
'นายกฯ'ถกผู้นำเอเชีย-ยุโรปวันที่2
'ยิ่งลักษณ์' ร่วมประชุมเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 9 เป็นวันที่สอง พร้อมแนะประเทศกลุ่มอาเซียนร่วมมือแก้ปัญหาการค้ามนุษย์-เศรษฐกิจ-หนุนบทบาทสตรี
6 พ.ย.55 เว็บไซต์ thaigov.go.th รายงานว่า เมื่อเวลา 9.00 น. ที่ห้อง Champi Grand Hall ศูนย์การประชุมแห่งชาติ นครเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 9 แบบเต็มคณะ (Plenary Session) ในวาระที่ 2 ประเด็นระหว่างประเทศ (Global Issues) โดยในที่ประชุม ได้หารือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาระดับโลกที่มีความหลากหลายและครอบคลุมในทุกมิติ สำหรับประเทศไทย นายกรัฐมนตรีได้หยิบยกประเด็นเรื่องความเสี่ยงและความท้าทายจากความเชื่อมโยงระหว่างกัน ทั้งในระดับโลก ระดับภูมิภาค รวมถึงมาตรการของไทยและประเทศสมาชิก เพื่อรองรับความเสี่ยงเหล่านี้ โดยสรุปว่า
ประเด็นความเสี่ยงของการพัฒนาการเชื่อมโยง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ในระดับโลก แม้ว่าประเทศต่างๆจะได้รับประโยชน์จากการสร้างความเชื่อมโยง (Connectivity) แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญปัญหาที่ป็นผลพวงจากการเชื่อมโยงดังกล่าว ซึ่งปัญหาการค้ามนุษย์นับเป็นปัญหาที่รุนแรงที่สุด ที่เกิดจากเครือข่ายผิดกฎหมายข้ามชาติ และสำหรับมาตรการการป้องกันนั้น ในขณะนี้ประเทศไทยกำลังเพิ่มขีดความสามารถแก่กลุ่มที่เปราะบางที่สุดในสังคม เพื่อรับประกันการเข้าถึงสิทธิต่างๆในสังคม ทั้งสาธารณสุข การศึกษา การเงินและเทคโนโลยี ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะช่วยสร้างความกินดีอยู่ดีแก่ประชาชนในสังคม และครอบคลุมไปถึงผู้อพยพในประเทศไทยด้วย เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ในระดับภูมิภาค ภูมิภาคเอเชีย
โดยเฉพาะในอาเซียนจะได้รับประโยชน์จากประสบการณ์ของยุโรป ในการจัดการกับความเสี่ยงที่เกี่ยวกับภูมิภาคที่ไร้พรมแดน (Borderless Region) และจากการที่อาเซียนจะรวมตัวเป็นประชาคม ยิ่งจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาเกี่ยวกับการจัดการในลักษณะข้ามพรมแดนที่มีประสิทธิภาพ ในการจะต่อสู้กับปัญหาการค้ามนุษย์ หรือปัญหาที่มีลักษณะข้ามชาติอย่างอื่น ทั้งนี้ประเทศไทยกำลังทำงานร่วมกับประเทศในอาเซียนประเทศอื่นเพื่อพัฒนาแผนปฏิบัติการระดับภูมิภาค (Regional Plan of Action) ในการจัดการกับปัญหาการค้ามนุษย์ เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับการประชุมระดับภูมิภาค
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า เราควรร่วมกันแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และอาชญากรรมข้ามชาติอื่นๆ ผ่านความร่วมมือที่เข้มแข็ง การประสานงาน และการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานชั้นนำในเรื่องการอพยพย้ายถิ่น ทั้งนี้ควรจะมีการฝึกและการประชุมปฏิบัติการร่วมกันเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการจัดการกับปัญหาความท้าทายข้ามพรม ทั้งนี้ในระยะยาว ปัญหาการค้ามนุษย์จะต้องได้รับการแก้ไขตั้งแต่ที่ต้นเหตุ อาทิ ปัญหาความยากจน และความไม่เท่าเทียม รวมทั้งจะต้องมีการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เสนอวาระการพัฒนาหลังปีค.ศ. 2015 ซึ่งมีเป้าหมาย คือ การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวเน้นใน 2 ด้าน ซึ่งมีความสำคัญสำหรับการพัฒนาหลังปีค.ศ 2015 ได้แก่ 1.การลดความเสี่ยงและการเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติ ซึ่งมีความสำคัญต่อการมีห่วงโซ่อาหารที่ยั่งยืน โดยใน 2-3 ปีที่ผ่านมา ปัญหาภัยธรรมชาติเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งในด้านขนาดและความถี่ โดยอุทกภัยที่เกิดขึ้นในไทยเมื่อปลายปีที่แล้วไม่ได้ส่งผลกระทบกับประเทศอย่างเดียว แต่ยังทำให้ห่วงโซ่อาหารต้องหยุดชะงัก รวมถึงส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านอาหารอีกด้วย โดยการแก้ปัญหาต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ซึ่งนายกรัฐมนตรีเรียกร้องขอการสนับสนุนเกี่ยวกับการจัดการภัยพิบัติและกิจกรรมการเสริมสร้างศักยภาพ ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค โดยทางหนึ่ง คือ การสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับโครงการกองทุน ESCAP Multi-Donor Trust Fund รวมถึงการให้ความร่วมมือกับหน่วยงานจัดการภัยพิบัติจากทั้งสองภูมิภาคอย่างใกล้ชิด เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านการจัดการของภูมิภาค ในการให้การสนับสนุนการฟื้นฟูภัยพิบัติในระดับภูมิภาค
2. การสนับสนุนบทบาทของสตรีในด้านการพัฒนา การเพิ่มขีดความสามารถของสตรีไม่ใช่จำเป็นสำหรับสตรีเท่านั้น แต่ยังจำเป็นต่อสังคมโดยรวมด้วย สตรีควรได้รับการบูรณาการในด้านแรงงานอย่างเต็มที่ เพื่อให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นพื้นฐานของโครงการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี (Women Development Fund) ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ในประเทศไทย โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า หวังว่าทั้งภูมิภาคเอเชียและภูมิภาคยุโรปจะสามารถแบ่งปันแนวทางปฏิบัติและประสบการณ์ที่ดีเกี่ยวกับการริเริ่มการพัฒนาขีดความสามารถของสตรีที่คล้ายคลึงกัน และหวังว่านานาประเทศจะให้การสนับสนุนโครงการ Every Woman Every Child (EWEC) เพื่อให้การยกระดับสุขภาพของมารดาและเด็กเป็นรากฐานสำคัญสำหรับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goal) หลังปี ค.ศ.2015
ทั้งนี้กระบวนการพัฒนาเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวนี้จะต้องกำหนดให้มีความกว้างและครอบคลุม เพื่อให้แน่ใจว่ากระบวนการดังกล่าวสนับสนุนและกรรมสิทธิ์ของประชาคมระหว่างประเทศ นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ประเทศไทยจะมีบทบาทที่สำคัญและสร้างสรรค์ในกระบวนการนี้ เพราะปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่มีความใกล้ชิดกับไทย
------------------------------------
(ขอบคุณภาพจาก : เฟซบุ๊ก Yingluck Shinawatra)



