิปรายกรณีการคืนพาสปอร์ตให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และปฏิเสธไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ติดตามหรือประสานหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ให้ติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มารับโทษตามกฎหมาย ขณะที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) จะโดนอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องการจัดสรรงบประมาณน้ำ ทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง ในยอดเงินกู้ 1.2 แสนล้านบาท ที่พบว่ามีการใช้จ่ายหลบเลี่ยงระเบียบของสำนักนายกฯ และซอยสัญญาการว่าจ้างไม่ให้ถึง 2 ล้านบาท เปิดช่องให้มีการทุจริต ให้พวกพ้องเข้ามารับการประมูลงานในโครงการขนาดใหญ่
“นิสิต”ยัน ไม่เปลี่ยนประธานนปช.เชื่อ“จตุพร”ไม่รับตำแหน่ง
นายนิสิต สินธุไพร ผอ.โรงเรียนนปช. กล่าวถึงกรณีมีแกนนำเสื้อแดงบางคนเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนตัวประธานนปช. ว่า เรื่องนี้คงเป็นความเห็นส่วนตัว แต่ในการเลือกประธานนปช. ก็ต้องมีกระบวนการในการเลือก ซึ่งต้องนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมนปช. และตำแหน่งประธานนปช.ก็มีวาระ2 ปี ซึ่งเพิ่งมีการเลือกตั้งไป และยังเหลือวาระอีก ปีกว่าๆ โดยยืนยันว่า ในขณะนี้ยังไม่มีแนวคิดที่จะเปลี่ยนตัวประธานนปช. ส่วนมีผู้เสนอชื่อนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช.นั้น ตนว่านายจตุพร คงไม่มาเป็น เพราะเคยมีการเสนอชื่อนายจตุพร มาแล้ว แต่นายจตุพร ก็ปฏิเสธไป อีกทั้งนายจตุพร ยังมีภารกิจ เยอะไม่น่าจะมารับตำแหน่งนี้



