
การปราบปรามทุจริต
การปราบปรามทุจริต : เลียบค่าย โดยคมพิทักษ์ราษฎร์
การปราบปรามทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ เดิมเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ สังกัด กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และมีนักวิชาการเสนอผู้มีอำนาจในรัฐบาลสมัยหนึ่ง ให้จัดตั้งหน่วยงานของรัฐขึ้นมาอีกหน่วยหนึ่ง เรียกว่า สำนักงาน ป.ป.ป. โดยออกพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ พ.ศ.2518 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ.2530 ในช่วงนี้ ตำรวจหน่วยดังกล่าวเป็นลูกมือดำเนินการในเบื้องต้นแล้วส่งให้สำนักงาน ป.ป.ป.ดำเนินการต่อไป
ต่อมาเมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ.2540 บัญญัติให้ตรากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ภายใน 2 ปี นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ โดยให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เป็นหน่วยงานอิสระ เรียกย่อว่า ป.ป.ช. มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายนี้ใน พ.ศ.2550 และ พ.ศ.2554
การทำงานของ ป.ป.ช.ล่าช้ามาก กว่าเรื่องจะเสร็จกินเวลานาน คดีเกี่ยวกับการทุจริตค้างหลักพัน บางช่วงหลายพัน จึงมีการแก้ไขด้วยการตั้งหน่วยงานขึ้นมาเพื่อดำเนินการต่อข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ ตั้งแต่ระดับ 8 ลงมา (ส่วนตั้งแต่ระดับ 9 ขึ้นไป ยังคงอยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช.) หน่วยงานนี้ เรียกว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ชื่อย่อว่า ป.ป.ท. สังกัดกระทรวงยุติธรรม และมีการกำหนดไว้ในกฎหมายฟอกเงิน ให้ความผิดเกี่ยวกับข้าราชการทุจริตและผู้สนับสนุนเป็นความผิดมูลฐาน เพื่อให้มีการยึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินด้วย
ตำรวจ, ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการปราบปรามทุจริต
ผลปรากฏในปัจจุบัน มีข่าวการทุจริตมากขึ้น เกือบทุกกระทรวง, กรม ไม่เว้นแม้แต่หน่วยงานของตำรวจเอง
รัฐบาลชุดปัจจุบันทำเป็นกระตือรือร้น สั่งการให้ทุกกรมทุกกระทรวงมีมาตรการป้องกันปราบปรามการทุจริต ขณะที่การแต่งตั้งรัฐมนตรีชุดใหม่ มีหลายคนถูกกล่าวหาทุจริต, หลายคนมีคดีอาญาอยู่ในศาล, หลายคนมีประวัติเสีย ลอยหน้าลอยตาเข้ามาทำงานบริหารประเทศอย่างหน้าตาเฉย
จะปราบทุจริตคงชาติหน้าตอนค่ำๆ นะ ท่านนายกฯ คนสวย



